บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 45

ความห่างไกลที่ต้องเผชิญ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“นี่คืออะไรคะรินดา... แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” น้ำเสียงของมินนาสั่นพร่าขณะเอ่ยถาม ร่างบางยืนแข็งทื่ออยู่กลางทางเดินเงียบเชียบของห้องสมุดมหาวิทยาลัย นิ้วมือที่สั่นเทาเผลอบีบกระดาษรูปถ่ายใบนั้นจนขอบยับยู่ยี่ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองที่กำลังถูกรัวประโคม ความเงียบของห้องสมุดที่เคยเป็นดั่งสวรรค์ในยามนี้กลับกลายเป็นกรงขังที่กดทับให้เธอหายใจไม่ออก รินดาที่เดินจากไปเพียงไม่กี่ก้าวชะงักฝีเท้า เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่ที่สั่นน้อยๆ นั้นทำให้มินนารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน “ถามใจตัวเองดูสิคะมินนา... ว่าทำไมถึงได้มั่นใจนักว่า ‘ที่คั่นหนังสือ’ เล่มเดียวในโลกใบนี้ จะเป็นของเธอแค่คนเดียว” รินดาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินหายไปหลังชั้นหนังสือไม้โอ๊กทิ้งไว้เพียงมินนาที่ยืนเคว้งคว้างอยู่ลำพัง มินนาจ้องมองภาพถ่ายเบลอๆ ในมือ ที่คั่นหนังสือสีชมพูผืนผ้าใบจิ๋วที่มีลายปักดอกไม้แฮนด์เมด... สิ่งที่เธอได้รับจากคีย์เป็นของขวัญวันครบรอบที่เขาสัญญาว่าจะไปหาซื้อที่ร้านเก่าแก่ในเชียงใหม่ด้วยกัน มันเหมือนกันจนน่าประหลาด หรือความจริงแล้ว... สิ่งที่เธอคิดว่าเป็น ‘ความพิเศษ’ อาจเป็นเพียง ‘โหล’ ที่เขาแจกจ่ายให้กับใครหลายคน? ความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนมินนาต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมขรุขระ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ที่เธอมักจะหลงรัก บัดนี้กลับตลบอบอวลไปด้วยความระแวง ... สามวันต่อมา บรรยากาศในห้องสมุดดูจะห่างเหินไปโดยปริยาย มินนาเก็บตัวอยู่ในมุมมืดที่สุดของห้องสมุดเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คน พาย เพื่อนสนิทที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าตื่นตระหนกหยุดชะงักลงเมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของเพื่อน “มินนา... แกเป็นอะไรไปน่ะ? ทำไมถึงทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแบบนั้น” พายถามพลางวางกระเป๋าสะพายลงข้างๆ “พาย... ถ้าวันหนึ่งคนที่แกเชื่อใจที่สุด บอกว่าเขามีพื้นที่พิเศษให้แกเพียงคนเดียว แต่กลับพบว่าเขามีคนอื่นที่ได้รับสิ่งของชิ้นเดียวกัน แกจะทำยังไง” มินนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับคนกำลังอ่านหนังสือที่อ่านไม่จบ พายขมวดคิ้วแน่นก่อนจะคว้าข้อมือมินนาไว้ “แกหมายถึงคีย์ใช่ไหม? มีเรื่องอะไรกัน บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!” มินนายื่นรูปถ่ายใบนั้นให้เพื่อนดู พายรับไปจ้องมองเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบิกตากว้าง “นี่มัน... นี่มันที่ทำงานวิศวะฯ ที่เชียงใหม่นี่นา! ยัยรินดาเอารูปนี้มาจากไหน?” “เขากำลังจะไปฝึกงานที่นั่น... เดือนหน้า” มินนาพึมพำ “ฝึกงาน? ใครบอกแก?” “เขานั่นแหละ... แต่เขาไม่ได้บอกเรื่องผู้หญิงคนนี้” พายกำรูปถ่ายในมือแน่น “คีย์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะมินนา เราต้องไปเคลียร์กันให้รู้เรื่อง เดี๋ยวนี้เลย! คีย์นั่งรอแกอยู่ที่โรงอาหารวิศวะฯ เขากำลังจะประกาศเรื่องการไปฝึกงานของกลุ่มเขาพอดี ถ้าแกไม่ไปถามตอนนี้ แกจะไม่มีวันได้คำตอบที่ชัดเจน!” มินนาถูกพายลากตัวออกไปจากห้องสมุด ลมร้อนของบ่ายวันนั้นดูเหมือนจะช่วยปัดเป่าความงุนงงในใจไปได้บ้าง แต่ความกลัวกลับเข้ามาแทนที่ การเผชิญหน้ากับความจริงคือสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด เมื่อถึงโรงอาหารวิศวะฯ เสียงจอแจของผู้คนเงียบลงเมื่อเห็นกลุ่มของคีย์ยืนอยู่บนเวทีเล็กๆ คีย์ในชุดเสื้อช็อปสีน้ำเงินดูโดดเด่นและสง่างามเช่นเคย เขากำลังถือไมโครโฟน พูดคุยกับเพื่อนในกลุ่มด้วยรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อสายตาของเขาประสานเข้ากับมินนาที่ยืนหอบหายใจอยู่ห่างๆ รอยยิ้มนั้นก็ชะงักไปชั่วครู่ “มินนา?” คีย์เรียกชื่อเธอผ่านไมโครโฟน เสียงของเขาสั่นพร่าเพียงเล็กน้อยแต่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ มินนาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีก้าวขึ้นไปบนเวที ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมคณะนับร้อยคู่ เธอหยิบรูปถ่ายที่ยับยู่ยี่ชูขึ้นตรงหน้าเขา “อธิบายมาสิคะ... ที่คั่นหนังสือสีชมพูในมือนั่น... แล้วก็ผู้หญิงคนนั้น... คือใคร?” คีย์นิ่งงันไป ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาจ้องมองรูปถ่ายในมือมินนา ก่อนจะมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาของเธอ เขาไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้แก้ตัว แต่เขากลับขยับเข้าไปใกล้เธอจนได้ยินเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของกันและกัน “มินนา... ฟังผมนะ” เขาเริ่มด้วยน้ำเสียงที่ต่ำและหนักแน่น “เรื่องที่ผมต้องไปฝึกงานต่างจังหวัด มันเป็นความจริง และผมตั้งใจจะบอกคุณ... แต่เรื่องผู้หญิงคนนี้ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด” “แล้วมันเป็นอย่างไหนคะ? ภาพที่เขาถือของของฉัน มันคือความจริงใช่ไหม!” มินนาตะโกนออกมา ทั้งที่ใจจริงอยากจะโผเข้ากอดเขาด้วยความคิดถึง “มันเป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำเพื่อคุณคนเดียว...” คีย์เอ่ยประโยคที่ทำให้น้ำตาของมินนาหยดลงบนพื้น “แต่ผมพลาด... ผมพลาดที่ไม่ได้บอกว่าที่นั่นมีคนที่เป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้ผม และเขาคนนั้นก็คือ... พี่สาวผมเอง” ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดชะงักลง มินนาเบิกตากว้าง ขณะที่คนในโรงอาหารต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ “พี่สาว?” มินนาถามเสียงหลง “ใช่ครับ... พี่เกรซ เขาอยู่ที่เชียงใหม่ และเขาก็เป็นคนเย็บที่คั่นหนังสือพวกนั้นให้ผมเพื่อจะเอามาทำโปรเจกต์เซอร์ไพรส์คุณที่นั่น... แต่มันมีข้อผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้น” คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดรูปภาพบางอย่างให้มินนาดู เป็นรูปภาพที่ถ่ายในมุมกว้างขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นคือหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งที่หน้าตาคล้ายคีย์อย่างไม่ผิดเพี้ยน มินนาหน้าชาไปทั้งตัว ความรู้สึกผิดพุ่งเข้าใส่จนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำขอโทษ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของคีย์ก็ดังขึ้น เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อผู้โทร ก่อนจะรับสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ครับแม่? ว่าไงนะครับ? ... อะไรนะครับ? พี่เกรซเกิดอุบัติเหตุที่ไซต์งานเหรอ!” คีย์ทำโทรศัพท์ร่วงหล่นจากมือ ใบหน้าของเขากลายเป็นสีซีดเผือดในเสี้ยววินาที เขาหันกลับมามองมินนาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต “มินนา... ผมต้องไปเดี๋ยวนี้” คีย์หันหลังวิ่งออกไปทันทีทิ้งให้มินนายืนเคว้งคว้างอยู่บนเวที ทว่าขณะที่เขากำลังจะก้าวพ้นประตูโรงอาหาร เขาก็หยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย “ถ้าผมหายไป... อย่าลืมอ่านหน้าสุดท้ายของหนังสือที่ผมให้คุณไว้นะครับ” เขาวิ่งหายไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่ากลัวและมินนาที่ยืนตัวสั่นอยู่ลำพังกับความลับที่เธอยังไม่ได้เปิดอ่าน... หนังสือเล่มนั้นที่เขาเคยบอกว่า ‘อย่าเปิดอ่านจนกว่าเราจะพบกันที่เชียงใหม่’ มินนารีบวิ่งกลับไปที่ห้องสมุดด้วยหัวใจที่เต้นรัว เธอหยิบหนังสือเล่มหนาที่คีย์เคยให้ไว้มาเปิดไปยังหน้าสุดท้าย... แต่ทว่า สิ่งที่เธอพบกลับไม่ใช่บันทึกความในใจ แต่มันคือบัตรโดยสารเครื่องบินเพียงใบเดียวที่มีชื่อของเธอ และข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... ‘ขอบคุณที่เชื่อใจผมเสมอมา แต่ตอนนี้... ได้เวลาที่คุณต้องเลือกว่าจะเดินไปกับผม หรือจะปล่อยให้ผมจากไปเพียงลำพัง’ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของมินนาและคีย์นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%