“ถ้ามินนายังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองผมตอนนี้... ผมอาจจะลืมสิ่งที่เตรียมจะพูดไปจริงๆ ก็ได้นะ”
เสียงทุ้มต่ำของคีย์ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดโซนลึกทำให้มินนาสะดุ้งสุดตัว มือเล็กๆ ที่กำลังถือปากกาเตรียมจะจดโน้ตลงในสมุดบันทึกสั่นจนปลายปากกาขีดเส้นยาวออกมานอกบรรทัด เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่ยึดพื้นที่โต๊ะไม้ตัวยาวฝั่งตรงข้ามไว้ตั้งแต่เย็นวันนี้
แววตาของคีย์วันนี้ต่างจากทุกครั้ง มันมีความอ่อนโยนที่ปนเปไปกับความกดดันบางอย่าง จนมินนาทำตัวไม่ถูก เธอได้แต่เสมองไปทางชั้นหนังสือประวัติศาสตร์วรรณกรรมที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ราวกับว่าสันปกหนังสือเหล่านั้นน่าสนใจกว่าใบหน้าคมคายของวิศวกรหนุ่มที่ใครๆ ต่างก็หมายปอง
“พูด... พูดอะไรเหรอคะ?” มินนาถามเสียงแผ่ว พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
คีย์ไม่ได้ตอบในทันที เขาวางหนังสือเล่มหนาที่อ่านค้างไว้ลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ของห้องสมุดทำให้มินนารู้สึกเหมือนลมหายใจจะติดขัด “คุณจำได้ไหมตอนที่เราเจอกันครั้งแรก ในวันที่ฝนตกหนักจนคุณลืมร่มไว้ใต้ชั้นหนังสือเล่มนั้น?”
มินนาเม้มริมฝีปากแน่น ความทรงจำย้อนกลับไปในวันนั้น วันที่เธอกลัวการเผชิญหน้ากับโลกภายนอกที่สุด แต่เขากลับเป็นคนที่ยื่นร่มคันนั้นให้พร้อมรอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง “จำได้ค่ะ... ตอนนั้นคุณเปียกไปครึ่งตัวเลย”
“ตอนนั้นผมตั้งใจจะแค่ยืมหนังสือ แต่พอเห็นคุณนั่งกอดสมุดเล่มสีชมพูอยู่มุมนั้น ความคิดผมก็เปลี่ยนไปเลย” คีย์เว้นจังหวะ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่แววตาสั่นระริกของหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ลดละ “ผมเฝ้ามองคุณมาตลอด ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนร่วมห้องสมุด ไม่ใช่แค่คนที่มาอ่านหนังสือโต๊ะเดียวกัน... แต่มินนาครับ...”
หัวใจของมินนาเหมือนถูกบีบจนแทบหยุดเต้น คำว่า ‘แต่’ ประโยคนั้นดูเหมือนจะมีน้ำหนักมหาศาล เขาขยับมือข้างหนึ่งมาวางบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เลื่อนมาใกล้สมุดบันทึกของเธอ ราวกับจะสื่อว่าเขารับรู้ถึงความลับที่ถูกจารึกไว้ในนั้นทั้งหมด
“ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าคุณจะพูดอะไร แต่ถ้ามันเป็นเรื่องที่...”
“มันเป็นเรื่องที่ผมอยากให้คุณรู้มานานแล้ว” คีย์ขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาจริงจังและหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความรู้สึกของผมมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีผมก็กลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณหายไปจากห้องสมุดนี้ ผมจะ...”
เขาสูดหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีบนโลกนี้มากองรวมกันไว้ที่ปลายลิ้น มินนาแทบจะกลั้นใจตาย เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นมาบนใบหน้า เมื่อคีย์เอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ
ทว่า... ทันใดนั้น ความเงียบสงบในโซนหนังสือประวัติศาสตร์ก็ถูกทำลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
“เฮ้! คีย์! อยู่ตรงนี้จริงๆ ด้วย! หาตัวแทบแย่แหน่ะ!”
เสียงแหลมสูงของ ‘พาย’ ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในโซนห้ามใช้เสียง พายเบรกตัวโก่งเมื่อเห็นบรรยากาศที่ดูเหมือนจะกำลัง ‘เข้มข้น’ จนแทบจะละลายได้ตรงหน้า เธอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นทำหน้าตื่นๆ “อุ๊ย... ขอโทษทีนะ พอดีมีเรื่องด่วนจริงๆ อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกหาทั้งคู่น่ะ คีย์! เรื่องโปรเจกต์งานอาสาที่ห้องสมุด เขาบอกว่าต้องเคลียร์ให้จบก่อนมืดนี้เลย ไม่งั้นโดนหักคะแนนหนักแน่!”
คีย์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความผิดหวังฉายชัดในแววตาที่เขามองพาย ก่อนจะหันกลับมาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายให้มินนา “ขอโทษนะมินนา... ผมคงต้องไปก่อน”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือที่เพิ่งจะแตะหลังเธอถูกดึงกลับไปอย่างรวดเร็ว พายที่ยังไม่รู้สถานการณ์ดีนักรีบดึงแขนคีย์ให้เดินออกไป แต่ในวินาทีที่เดินผ่านหน้ามินนา คีย์ก็หยุดชะงัก เขาก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้มินนาสั่นสะท้านไปถึงกระดูก “รอก่อนนะ... ผมมีเรื่องที่ต้องพูดกับคุณให้จบ ต่อให้วันนี้จะถูกขัดจังหวะ แต่พรุ่งนี้ผมจะกลับมาทวงคำตอบที่ค้างคาไว้”
มินนาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนจนทำอะไรไม่ถูก เสียงฝีเท้าของคีย์ห่างออกไปจนเงียบสนิท ทิ้งให้เธออยู่กับความว่างเปล่าของห้องสมุดและหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลอง
ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเปิดสมุดบันทึกเล่มสีชมพูเพื่อเขียนระบายความรู้สึก สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่คีย์ลืมทิ้งไว้บนโต๊ะ... มันไม่ใช่ปากกา ไม่ใช่หนังสือ แต่เป็น ‘ที่คั่นหนังสือสีชมพู’ แผ่นใหม่ที่มีลายมือคุ้นตาเขียนไว้ด้านหลังด้วยหมึกสีเข้ม
‘ถ้าพรุ่งนี้ผมยังไม่กล้าพอที่จะพูด... ให้คุณอ่านสิ่งที่ผมเขียนไว้ในเล่มนี้แทนนะ’
มินนาหยิบที่คั่นหนังสือนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา พลิกดูข้อความด้านหลัง แต่ก่อนที่จะได้อ่านใจความสำคัญ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็เดินย้อนกลับมาที่โต๊ะของเธออีกครั้ง... ไม่ใช่ฝีเท้าของคีย์ แต่มันเป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาด้วยจังหวะมั่นคงและเย็นเยียบ
“อ่านอะไรอยู่เหรอจ๊ะ มินนา?”
น้ำเสียงคุ้นหูที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นเหนือหัว เมื่อมินนาเงยหน้าขึ้นมอง เธอพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่พาย และไม่ใช่คีย์... แต่เป็น ‘ดาวคณะ’ ที่เคยประกาศก้องว่าจะไม่มีใครได้คีย์ไปครอบครองนอกจากเธอคนเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามเรื่องราวความรักในมุมห้องสมุดแห่งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- ที่คั่นหนังสือสีชมพู -
บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด•ตอนที่ 28
ดาวบนฟ้ากับความรู้สึกในใจ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!