"ถ้าคุณรื้อผนังฝั่งนี้ออกตามแบบแปลนงี่เง่าของคุณ ตึกหลังนี้ได้กลายเป็นกองอิฐพังๆ ก่อนผมจะได้ตรวจรับมอบงานเสียอีก!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความหงุดหงิดระดับ max ดังขึ้นก้องกังวานท่ามกลางฝุ่นผงคอนกรีตและเสียงเครื่องมือช่างในไซต์งานรีโนเวทตึกเก่าใจกลางเมือง มินตราสะดุ้งเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะตกใจกลัว แต่เป็นเพราะความรำคาญล้วนๆ หญิงสาวสะบัดหน้าหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้นทันที ดวงตากลมโตฉายแววพยศและท้าทายอย่างไม่คิดจะเกรงกลัวรังสีความเนี้ยบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปรดในชุดช่างสีขาวสะอาดตา
สถาปนิกหนุ่ม... คีย์ ธันวา
ผู้ชายที่เธอเคยได้ยินกิตติศัพท์ความปากจัดและเรื่องมากมานานผ่านปากของเพื่อนสนิท แต่วันนี้ได้มาเจอตัวเป็นๆ และเขาก็ไม่ทำให้เธอผิดหวังเลยสักนิด เพราะแค่ประโยคแรกที่ทักทายกัน เขาก็เลือกที่จะพ่นคำดูถูกรสนิยมของเธอออกมาอย่างไร้มารยาท
"แล้วถ้าคุณใช้สมองอันน้อยนิดคิดสักนิดว่าพื้นที่แคบๆ แบบนี้มันต้องการแสงธรรมชาติและการไหลเวียนของอากาศ คุณก็จะรู้ว่าผนังทึบตันบ้านั่นมันคือขยะอุดตันที่ควรถูกทำลายทิ้งตั้งแต่ชาติที่แล้วค่ะ คุณธันวา!" มินตราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกน เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเขาโดยไม่สนว่าระยะห่างระหว่างกันจะลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว
คีย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดำสนิทกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า มินตราในชุดเอี๊ยมยีนส์เลอะฝุ่นปูนกับเสื้อยืดสีขาวรัดรูป มัดผมลวกๆ เป็นมวยสูงแต่กลับมีปอยผมคลอเคลียกรอบหน้าเนียนใสอย่างมีเสน่ห์ เสน่ห์แบบที่เขาเกลียดชะมัด... เพราะมันดึงดูดสายตาเขาให้ละไปไม่ได้ ทั้งที่เธอเป็นยัยตัวแสบที่กำลังท้าทายอำนาจของเขาในฐานะหัวหน้าสถาปนิกโครงการนี้
"นี่คุณ... เป็นอินทีเรียหรือผู้ก่อวินาศกรรมกันแน่?" คีย์โน้มใบหน้าลงมาหาเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากหยักสวย "จำไว้ว่าตึกนี้ผมเป็นคนออกแบบโครงสร้างหลัก ถ้ามันพังลงมาเพราะความหัวรั้นไร้รสนิยมของคุณ คนแรกที่จะซวยไม่ใช่คุณ แต่คือผม... และผมเกลียดความผิดพลาด ยิ่งเป็นความผิดพลาดที่มาจากความอวดดีของคนอื่น ยิ่งรับไม่ได้ใหญ่"
"อุ๊ย! กลัวจังเลยค่ะ" มินตราแสร้งยกมือขึ้นทาบอก ทำตาโตตกใจเบอร์ใหญ่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาดุดันเฉียบคมในเสี้ยววินาที "จำไว้นะคะคุณสถาปนิกปากดี งานนี้เราเซ็นสัญญาร่วมกัน ศักดิ์ศรีและสัดส่วนพื้นที่ข้างในตึกนี้คืออาณาเขตของฉัน อย่ามาล้ำเส้นโครงสร้างความคิดของฉันเด็ดขาด ไม่งั้น... ฉันนี่แหละจะฟ้องร้องข้อหาปากเสียใส่คุณจนหาทางกลับบ้านไม่ถูกเลยทีเดียว!"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีประจุไฟฟ้าสถิตพุ่งชนกันเปรี๊ยะปร๊ะ ช่างก่อสร้างแถวนั้นต่างพากันหยุดมือแล้วหันมามองคู่กัดป้ายแดงที่กำลังยืนจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงปะทะระหว่างความเนียบระเบียบจัดกับความอาร์ตตัวแม่ระเบิดออกจนแทบจะเผาผลาญอากาศในห้องโล่งๆ นั้นให้มอดไหม้
คีย์ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนกล้าต่อปากต่อคำกับเขานานขนาดนี้ ปกติแล้วคนฟังคำวิจารณ์โครงสร้างของเขาจะต้องก้มหน้ารับฟังด้วยความสำนึกผิด แต่มัยนี่... กลับเชิดหน้าเถียงฉอดๆ แถมแววตาคู่นั้นยังพราวระยับด้วยความสนุกสนานในการกวนประสาทเขาอีกต่างหาก มันน่านัก... น่านับถือในความกล้า หรือไม่ก็น่าจับมาตี้นักให้เข็ดหลาบ!
"ปากเก่งนักนะ..." คีย์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนมินตราเริ่มรู้สึกว่าอากาศหายใจรอบตัวลดน้อยลง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ ลอยเข้าจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง แต่เธอก็ยังกัดฟันเชิดหน้าสู้ ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"ขอบคุณที่ชมค่ะ ฉันรู้ตัวว่าปากเก่ง และเก่งพอที่จะทำให้โปรเจกต์นี้ออกมาสมบูรณ์แบบกว่าที่สถาปนิกสมองแข็งอย่างคุณคาดไว้แน่นอน" มินตราสวนกลับเสียงลอดไรฟัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและโกรธขึงปะปนกัน เคมีประหลาดบางอย่างพุ่งพล่านอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ เป็นความรู้สึกอึดอัดที่ชวนให้ใจเต้นแรงอย่างน่าประหลาด
ก่อนที่สงครามน้ำลายรอบใหม่จะเปิดฉากขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือของมินตราก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบที่ตึงเครียด หญิงสาวถอนหายใจฟึดฟัด ละสายตาอาฆาตจากใบหน้าหล่อเหลาแต่กวนประสาทของคีย์อย่างไม่เต็มใจนัก เธอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูโดยไม่ละสายตาไปจากเขา
"ว่าไงยะยายพาย... โทรมาขัดจังหวะคนกำลังจะตบกับสถาปนิกโรคจิตอยู่พอดี!"
คำว่า 'โรคจิต' หลุดออกจากปากมินตราดังพอที่จะทำให้คีย์แค่นหัวเราะออกมาอย่างหมั่นไส้ เขาเตรียมจะอ้าปากสวนกลับคำดูถูกนั้น แต่แล้วเสียงปลายสายของพายเพื่อนสนิทที่เปิดลำโพงทิ้งไว้ (หรืออาจจะเสียงดังเกินไปจนคีย์ได้ยินถนัดชัดเจน) ก็พุ่งตรงเข้ามากระูทบโสตประสาทของคนทั้งคู่จนทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก
*(“แก... รีบเปิดทีวีช่องข่าวเศรษฐกิจด่วนเลย! ตอนนี้เลยนะมินตรา!”)* เสียงพายร้อนรนจนผิดปกติ *(“มีคนปล่อยข่าวลับเรื่องที่ดินตึกรีโนเวทของพวกแกในโลกออนไลน์แล้ว โครงการกำลังจะโดนระงับการก่อสร้างเพราะปัญหาข้อกฎหมายจากฝั่งตึกข้างเคียง... และคนที่อยู่เบื้องหลังการซื้อที่ดินแปลงนั้น ก็คือศัตรูตัวฉกาจของบริษัทคุณคีย์เขาละแก!”)*
มินตราหน้าถอดสีทันที เธอลดโทรศัพท์ลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังจนน่ากลัว
คีย์นิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้ามาคว้าข้อแขนเรียวของมินตราไว้แน่นโดยไม่ทันตั้งตัว แรงบีบที่พอเหมาะทำให้เธอต้องอุทานออกมาเบาๆ ขณะที่ดวงตาคมกริบของเขาก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้
"ตามผมมานี่..." คีย์เอמהเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ "เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว... ก่อนที่ตึกนี้จะพังจริงๆ"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรกนะคะ แล้วมาลุ้นระทึกกับปมปัญหาและเคมีที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 1
แบบแปลนที่พังไม่เป็นท่า
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!