เสียงเบรกเอี๊ยดอ๊าดลากยาวบาดแก้วหู พร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่เหวี่ยงร่างของลินินให้คะมำไปชนกับคอนโซลหน้ารถ กลิ่นยางไหม้และควันจางๆ คลุ้งปนไปกับกลิ่นอายอันตรายของค่ำคืนนี้ ทว่าก่อนที่สติของเธอจะหลุดลอย ร่างหนาหนักของคิรากรก็โถมเข้าปกคลุม บังคับร่างของเธอไว้ใต้แผงอกกำยำราวกับเกราะเหล็กที่ไม่มีวันยอมให้สิ่งใดมาแตะต้อง
"หมอบลง... ห้ามเงยหน้าขึ้นมาเด็ดขาด ลินิน!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดก้องผ่านเสียงกระจกรถที่แตกละเอียดเป็นเม็ดข้าวโพดจากคมกระสุนนัดแรกที่เจาะทะลุเข้ามาในห้องโดยสาร หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหวาดกลัวแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายในวินาทีนี้ คือการเห็นเลือดสีเข้มที่เริ่มซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีเข้มบริเวณหัวไหล่ของชายหนุ่ม
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันหลายนัดจากภายนอก รถหรูของพวกเขาถูกล้อมไว้ด้วยกลุ่มมือปืนรับจ้างที่ต้องการปิดปากพวกเขากwถาวร คิรากรกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบทอประกายความดิบเถื่อนดั่งซาตานหลุดจากขุมนรก เขาไม่สนใจแม้แต่รอยแผลกระสุนที่กำลังแผดเผาผิวเนื้อ มือข้างหนึ่งดึงอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากช่องเก็บของอย่างคล่องแคล่ว สายตาของเขาเต็มไปด้วยความคลั่ง
"คุณคีย์... คุณบาดเจ็บ" ลินินเอ่ยเสียงสั่น มือบางเอื้อมไปแตะลาดไหล่หนาที่ชุ่มไปด้วยเลือด ความห่วงใยพวยพุ่งขึ้นมาจนกลบความกลัวทั้งหมด
"ฉันไม่เป็นไร..." เขากระซิบชิดริมหูเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้ม แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม แต่แววตาที่เขามองเธอกลับเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และหวงแหนอย่างล้นพ้น "จำคำฉันไว้... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องรอด ลินิน เธอเป็นของฉันคนเดียว"
สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็ถีบประตูรถฝั่งที่ถูกกราดยิงออกไปอย่างแรง ร่างสูงใหญ่พุ่งออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาผสมกับกลิ่นคาวเลือด
สมรภูมิย่อมๆ ท่ามกลางความมืดบังเกิดขนานใหญ่ เสียงปืนดังสนั่นก้องกังวาน คิรากรเคลื่อนไหวราวกับมัจจุราชไร้ความปรานี แม้บาดแผลที่หัวไหล่จะทำให้การเคลื่อนไหวติดขัด แต่ความดุร้ายและสัญชาตญาณดิบเถื่อนทำให้เขาสามารถจัดการมือปืนฝ่ายตรงข้ามทีละคนได้อย่างเลือดเย็น กระสุนนัดแล้วนัดเล่าถูกปลดปล่อยออกไปเพื่อแลกมาซึ่งความปลอดภัยของคนที่อยู่ด้านหลัง
ทว่า จำนวนคนที่มีมากกว่าเริ่มทำให้สถานการณ์พลิกผัน เมื่อมือปืนคนหนึ่งแอบอ้อมมาทางด้านหลังและเล็งปากกระบอกปืนตรงมายังซากรถที่ลินินซ่อนอยู่
"ระวัง!" ลินินกรีดร้องสุดเสียงด้วยความลืมตัว
คิรากรหันขวับกลับมาในเสี้ยววินาทีเป็นตาย เขาพุ่งตัวเข้าขวางวิถีกระสุนพร้อมกับเหนี่ยวไกสวนกลับไปในเวลาเดียวกัน เสียงปืนดังขึ้นอีกนัดตัดผ่านความเงียบ
ร่างสูงใหญ่สะท้านเฮือกเมื่อกระสุนอีกนัดฝังเข้าที่ท้องด้านซ้าย เลือดสีสดไหลทะลักย้อมเสื้อผ้าเนื้อดีจนชุ่มโชก แต่เขากลับไม่ยอมล้มลง ร่างกายอันกำยำพุ่งเข้าประชิดตัวศัตรูคนสุดท้ายก่อนจะใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ขมับจนอีกฝ่ายสลบเหมือดไปคาที่
ความเงียบสงัดกลับคืนมาอีกครั้ง ท่ามกลางหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาซัดสาดชะล้างคราบเลือดบนพื้นถนน
ลินินผลักประตูรถฝั่งที่ปลอดภัยแล้ววิ่งออกมาด้วยขาที่สั่นเทา เธอกรื่กเข้าประคองร่างของคิรากรที่กำลังทรุดฮวบลงกับพื้นถนน น้ำตาหยดใสไหลพรั่งพรูอาบสองแก้มเมื่อเห็นสภาพอันสะביของชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"คุณคีย์! อย่าเป็นอะไรนะคะ... ฮือ ฉันขอร้อง" เสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวขาดห้วง มือสั่นเทาพยายามกดแผลที่ไหล่และหน้าท้องเพื่อห้ามเลือดที่ไหลไม่หยุด
คิรากรเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาที่เคยคมปลาบและเยชาบัดนี้อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือดก็ตาม
"ร้องไห้ทำไม... หืม..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกระซิบ มือหนาที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืนและเลือดเอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการย้ำเตือนว่าเขายังคงอยู่ตรงนี้ "ฉันบอกแล้ว... ว่าไม่มีใครพรากเธอไปจากฉันได้ ทั้งชีวิตนี้... เธอก็เป็นของฉัน"
"คุณมันบ้า... ทำไมต้องเอาชีวิตมาแลกกับฉันด้วย" ลินินทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งเบาๆ ด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่เขากลับรวบมือเธอเข้ามากุมไว้แนบอก บังคับให้เธอยอมรับสัมผัสอันร้อนรุ่มที่แม้แต่ความเจ็บปวดก็ไม่อาจขัดขวางได้
"เพราะเธอคือลมหายใจ... ลินิน" เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ รสจูบที่ทั้งดุดันและโหยหาถูกประทับลงมาอย่างดะดื่นท่ามกลางสายฝน เป็นรสสัมผัสที่เจือด้วยกลิ่นคาวเลือดและความเร่าร้อนอันตรายที่สั่นประสาท สติของหญิงสาวพร่าเลือนไปกับสัมผัสลึกซึ้งที่เขายัดเยียดให้อย่างเต็มใจ ร่างกายแนบชิดกันจนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว ท่ามกลางสมรภูมิที่พังทลายรอบตัว
ทว่า ในขณะที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังผสานเข้าหากันด้วยแรงปรารถนาอันบ้าคลั่ง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแทรกขึ้นมาจากระยะไกล
คิรากรชะงัก เปลือกตาคมหรี่ลงเล็กน้อย เขาดันร่างของลินินให้อยู่ด้านหลังอย่างปกป้องอีกครั้ง สายตาดุดันกวาดมองไปยังความมืดเบื้องหน้า
เงาร่างของชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากหลังม่านหมอกและแสงไฟรถที่สาดส่อง ร่างนั้นสูงโปร่ง ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน และในมือของชายคนนั้น... กำลังเล็งกระบอกปืนตรงมาที่ศีรษะของคิรากรพอดี
"เกมจบลงแค่นี้แหละ... น้องชาย" เสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำเอาลมหายใจของลินินสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่มาใหม่ชัดเจน
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ ภูริศร์
พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย•ตอนที่ 27
สมรภูมิเลือดและรัก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายรอยรักนอกกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!