เสียงโลหะหนักหน่วงที่กระแทกเข้ากับประตูบานทิศเหนือไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณเตือนภัย แต่มันคือเสียงคำรามของความจริงที่กำลังพังทลายเข้ามาในความเงียบงัน
ไฟแสดงสถานะบนบานประตูหลักเปลี่ยนจากสีเขียวอุ่นสบายตา เป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ราวกับดวงตาของสิ่งมีชีวิตที่กำลังโกรธเกรี้ยว ระบบล็อกอัตโนมัติจากภายนอกถูกเปิดใช้งานแล้ว และในพื้นที่สุญญากาศแห่งนี้ นั่นหมายความว่าทางออกสุดท้ายถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์
เอเลียส วอน ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนอยู่หน้าแผงควบคุมระบบนิเวศ แสงสีฟ้าจากหน้าโฮโลแกรมสะท้อนลงบนแว่นตาโลหะของเขา ปรากฏเป็นระลอกคลื่นข้อมูลที่ไหลผ่านอย่างไร้ความรู้สึก นิ้วมือเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยังคงเคาะแป้นพิมพ์เบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับว่าเสียงทุบทำลายด้านนอกนั้นเป็นเพียงเสียงรบกวนจากแมลงตัวเล็กๆ ในห้องทดลอง
"คุณควรจะหยิบปืนพลาสม่า แทนที่จะยืนคำนวณอัตราการไหลของออกซิเจนในท่อระบายอากาศนะ, เอเลียส"
เซเลสเทีย เรย์ เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ อดีตผู้บัญชาการสาวก้าวเท้าเข้ามาประชิดแผงควบคุม มือเรียวของเธอคว้าด้ามปืนพกแรงดันสูงที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาสีเทาเข้มกวาดมองไปรอบห้องเพื่อประเมินมุมอับและทางหนีทีไล่
เอเลียสปรายตามองเธอเพียงนิดเดียว ก่อนจะหันกลับมาสนใจหน้าจอ "ท่อระบายอากาศที่คุณว่า มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแค่สามสิบเซนติเมตร ถ้าคุณคิดจะมุดหนีไปทางนั้น สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือถอดเกราะทหารหนักๆ ของคุณออก และผมเกรงว่าผิวหนังมนุษย์บอบบางของคุณคงทนแรงเสียดทานของระบบระบายความร้อนไม่ได้เกินห้าวินาทีหรอกครับ, ผู้บัญชาการ"
"อย่ามาเรียกผมด้วยยศนั้น" เซเลสเทียตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่ม "และเลิกทำตัวเป็นนักวิชาการผู้เพิกเฉยต่อความตายสักที ประตูบานนั้นไม่ได้ถูกล็อกด้วยรหัสผ่านธรรมดา แต่มันคือระบบทำลายล้างของกองทัพดาวเคราะห์ พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา พวกมันมาเพื่อกวาดล้างทุกอย่างที่นี่... รวมถึงหลักฐานที่คุณพยายามจะซ่อนไว้ด้วย"
"ผมไม่ได้ซ่อนอะไรทั้งสิ้น" เอเลียสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ ทว่าแรงกดดันในประโยคกลับพุ่งสูงขึ้น "ผมกำลังกู้คืนข้อมูลของดาวบ้านเกิดที่ถูกกองทัพของคุณบิดเบือนต่างหาก ถ้าความจริงเรื่องการล่มสลายของอาณานิคมโอไรอนถูกเปิดเผย คนที่ต้องขึ้นศาลทหารไม่ใช่ผม แต่เป็นเบื้องบนที่คุณเคยภักดีนักหนาต่างหาก, คุณเรย์"
บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้ง ความแตกต่างระหว่างวิศวกรผู้ยึดมั่นในตรรกะเชิงประจักษ์กับอดีตทหารผู้ผ่านสนามรบและเห็นความโสมมของอำนาจ ปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
*ปัง!*
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากแผงวงจรด้านขวา สะเก็ดไฟสีฟ้าพุ่งกระจายออกมาราวกับดอกไม้ไฟมรณะ แรงสั่นสะเทือนทำให้โครงสร้างเหล็กของสถานีส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดน่าขนลุก แรงดันอากาศในห้องเริ่มลดลง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติส่งเสียงฮัมต่ำก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากประตูที่ย้อมให้บรรยากาศภายในกลายเป็นสีเลือด
เซเลสเทียพุ่งตัวเข้ามาประชิดตัวเอเลียส มือข้างหนึ่งกระชากคอเสื้อกาวน์ของเขาเข้าหาตัวจนใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบ แววตาของอดีตผู้บัญชาการสั่นระริกด้วยความโกรธและบางสิ่งที่ลึกล้ำกว่านั้น
"คุณมันบ้า, เอเลียส!" เธอกัดฟันกรอด "คุณคิดว่าความจริงจะช่วยให้คุณรอดไปจากที่นี่ได้งั้นเหรอ? กระสุนนัดเดียวทะลุหัวใจของคุณได้เร็วกว่าที่คุณจะพิมพ์โค้ดบรรทัดสุดท้ายเสร็จเสียอีก"
เอเลียสไม่หลบสายตา ดวงตาสีอำพันของเขาจ้องมองลึกล้ำเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัว มีเพียงความดื้อรั้นและเยือกเย็นที่น่าโมโห
"และถ้าผมตายในขณะที่กำลังปกป้องความจริง... มันก็ยังดีกว่าการมีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้คนนับล้านต้องตายโดยไม่มีใครรู้ความจริงเหมือนที่คุณกำลังทำอยู่, ครับ" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง ชวนให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
มือที่กำคอเสื้อของเซเลสเทียคลายลงทีละน้อย ความโกรธเกรี้ยวในแววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง เคมีอันเร่าร้อนระหว่างคนทั้งสองในยามวิกฤตสร้างแรงดึงดูดมหาศาล ราวกับแรงโน้มถ่วงของหลุมดำที่ดึงดูดทุกสิ่งให้เข้าหาจุดศูนย์กลางโดยไม่สนว่ามันจะแหลกสลายหรือไม่
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างความตึงเครียดทางอารมณ์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตู... แต่มันไม่ใช่เสียงที่มาจากทางทิศเหนือ
มันมาจาก *พื้นเบื้องล่าง*
เอเลียสขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาก้มมองลงที่จอภาพโฮโลแกรมหลักที่ตอนนี้ปรากฏแผนผังโครงสร้างของสถานีอวกาศอีกครั้ง แสงไฟสีแดงไม่ได้มาจากแค่ประตูหน้า แต่ระบบรักษาความปลอดภัยลับใต้พื้นห้องกำลังถูกปลดล็อกด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุด... รหัสผ่านที่มีเพียงผู้สร้างระบบเท่านั้นที่รู้
วิศวกรหนุ่มชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่เขาคาดไม่ถึง
"เซเลสเทีย..." เอเลียสเอ่ยชื่อเธอดوด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ความเยือกเย็นหายวับไปกับตา "ถอยหลังไปจากแผงควบคุมเดี๋ยวนี้"
"อะไรนะ?"
"มีคนอื่นอยู่ในสถานีนี้... และมันไม่ใช่คนของกองทัพ"
เอเลียสแตะนิ้วลงบนปุ่มคำสั่งสุดท้าย ทันใดนั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องควบคุมลับใต้ดินก็สว่างวาบขึ้นบนจอหลัก ภาพที่ปรากฏทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกักค้าง
ชายในชุดสูทสีดำสนิทไร้สังกัด ไร้รหัสประจำตัว กำลังยืนอยู่หน้าตู้เก็บตัวอย่างชีวภาพที่ควรจะว่างเปล่า... แต่ในมือของมัน คือหลอดบรรจุสารพันธุกรรมสีฟ้าใสที่สูญหายไปจากดาวโอไรอนเมื่อสิบปีก่อน
และหน้าจอแสดงสถานะของหลอดสารนั้น ก็กำลังนับถอยหลังสู่การแพร่กระจายตัวภายในเวลาอีกสามนาทีข้างหน้า!
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อทำลายหลักฐาน..." เอเลียสพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา "พวกมันกำลังจะเริ่มต้นมันใหม่อีกครั้ง"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศนี้ไปกับผมนะครับ
วิศวกรดวงดาวกับดาราดับแสง•ตอนที่ 3
รอยร้าวในโครงเหล็ก
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวกับดาราดับแสง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
