กลิ่นอายจันทร์เสี้ยวโลหิตยังคงค้างเติ่งอยู่เบื้องล่างหน้าผาหยกสวรรค์ ทว่าภายในห้องฝึกตนลับหลังม่านน้ำตกดารากลับมืดมิดและเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยาดน้ำค้างกลั่นตัวร่วงหล่น
"หากเจ้ายังใช้จิตมารนำวิถีกระบี่ ชั่วชีวิตนี้... ต่อให้เจ้าบรรลุขั้นเซียนอมตะ ก็เป็นได้เพียงเงาที่ไร้แก่นสาร"
น้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำเย็นเยียบของหลี่มู่เหยียนดังขึ้นในความมืด นางยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเงาร่างของเยี่ยเฟิง อาภรณ์สีขาวสะอาดไร้รอยเปื้อนสะท้อนประกายเรืองรองจากผลึกดาราอัคคีบนผนังศิลา แววตาของเทพกระบี่ไร้ลักษณ์คู่นั้นเยชาและลึกล้ำดึงดูดผู้คนให้จมดิ่งราวกับหลุมดำแห่งห้วงนรกภูมิ
เยี่ยเฟิงหอบหายใจรินรดผืนศิลาเบื้องล่าง เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยตามกรอบหน้าคมคายที่บัดนี้ฉายแววดื้อรั้นระคนเจ็บปวด ความพ่ายแพ้จากการประลองเมื่อยามสนธยายังคงกัดกินหัวใจ เขากัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมจ้องมองอาจารย์สาวผู้สูงศักดิ์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำ
"ศิษย์โง่เขลา... มิอาจเข้าใจความไร้ใจที่ท่านพร่ำสอน" เยี่ยเฟิงเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยแรงพยศ "วิชากระบี่ของข้า เกิดจากความแค้น ความเจ็บปวด และโลหิตที่หลั่งริน ไฉนเลยต้องตัดขาดความรู้สึกเช่นท่าน!"
พรึบ!
ไม่ทันที่คำพูดจะขาดห่วง ร่างระหงของหลี่มู่เหยียนก็เคลื่อนไหว นางหายตัวจากจุดเดิมราวกับภูตผี ปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังศิษย์หนุ่มในเสี้ยววินาที กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยร้อยปีปะทะเข้ากับนาสิกของเยี่ยเฟิง พร้อมๆ กับความเย็นเยียบของคมกระบี่ที่แนบชิดอยู่บนต้นคอระหง
"ความแค้นหรือ? มันเป็นเพียงหินผาที่ถ่วงรั้งให้ก้าวไม่พ้นขอบเขตมนุษย์"
สัมผัสนั้นไม่ได้มีเพียงความตายอันน่าสะพรึงกลัว แต่เรียวนี้ หลี่มู่เหยียนกลับขยับเข้ามาประชิดยิ่งขึ้น มือเรียวดั่งหยกขาวของนางเอื้อมแตะลงบนแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มเหงื่อของเขาโดยตรง ความร้อนระอุจากร่างกายของศิษย์หนุ่มปะทะเข้ากับฝ่ามือเย็นเยียบของอาจารย์ เกิดเป็นกระแสพลังปราณตัดกันรุนแรงจนเส้นผมของทั้งสองปลิวไสว
เยี่ยเฟิงสะท้านเฮือก ทั่วร่างแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม สัมผัสทางกายที่แนบชิดอย่างไร้ช่องว่างเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดหลายปีของการฝึกตน กลิ่นอายกดดันมหาศาลจากขอบเขตบรรพกาลของหลี่มู่เหยียนหลอมรวมเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาผ่านทางการสัมผัส มันไม่ใช่การถ่ายทอดพลังแบบปกติ หากแต่เป็นการชี้นำลมปราณด้วย "กายสัมผัส" ที่ลึกซึ้งและอันตรายถึงชีวิต
"ตั้งสมาธิ... ควบคุมชีพจรของเจ้า อย่าให้ความริษยาครอบงำจิตวิญญาณ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวลมหายใจดังอยู่ข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำของเยี่ยเฟิง ลมหายใจอุ่นร้อนของนางรินรดต้นคอ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของอดีตศิษย์เอกเต้นระรัวราวกับกลองศึก มือของหลี่มู่เหยียนลูบไล้ไปตามแนวสันหลังของเขาเพื่อจัดระเบียบกระดูกลมปราณทีละจุด ความเจ็บปวดจากการทะลวงจุดชีพจรผสานกับความวาบหวามอันน่าตื่นตระหนกทำให้เยี่ยเฟิงเกือบจะส่งเสียงครางต่ำในลำคอ
วิชากระบี่ลับของสำนักเซียนเก้าสวรรค์ "อัสนีไร้ลักษณ์" มิได้ถ่ายทอดด้วยตัวอักษร หากแต่ต้องส่งผ่านจิตวิญญาณและสัมผัสทางกายในยามที่ยินยอมเปิดประตูใจให้แก่กัน
ในขณะที่พลังปราณกระบี่อันบริสุทธิ์ของหลี่มู่เหยียนไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเยี่ยเฟิง ภาพอดีตอันเลือนรางก็สะท้อนวาบขึ้นในห้วงนิตยสารความคิดของนาง ภาพของเด็กหนุ่มผู้เคยถือกระบี่ไม้ไผ่คอยติดตามนางไปทุกหนแห่ง ภาพความทรงจำที่ถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งความพินาศ... น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่สวยของเทพกระบี่ไร้ใจกระทบลงบนไหล่กว้างของเยี่ยเฟิง
เยี่ยเฟิงสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นและความสั่นสะเทือนเพียงน้อยนิดจากร่างที่มักจะเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งของอาจารย์ หัวใจของเขาอ่อนยวบลงในพริบตา ความโกรธแค้นทั้งหมดมลายหายสิ้น เหลือเพียงความโหยหาและแรงดึงดูดอันลึกล้ำที่ไม่อาจต้านทาน
"อาจารย์..." เยี่ยเฟิงพึมพำเสียงสั่น พลิกตัวกลับมาประชิดนาง มือหนาเอื้อมสัมผัสเอวคอดกิ่วของหลี่มู่เหยียนตามสัญชาตญาณ
หลี่มู่เหยียนชะงักงัน ดวงตาสกาวดาราสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาและหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวด ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าจากเคล็ดวิชาที่กำลังหลอมรวมกันจนเกิดเสียงเปรี๊ยะปร๊ะ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน เสียงคำรามสะท้านฟ้าก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องนอกม่านน้ำตก!
เปรี้ยงงงง!
ค่ายกลพิทักษ์สำนักแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับแรงระเบิดมหาศาลที่กวาดเอาศิลาผาพังทลายลงมา เศษฝุ่นควันตลบอบอวล และท่ามกลางความโกลาหลนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทพร้อมหน้ากากอสูรโลหิตก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
"ฮ่าๆๆๆ หลี่มู่เหยียน... ข้าตามหาเจ้าทั่วหล้า ที่แท้เจ้าก็กำลัง ‘สั่งสอน’ ศิษย์ทรยศผู้นี้ด้วยวิธีนี้นี่เอง!"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกของจ้าวซีหราน ประมุขพรรคมารดังขึ้น พร้อมกับปลายกระบี่มารโลหิตที่ชี้ตรงมายังคนทั้งสอง โดยมีร่างโชกเลือดของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเซียนถูกโยนลงแทบเท้าของพวกเขา!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับปลายปากกาของ หลิวเยี่ยนซี ในบทนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์•ตอนที่ 12
คืนวันแห่งการฝึกฝน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!