เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นครื้นสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง ดึงสติของมินนาให้หลุดออกจากตัวอักษรภาษาอังกฤษนับร้อยที่กำลังพร่ามัวอยู่ตรงหน้า เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกใสบานใหญ่จรดเพดานของมุมห้องสมุดประจำมหาวิทยาลัย หยาดฝนเม็ดโตมหาศาลกำลังสาดซัดกระแทกกระจกราวกับถูกโปรยปลงมาจากฟากฟ้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ท้องฟ้าด้านนอกที่ควรจะเป็นช่วงเวลาโพล้เพล้กลับมืดสนิทราวกับเป็นเวลากลางคืนดึกดื่น
"ให้ตายสิ... ตกหนักขนาดนี้ ร่มก็ไม่ได้เอามาด้วย"
มินนาพึมพำกับตัวเองเบาๆ มือบางยกขึ้นลูบต้นแขนที่เริ่มเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแข่งกับบรรยากาศภายนอก เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องสมุดโซนเงียบสงบ ชั้นหนังสือไม้โอ๊กสูงโปร่งที่เคยอบอุ่นและให้ความรู้สึกปลอดภัย ตอนนี้กลับดูวังเวงและโดดเดี่ยว เนื่องจากนักศึกษาคนอื่นๆ ต่างพากันเก็บกระเป๋าและวิ่งฝ่าสายฝนออกไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว เหลือเพียงเธอคนเดียวที่ยังจมอยู่กับกองรายงานกองโต
"ถ้าจะกลับตอนนี้ มีหวังเปียกโชกจนกลายเป็นลูกแมวตกน้ำแน่ๆ เลยค่ะ"
เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ ทำเนื้อมินนาสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามด้วยความตกใจ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏร่างสูงโปร่งของคีย์ หนุ่มวิศวะสุดป๊อปที่มักจะปรากฏตัวในมุมโปรดแห่งนี้เสมอ เขายืนอยู่ข้างโต๊ะอ่านหนังสือ ในมือถือแก้วกระดาษใส่โกโก้อุ่นๆ สองแก้ว หยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วบ่งบอกว่าเขาเพิ่งเดินไปกดมาจากตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติที่ชั้นล่าง
คีย์ในวันนี้ไม่ได้สวมเสื้อช็อปสีกรมท่าอันเป็นเอกลักษณ์ของคณะ แต่เขาสวมเพียงเสื้อฮู้ดสีเทาอ่อนตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ เรือนผมหยักศกเล็กน้อยยุ่งเหยิงกว่าปกติเพราะละอองฝนที่กระเด็นโดนระหว่างทาง ความเป็นกันเองและดูผ่อนคลายนี้ทำให้เขาดูเข้าถึงง่ายกว่ายามที่อยู่ท่ามกลางแสงไฟและผู้คนมากมาย
"พ... พี่คีย์" มินนาเผลอหลุดปากเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงติดขัด สมองน้อยๆ ของเธอประมวลผลไม่ทันว่าเหตุใดเขาจึงยังไม่กลับหอพัก ทั้งที่ปกติแล้วหนุ่มฮอตอย่างเขาควรจะมีกิจกรรมรออยู่มากมาย
"ครับ พี่เอง" คีย์ตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่มักจะทำให้โลกทั้งใบของมินนาเงียบสงบลงได้เสมอ เขากวาดสายตามองกองกระดาษรายงานบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อของเธอ "ดูท่าทางแล้ว... เราคงติดแหง็กอยู่ที่นี่อีกนานเลยล่ะนะ ฝนข้างนอกไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิด"
"ค่ะ มินนากำลังคิดอยู่ว่า... จะรอให้ฝซาลงสักหน่อยค่อยเดินไปขึ้นรถรางไฟฟ้า" เธอก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่มองตรงมา พยายามซ่อนมือที่กำลังบิดชายเสื้อกันหนาวของตัวเองเข้าหากันด้วยความประหม่า
คีย์ไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขาดึงเก้าอี้ไม้ตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามออกแล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างเงียบเชียบ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดแคบลงเหลือเพียงความกว้างของโต๊ะอ่านหนังสือตัวยาว ความเงียบสงบโรยตัวปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงสายฝนที่กระทบหลังคากระจกด้านบนและเสียงคำรามของฟ้าผเป็นระยะๆ เป็นฉากหลัง
"ดื่มนี่หน่อยไหมครับ เผื่อจะช่วยให้หายหนาวขึ้นบ้าง"
คีย์เลื่อนแก้วโกโก้อุ่นร้อนที่มีควันลอยกรุ่นขึ้นมาเล็กน้อยมาตรงหน้ามินนา กลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลตเตะเข้าที่จมูกทันที ช่วยขับไล่ความอ้างว้างในห้องกว้างนี้ไปได้เปลาะหนึ่ง
"ขอบคุณค่ะ... พี่คีย์ใจดีจังเลยนะคะ" มินมารับแก้วมากำไว้ด้วยสองมือ ความอุ่นแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เธอก้มหน้ามองผิวน้ำสีเข้มในแก้วเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ห้ามไม่อยู่
"พี่ไม่ได้ใจดีกับทุกคนหรอกนะ..." คีย์เอ่ยเสียงแผ่วเบa น้ำเสียงของเขามีความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่จนมินนาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา เขานั่งเท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มโปรดที่ไม่อาจละสายตา "พี่แค่... อยากอยู่ตรงนี้กับเรามากกว่า"
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง คำพูดเรียบง่ายแต่จริงจังของคีย์ทำเอาลมหายใจของมินนาสะดุดกึก แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันจนต้องยกแก้วโกโก้ขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงความอบอุ่นระหว่างคนสองคน แม้ภายนอกพายุฝนจะโหมกระหน่ำรุนแรงเพียงใด แต่ภายในมุมห้องสมุดแห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่
เวลาเคลื่อนผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ กองรายงานของมินนาถูกพับเก็บใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากแสงไฟนีออนสีขาวนวลเหนือศีรษะสะท้อนกับกระจกมืดสนิทด้านนอก บ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามค่ำคืนแล้วอย่างแท้จริง ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยกันตลอดเวลา แต่เป็นการนั่งอยู่ร่วมกันในความเงียบที่ไม่อึดอัด คีย์หยิบหนังสือรวมบทกวีเล่มเก่าขึ้นมาพลิกอ่านไปทีละหน้า ส่วนมินนาก็แอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาเป็นระยะๆ บันทึกทุกความทรงจำในค่ำคืนนี้เก็บไว้ในใจ
กระทั่ง... เสียงฝีเท้าฝ่าละอองน้ำดังเอี๊ยดอ๊าดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากทางเดินโซนด้านนอก
มินนาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้ห้องสมุดควรจะปิดทำการและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาแล้วนอกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คีย์เองก็ชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูทางเข้ากระจกฝ้าที่อยู่ไกลออกไป
เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกฝ้า เงาร่างนั้นหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มือเรียวจะผลักบานประตูเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงบานพับโลหะส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดบาดหูในความเงียบงัน
แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้มาใหม่ ทำให้มินนาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย... และไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างพาย
ร่างชุ่มโชกไปด้วยหยดน้ำฝนของบุคคลนั้นก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ ใบหน้าซีดเซียวและรอยยิ้มแปลกประหลาดที่มุมปากของอีกฝ่าย ทำให้คีย์ถึงกับผุดลุกขึ้นยืนบังมินนาไว้ข้างหลังสัญชาตญาณ
"เจอตัวสักทีนะ... คีย์" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมกับดวงตาคู่คมที่จดจ้องมองมายังพวกเขาทั้งสองคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
***
*(ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ที่คั่นหนังสือสีชมพู"เสมอนะคะ)*
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 16
วันที่ฝนตกหนัก
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!