"พูดใหม่อีกทีซิครับ เมื่อกี้หูผมอาจจะฝาดไปหน่อยว่า คนที่ไม่มีแม้แต่พื้นฐานการอ่านแบบแปลนสถาปัตยกรรมอย่างคุณ กำลังวิจารณ์งานออกแบบมูลค่าแปดหลักด้วยมาตรฐานอะไร"
ประโยคราบเรียบเย็นชาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของธันวา ไม่เพียงแต่หยุดเสียงหัวเราะคิกคักของทีมงานฝ่ายการตลาดในห้องประชุมใหญ่ลงได้ในเสี้ยววินาที แต่ยังทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิดิ่งลงจนแทบจะติดลบ สถาปนิกหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มไร้ที่ติ กอดอกมองผู้ชายตัวเล็กกว่าที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนซ่อนคม
พายไม่ได้ถอยหลังหนี เขากลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น มือเรียวตวัดแผ่นกระดาษพิมพ์เขียวชิ้นปัญหาลงบนโต๊ะประชุมกระจกเงาวับเสียงดัง *ปึ้ง!* จนเอกสารกระพือ
"ถ้าหูไม่ได้ฝาด คุณก็น่าจะเช็ดขี้หูแล้วตั้งใจฟังให้ดีนะคะคุณสถาปนิก" พายยิ้มหวานหยดแบบที่ถ้าเอามีดมาแทงข้างหลังคงจะไม่เจ็บเท่านี้ "ฉันบอกว่า 'แบบแปลนแรก' ของคุณเนี่ย มันสวยนะ... สวยแบบพิพิธภัณฑ์ร้างที่พร้อมจะพังครืนลงมาฝังกลบศพคนมาเยี่ยมชมได้ทุกเมื่อ โครงสร้างเสาLobby ตรงนี้มันขัดแย้งกับหลักการไหลเวียนของลูกค้าอย่างสิ้นเชิง หรือว่าสมองส่วนการตลาดของคุณธันวาถูกรีโนเวททิ้งไปพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยพวกนี้แล้วคะ?"
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นรอบห้องประชุม บรรดาผู้ช่วยและทีมงานต่างพากันก้มหน้ามองตัก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะรู้ดีว่าธันวาเกลียดที่สุดคือการถูกวิจารณ์งานโดยคนที่อยู่นอกสายอาชีพ ยิ่งเป็นคนปากคอเราะรายอย่างพายด้วยแล้ว... ไฟบรรลัยกัลป์ดีๆ นี่เอง
ธันวาไม่โกรธ เขาไม่ได้ตบโต๊ะ ไม่ได้ขึ้นเสียง ทว่าดวงตาสสีเข้มคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าหมั่นไส้ ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่พายยืนอยู่ช้าๆ จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก จนพายต้องแอบผะแผ่วลมหายใจ
"ปากดีระดับนี้... กินอะไรเข้าไปครับ ถึงได้มั่นหน้ามั่นโหนกขนาดนี้" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาต่ำ กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุบประสาทที่ได้ยินกันแค่สองคน "ทำงานครีเอทีฟจนสมองเพ้อเจ้อ คิดว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยทุ่งลาเวนเดอร์หรือไง ถึงได้กล้ามาสั่งสอนผมเรื่องโครงสร้าง"
"อ๋อ พอดีฉันกิน 'ความจริง' เข้าไปค่ะ เลยไม่ต้องทนกินน้ำใต้ศอกอีโก้สูงๆ ของใครบางคน" พายสวนกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา ระยะห่างแคบแค่คืบทำให้เห็นแพขนตายาวและสันจมูกโด่งเป็นคมของอีกฝ่ายได้ชัดเจน หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่มันพุ่งปรี๊ดจนอยากจะซัดหน้าหล่อๆ นี่สักที "ถ้าคุณเก่งนักทำไมไม่อ่านรีพอร์ตพฤติกรรมผู้บริโภคที่ฉันส่งให้เมื่อสามวันก่อนล่ะคะ หรือว่าตัวหนังสือมันเล็กเกินไปจนสายตาสคนแก่เขаมองไม่เห็น?"
"คุณพาย!" ธันวาเผลอกัดฟันกรอด สันกรามคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ชายคนนี้ไม่เคยยอมให้ใครเหยียบจมูกก่อน และพายก็เป็นคนแรกในรอบหลายปีที่กล้าจิ้มกบาลเขาทางวาจาแบบไม่ไว้หน้า
"เรียกซะดังเชียว หูไม่ได้หนวกนี่คะ หรือสมองเริ่มประมวลผลช้าเพราะแก่เกินแกงแล้วล่ะ" พายลอยหน้าลอยตาตอบ พลางใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนแปลนสถาปัตยกรรมตรงหน้า "เอาเป็นว่า... กลับไปแก้แบบมาใหม่นะคะคุณสถาปนิก เอาแบบที่ลูกค้าเดินเข้าประตูแล้วไม่ต้องกลัวคานหล่นทับหัวตายอ่ะค่ะ ทำได้ใช่ไหมคะ หรือต้องให้ฉันวาดรูปอนุบาลให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนดี?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ทีมงานแทบจะมุดมุดแผ่นดินหนี รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงของธันวาที่ตอนนี้ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
มือหนาเอื้อมลงมาทาบลงบนขอบโต๊ะ กักตัวพายไว้ตรงกลางระหว่างอกกับพนักเก้าอี้โดยสมบูรณ์ ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของคนปากเก่ง ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนพายสะấuเฮือก
"ปากดีแบบนี้... เก็บเอาไว้ไปเถียงต่อบนเตียงดีไหมครับ คุณครีเอทีฟ"
พายชะงัก ตาโตขึ้นทันทีด้วยความตกใจกับคำพูดที่หลุดกรอบความเป็นมืออาชีพของสถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบ เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนหมั่นไส้ขั้นสุด
"คุณธันวา! นี่คุณ..."
ยังไม่ทันที่พายจะได้พ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าคนฉวยโอกาส ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงหอบหายใจของเลขาฯ หน้าห้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะ
"คุณธันวาคะ! คุณพายคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! แปล... แปลนโครงการเฟสสองที่เก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลาง... ถูกแฮกแล้วหายไปทั้งหมดค่ะ!"
ธันวาผละตัวออกจากพายช้าๆ สายตาคมกริบเปลี่ยนเป้าหมายไปยังจอโปรเจกเตอร์ที่อยู่ๆ ก็ดับวูบลง ก่อนจะกะพริบติดขึ้นมาใหม่พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏหราอยู่กลางจอ
*‘ของขวัญต้อนรับการกลับมา... หวังว่าจะชอบนะครับ’*
พายขมวดคิ้วแน่น หันไปสบตากับธันวาที่ตอนนี้สีหน้าเคร่งเครียดดาร์กสนิทจนน่ากลัว และในวินาทีนั้นเอง ธันวาก็กระชากข้อมือบางของพายให้เดินตามออกไปทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"เฮ้ย! ดึงทำไมเนี่ย ปล่อยนะคุณ!"
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความกวนและเคมีชวนจิกหมอนนี้นะคะ พุดดิ้งคาราเมลสัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินแซ่บให้ใจสั่นยิ่งขึ้นในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาทของคุณสถาปนิก•ตอนที่ 2
ปากดีระดับนี้ กินอะไรเข้าไปครับ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาทของคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
