"ถ้าคิดจะมาหาเรื่องถึงครัวบ้านฉันอีก รบกวนช่วยหอบสมองที่ฝ่อไปครึ่งซีกกับความหน้าด้านติดมือกลับไปด้วยนะคะ แม่สามี..."
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวดังขึ้น ท่ามกลางควันโขมงจากเตาฟืนในห้องครัว หลินฟางใช้ทัพพีไม้เคาะขอบกระทะเหล็กเสียงดัง *ก๊อง!* เพื่อเป็นการต้อนรับผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญอย่างแม่สามีตระกูลจาง ที่กำลังยืนหน้าเขียวคล้ำกำหมัดแน่นอยู่ตรงประตู
นางผู้เฒ่าจางอ้าปากพะงาบๆ หมายจะด่ากราดตามนิสัยเดิม แต่กลิ่นหอมหวนอันทรงพลังที่ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วบริเวณกลับทำให้คำด่าทอทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างเมื่อกวาดมองไปบนโต๊ะไม้เนื้อ
ไก่บ้านเนื้อแน่นสับเป็นชิ้นพอดีคำถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่มในน้ำซุปสีอำพัน ลอยเด่นด้วยเก๋ากี้และรากบัวสดจากมิติฟาร์มที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจจนน้ำลายสอ ข้างกันคือปลาทอดกรอบราดซอสเปรี้ยวหวานสีแดงฉ่ำเงางาม และผัดผักกวางตุ้งไฟแดงที่เขียวขจีชวนกิน ทุกเมนูล้วนถูกปรุงขึ้นด้วยฝีมือระดับเชฟอัจฉริยะที่ต่อให้ไปหาซื้อตามภัตตาคารในเมืองหลวงก็ไม่มีวันได้สัมผัส
จางหยางที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในบ้านด้วยความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหาร ชะงักกึกทันทีเมื่อกลิ่นหอมนั้นแตะจมูก สัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง แต่ที่ยิ่งกว่าคือภาพของภรรยาตัวน้อยที่ยืนถือทัพพีด้วยท่าทางสง่างาม ดวงตากลมโตเปล่งประกายความมั่นใจ ไร้ซึ่งเงาของสะใภ้ขี้ขลาดคนเดิมที่เคยยอมก้มหัวให้คนในบ้านนี้รังแก
"กลิ่น... กลิ่นอะไรน่ะ หลินฟาง เจ้ากล้าซ่อนเนื้อดีๆ เอาไว้กินคนเดียวรึ!" แม่สามีแผดเสียงแหลมด้วยความอิจฉาริษยาจนตัวสั่น หล่อนพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปในครัวเพื่อคว้าชามอาหารบนโต๊ะ แต่จางหยางที่ใบหน้าบึ้งตึงก้าวเข้ามาขวางไว้เสียก่อน
"ท่านแม่ กลับไปซะเถอะครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา นายทหารหนุ่มปรายตามองมารดาด้วยแววตาตำหนิ "ที่นี่บ้านของผมกับภรรยา ถ้าท่านยังมาหาเรื่องฟางฟางอีก ผมคงต้องพิจารณาเรื่องการส่งเสบียงประจำเดือนให้ท่านใหม่แล้วล่ะครับ"
นางผู้เฒ่าจางสะดุ้งเฮือก บุตรชายคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความกตัญญู แต่นับตั้งแต่แต่งงานกับนังตัวดีหลินฟาง จางหยางก็มักจะยืนหยัดปกป้องภรรยาจนนางแทบไม่เหลืออำนาจในบ้านหลังนี้อีกต่อไป หล่อนทำได้เพียงฮ่นฮัดกระทืบเท้าเดินหนีไปด้วยความแค้นเคือง พร้อมกับทิ้งสายตาอาฆาตไว้เบื้องหลัง
หลินฟางปรายตามองร่างท้วมที่เดินพ้นรั้วบ้านไปอย่างไม่ใส่ใจ นางหันกลับมาสนใจอาหารในกระทะต่อโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ บรรยากาศในครัวตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปและเสียงฟืนลั่นเปรี๊ยะปร๊ะ
จางหยางกวาดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของภรรยา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก หัวใจที่เคยด้านชาและมีแต่ค่ายทหาร กลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดเมื่อได้กลิ่นไอความครัวเรือนเช่นนี้ สามีหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจเรื่องในบ้าน ค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาจากตัวภรรยาโดยไม่รู้ตัว
"วันนี้... ทำอะไรบ้าง ทำไมถึงหอมขนาดนี้ล่ะ" จางหยางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติหลายส่วน ความดุดันแบบนายทหารหายวับไป เหลือเพียงความเก้ๆ กังๆ ของสามีที่เริ่มตกหลุมพรางเสน่ห์ปลายจวักของภรรยา
หลินฟางหยุดมือจากการจัดอาหารใส่จาน นางหันกลับมาสบตากับสามี รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างจงใจ ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของชายหนุ่ม ก่อนจะยื่นมือเรียวขาวไปหยิบผ้าสะอาดมาซับเหงื่อที่ขมับให้อย่างเบามือ
การกระทำที่อ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยมารยาหญิงเช่นนี้ ทำให้จางหยางถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจเต้นระรัวราวกับกำลังออกศึกในสนามรบ มือหนาโดยสัญชาตญาณเอื้อมไปจับข้อมือเล็กนั้นไว้โดยไม่รู้ตัว
"เจ้า... เปลี่ยนไปมากนะ ฟางฟาง" จางหยางกระซิบเสียงพร่า สายตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความหลงใหลและความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง "เจ้าทำให้ข้า... ละสายตาไปไหนไม่ได้เลย"
"ถ้าพูดจาหวานเลี่ยนแบบนี้แล้วคิดว่าจะได้กินข้าวง่ายๆ ล่ะก็ ฝันไปเถอะค่ะท่านพี่" หลินฟางหัวเราะคิกคักในลำคอ นางดึงข้อมือกลับอย่างนิ่มนวลก่อนจะตักซุปไก่ร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีส่งให้เขา "ไปล้างมือให้สะอาดแล้วมานั่งโต๊ะค่ะ วันนี้ฉันจะแสดงฝีมือให้คุณเห็นว่า อาหารที่ภรรยาคนนี้ทำ มันอร่อยจนลืมทางกลับบ้านเลยล่ะค่ะ"
จางหยางรับชามซุปมาถือไว้ ความร้อนจากชามแผ่ซ่านถึงฝ่ามือ แต่ความอบอุ่นนั้นกลับวิ่งตรงเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ รสชาติของน้ำซุปไก่ที่กลมกล่อม ละมุนละไม ละลายในปากตั้งแต่คำแรก ทำให้ชายหนุ่มผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนถึงกับนิ่งงัน มันไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่มันคือรสชาติของคำว่า "บ้าน" ที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต
หลินฟางมองปฏิกิริยาของสามีด้วยความพึงพอใจ นางตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวในมิติฟาร์ม เมล็ดอวบอ้วนขึ้นเงาและมีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว วางลงตรงหน้าเขา พร้อมกับรินเหล้าหมักผลไม้รสชาติละมุนที่นางแอบกลั่นขึ้นเองลงในจอกเล็กๆ
บรรยากาศในห้องครัวเล็กๆ เต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายความสุขที่ค่อยๆ ผ่งบานขึ้นทีละน้อย จางหยางกินอาหารทุกคำด้วยความซาบซึ้ง สายตาที่มองภรรยาเปลี่ยนจากความรู้สึกผิดในอดีต กลายเป็นความคลั่งไคล้และรักใคร่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เขารู้ตัวแล้วว่า ต่อให้มีสมบัติกองเท่าภูเขา เขาก็ไม่อาจแลกกับรอยยิ้มและฝีมือทำอาหารของสตรีตรงหน้านี้ได้อีกแล้ว
ทว่า... ในขณะที่ค่ำคืนอันแสนหวานกำลังดำเนินไปอย่างไร้รอยต่อ เสียงทุบประตูด้านหน้ารั้วบ้านอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงโวยวายโหยหวนของญาติฝ่ายสามีที่แห่กันมาเป็นโขยง ก็ดังแหวกความเงียบขึ้นมาทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ!
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และมอบความรักให้อย่างท่วมท้นในทุกๆ ตัวอักษรนะคะ!)
วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน•ตอนที่ 36
พิสูจน์รักด้วยมื้อค่ำ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีรักฉบับฟาร์มสุขของเมียทหารผู้ตามใจภรรยาจนเสียคน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!