ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย•ตอนที่ 33

คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถอยไปนะเฮีย... ยืนซ้อนหลังแบบนี้มันหายใจไม่ออก” ทิวาพยายามขยับตัวหนีแรงกดทับจากแผงอกแกร่งที่ขยับเข้ามาใกล้จนแทบไร้ช่องว่าง ไอความร้อนจากร่างกายของกรณ์แผ่ซ่านผ่านเสื้อช็อปตัวหนาเข้ามายังแผ่นหลังของคนตัวเล็กกว่า กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘เฮียวิศวะ’ คนนี้กำลังทำให้สติสัมปชัญญะของทิวาพร่าเลือน “หายใจไม่ออกหรือว่าทำตัวไม่ถูกกันแน่ ทิวา” เสียงทุ้มต่ำพร่าของกรณ์กดลงข้างใบหู มือหนาที่เปื้อนคราบฝุ่นจางๆ จากการทำงานในช็อปเอื้อมไปยันขอบโต๊ะทำงานของทิวา ล้อมกักตัวคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนอย่างถือสิทธิ์ นัยน์ตาดุคมกริบที่เคยใช้มองศัตรู บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีซึนเดเระปากร้าย ทิวาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน สายตาเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยของ ‘มีน’ ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องแล็บอยู่ไม่ไกล ยิ่งเห็นแบบนั้น ความดื้อรั้นในใจก็พุ่งปรี๊ด “อย่าสำคัญตัวผิด เฮียไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลนะ” ทิวาหันกลับมาประจันหน้า ระยะห่างที่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันทำให้กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้ม “แล้วก็กรุณาเอาแขนออกไปด้วย คนอื่นเขามอง... ถ้าเฮียไม่แคร์ชื่อเสียงตัวเอง ก็ช่วยเห็นใจคนโดนลากไปเกี่ยวด้วย” กรณ์หรี่ตาลง รังสีความดุดันแผ่ออกมาจนคนรอบข้างต้องรีบก้มหน้าก้มตาทำงาน “ใครจะมองก็ช่างหัวมันสิ ฉันจะทำอะไรกับ ‘คนของฉัน’ มันหนักหัวใครไม่ทราบ?” คำว่า *‘คนของฉัน’* เล่นเอาทิวาตัวแข็งทื่อ ร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า พยายามจะสวนกลับแต่ดูเหมือนกรณ์จะไม่ได้สนใจจะรอฟังคำตอบแล้ว “ทิวา... ฟังนะ” น้ำเสียงของคนปากร้ายอ่อนลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ มือหนาเลื่อนจากโต๊ะมาคว้าข้อมือเล็กไว้เบาๆ ทว่าสัมผัสกลับหนักแน่นและมั่นคง “ที่ผ่านมาฉันอาจจะพูดจาหมาๆ ใส่เธอไปบ้าง ทำตัวเฮงซวยไปบ้าง แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกจริงๆ คือ...” กรณ์เว้นจังหวะ ดวงตาคมวูบไหวราวกับกำลังตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักได้รูปเผยอออกเล็กน้อยเพื่อเตรียมจะเอ่ยประโยคที่ซ่อนอยู่ในใจมานาน บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดหมุน ลมหายใจของทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียว ทิวารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างไปชั่วขณะ เธอจ้องมองริมฝีปากนั้นด้วยความลุ้นระทึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก *บอกมาสิ... บอกความจริงที่เฮียเก็บไว้มาตลอดสักที* “เฮีย...” ทิวาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงสั่นพร่า มือข้างที่ว่างกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น ทว่า... *ครืด... ครืด...* เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ดังแหวกอากาศขึ้นมาอย่างกะทันหันทำลายห้วงเวลาอันแสนสำคัญลงอย่างสิ้นเชิง กรณ์สบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อครู่ยังอ่อนโยนกลับมาบึ้งตึงดุจเดิมทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ “แม่งเอ๊ย...” เขาสบถลอดไรฟันก่อนจะผละตัวออกห่างจากทิวาอย่างเสียไม่ได้ ทิวาหลุบตาต่ำลงพยายามซ่อนความผิดหวังวูบหนึ่งที่พาดผ่านแววตา เธอมองดูกรณ์ที่หันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยและเย็นชาทันทีที่กดรับ “ว่าไง” กรณ์กรอกเสียงลงไป ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียงห้องแล็บโดยไม่หันกลับมามองเธออีกแม้แต่นิดเดียว ทิวายืนเคว้งคว้างอยู่ที่เดิม ความร้อนที่เคยแผ่ซ่านในอกจางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยความสงสัย มีนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ห่างเหยียดรอยยิ้มร้ายกาจใส่เธอ ก่อนจะเดินนวยนาดตามหลังกรณ์ไป ทิ้งให้ทิวาต้องยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่เพียงลำพัง “เกือบแล้วเชียว... เกือบจะได้ยินแล้วแท้ๆ” ทิวาพึมพำกับตัวเองด้วยความเจ็บใจ ปากเก่งๆ ที่เคยสวนกลับคนทั้งโลกได้ กลับสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่ในจังหวะที่ทิวากำลังจะหันหลังเดินหนีไปจากจุดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นข้างโต๊ะ... มันคือพวงกุญแจเกียร์ตัวเก่าที่กรณ์หวงนักหวงหนา และมีเศษกระดาษโน้ตใบเล็กๆ ร่วงออกมาจากช่องเก็บของของมัน ทิวามือสั่นเทาขณะก้มลงเก็บสิ่งของเหล่านั้นขึ้นมา หัวใจเธอกระตุกวูบเมื่อเห็นสิ่งที่เขียนด้วยลายมือหยาบๆ ของคนซึนปากร้ายที่เพิ่งเดินออกไป *‘อยากสารภาพ... ว่าไม่ได้ชอบแค่ที่เห็น แต่ชอบไปถึงข้างใน... ของคนปากดื้อ’* กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงจากมือทิวาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงลมพัดผ่านช่องระบายอากาศที่เย็นเยียบ แต่ความรู้สึกข้างในกลับร้อนรุ่มจนทนไม่ไหว ในขณะที่เธอกำลังก้มลงจะเก็บมันอีกครั้ง ประตูห้องแล็บก็ถูกผลักออกดังปัง! ร่างสูงของกรณ์เดินกลับเข้ามาพร้อมใบหน้าที่ดุดันกว่าเก่า เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่ทิวาอ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหาเธอแล้วคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงที่มากกว่าเดิมจนคนตัวเล็กต้องนิ่วหน้า “ทิวา... อย่าเพิ่งไปไหน” กรณ์พูดเสียงเข้ม สายตาของเขามีประกายไฟบางอย่างที่น่ากลัวและหลงใหลในเวลาเดียวกัน “มีเรื่องที่ฉันต้องเคลียร์... และครั้งนี้ ไม่มีใครหน้าไหนมาขัดฉันได้อีก” ทิวาสบตากับคนตรงหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ทันเมื่อเห็นว่ากรณ์ไม่ได้มองแค่ตาเธอ แต่เขากำลังมองที่ริมฝีปากของเธอด้วยความหมายที่ชัดเจนจนไม่ต้องเดา คืนนี้... เรื่องราวที่เราติดค้างกันไว้ ดูท่าว่าจะไม่จบลงง่ายๆ เสียแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามและร่วมลุ้นไปกับเฮียกรณ์และน้องทิวานะคะ รักทุกคนค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสילอเฮียวิศวะปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%