กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันสนและสนิมเหล็กยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานคับแคบ ทว่าบรรยากาศรอบกายในวินาทีนี้กลับเย็นเยียบราศีกำลังยืนอยู่ปากเหว
"เชิญปัดกวาดความเดือดร้อนของฉันออกไปให้พ้นหน้าร้านได้เลยค่ะ คุณช่างนาฬิกาสุดเย็นชา"
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนเกือบจะกลายเป็นเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างสูงสง่าของกวินที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางเครื่องมือเก่าคร่ำคร่า สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นน้อยๆ เป็นเชิงท้าทาย ทั้งที่ในมือของเธอกำลังสั่นระริกด้วยความโกรธแกมเปราะบางจากคดีที่เพิ่งถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
กวินไม่แม้แต่จะกะพริบตา ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยบรรจงซ่อมแซมกลไกอันซับซ้อนยกขึ้นดันแว่นขยายตัวเล็กออก เขายังคงรักษาความนิ่งขรึมไว้อย่างเหนียวแน่นราวกับรูปปั้นหินสลัก แม้ว่าข้างในใจจะกำลังนึกรำคาญความดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้าจนแทบอยากจะคว้าตัวมาเขย่าแรงๆ สักทีสองที
"ผมไม่ใช่คนใจบุญที่จะเอาเวลามาเสี่ยงกับเรื่องบ้าๆ ของคุณ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ความนิ่งสนิทในแววตาคู่นั้นไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยสักนิด "นาฬิกาพกโบราณเรือนนั้นไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่มันคือหลักฐานที่ดึงคุณเข้าสู่หลุมพราง และผมไม่มีเหตุผลอะไรต้องกระโจนลงไปตายกับคุณด้วย"
"ปากร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่นะคะ!" รินรดาแผדเสียงใส่ สะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนหยดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วยอย่างไม่ยอมแพ้ เธอก้าวฉับๆ ไปที่ประตูไม้เก่า กะว่าจะกระชากมันเปิดแล้วหนีออกไปให้พ้นจากสายตานิ่งงันคู่นั้นเสียที
แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะทันได้แตะลูกบิด เสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็แผดเผาความเงียบสงบยามบ่ายให้พังทลายลงในพริบตา
แสงไฟสีแดงน้ำเงินสาดส่องผ่านกระจกหน้าร้านเป็นระลอก รินรดาชะงักกึก หันกลับมามองหน้ากวินที่ในยามนี้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างแน่นหนา ความนิ่งขรึมเมื่อครู่มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยร่องรอยความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อ
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่หยุดกرุดอยู่ตรงหน้าร้าน ตามด้วยเสียงทุบประตูดังปัง!
"ตำรวจ! ขอตรวจค้นร้าน!"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม กวินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ด้วยความเร็วสูง แรงดึงกระชากทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายบุรุษผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
"นี่คุณ..."
"เงียบ!" กวินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงดุดันแต่แฝงความร้อนรนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้าไม่อยากโดนข้อหาฆาตกรรม ก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ อยู่หลังผม!"
ประทู้ไม้ถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบสามนาย นำโดยสารวัตรหนุ่มผู้กุมคดีสำคัญ ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งกวินและรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่ก้าวตามหลังตำรวจเข้ามา
ธันวา... อดีตหุ้นส่วนผู้ทรงอิทธิพลของรินรดา เขากำลังแย้มยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษซึ่งพร้อมจะบดขยี้ทุกคนให้แหลکคามือ
"เจอตัวสักทีนะครับ... ทั้งผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรม และไอ้ช่างซ่อมนาฬิกาผู้ให้ที่พักพิงคนร้าย" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก ดวงตาวาวโรจน์กวาดมองมือของกวินที่ยังคงกุมข้อมือรินรดาไว้แน่น ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "ดูเหมือนว่า หลักฐานชิ้นสำคัญในคดี จะซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อของคุณรินรดาซะด้วยสิครับ..."
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันขวับไปมองกวินที่ในตอนนี้ใบหน้าคมสันกลับตึงเครียดขึ้นจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมของชายหนุ่มไม่ได้มองธันวา แต้มไปด้วยประกายความระแวงระวังที่พุ่งสูงถึงขีดสุด—และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของกวินก็ก้มลงมองกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอ ที่มีมุมของสายนาฬิกาโบราณโผล่ออกมาให้เห็นเด่นชัด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ 'เหมยฮวาแรกแย้ม' นะคะ
นาฬิกาเรือนสุดท้ายในรอยแยกของกาลเวลา•ตอนที่ 2
เสียงนาฬิกาที่หยุดเดิน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นาฬิกาเรือนสุดท้ายในรอยแยกของกาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
