หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของคีย์สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุม สาส์นจากอดีตที่เขาฝังกลบมันไว้ลึกที่สุดในความทรงจำกลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ไยดี ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอทำเอาสันกรามคมกริบของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บรรยากาศรอบตัวที่เมื่อครู่ยังเจือความผ่อนคลาย พลันถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
มินตราที่ยืนเก็บแปลนแบบอยู่ฝั่งตรงข้าม ชะงักมือที่กำลังม้วนกระดาษ เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออกว่าความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้มันเกิดจากอะไร สายตาคมกวาดมองแผ่นหลังกว้างที่เกร็งตึงขึ้นทีละน้อย ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่เกรงกลัวรัศมีดาร์กๆ ที่เขากำลังแผ่ออกมา
"ถ้าหน้าจอโทรศัพท์มันจะแตกคามือคุณขนาดนั้น แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องใหม่เถอะค่ะ ธันวา" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกวนประสาทเล็กๆ ถูกพ่นออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึม
คีย์สะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งหลุดจากภวังค์มืดมน เขาoleanหน้าจอคว่ำลงกับโต๊ะอย่างแรง ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองอินทีเรียสาวด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกจับสังเกต
"ไม่ใช่เรื่องของคุณ มินตรา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้ว่าเขากำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่ปะทุอยู่ข้างใน
"โอ๊ะ! พูดจาแบบนี้แปลว่าเรื่องใหญ่สินะคะ" มินตราเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง กอดอกมองเขาด้วยท่าทีท้าทายตามประสาคนหัวรั้น "ปกติเห็นปากดีใส่ชาวบ้านเขาไปทั่ว พอเจอข้อความจากใครไม่รู้เข้าหน่อย หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว หรือว่า... แฟนเก่าตามมาทวงหนี้ชีวิต?"
"มินตรา!" คีย์คำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม เขาก้าวเข้าประชิดเธอด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ด "คุณนี่มัน... ปากดีไม่เลือกเวลาจริงๆ อยากรู้นักว่าถ้าวันหนึ่งคุณโดนเรื่องแบบนี้บ้าง จะยังมายืนทำหน้าลอยชายแบบนี้ได้อยู่ไหม"
"ถ้าเป็นฉัน ฉันจัดการเคลียร์ให้มันจบๆ ไปค่ะ ไม่ใช่มายืนทำหน้าเป็นหมาหงอยแบบที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้หรอก" เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว แม้ว่าส่วนสูงของเขาจะทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเล็กน้อยก็ตาม "คนเรานะ ถ้ามัวแต่แบกอดีตไว้บนหลัง ก็ไม่มีทางเดินไปข้างหน้าได้หรอกค่ะ สถาปนิกผู้แสนจะเพอร์เฟกต์อย่างคุณ ไม่น่าจะโง่เรื่องแค่นี้วนซ้ำซากนะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้คีย์ชะงักไป ดวงตาคมที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยความรำคาญ ค่อยๆ อ่อนลงทีละน้อยเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวตรงหน้า แววตาของเธอไม่มีความสมเพชเวทนา มีเพียงความท้าทายและความหวังดีแบบอ้อมๆ ที่เจ้าตัวคงไม่มีทางยอมรับออกมาตรงๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คีย์มองผู้หญิงตรงหน้า—คนที่ชอบกวนประสาทเขาได้ทุกวี่ทุกวัน คนที่ทำให้เขาต้องปวดหัวและเสียอาการอยู่บ่อยครั้ง—แล้วจู่ๆ มุมปากหยักลึกที่มักจะเหยียดยิ้มเยาะหรือเม้มแน่นด้วยความเครียด ก็ค่อยๆ ยกขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
รอยยิ้ม... ที่ไม่ใช่การยิ้มเยาะ ไม่ใช่รอยยิ้มทางธุรกิจ แต่เป็นรอยยิ้มบางๆ ที่จริงใจที่สุดเท่าที่มินตราเคยเห็นตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน
มินตราถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติ พลันสะดุดกึกจนเกือบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอยยิ้มนั้น... มันมีพลังทำลายล้างสูงเสียยิ่งกว่าคำพูดเชือดเฉือนใดๆ ของเขาเสียอีก ทำไมเขาถึงยิ้ม? ยิ้มให้เธอทำไมในสถานการณ์แบบนี้?
"ย... ยิ้มอะไรของคุณคะ?" มินตราเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยฉะฉานเริ่มติดขัดอย่างน่าประหลาด ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการประหม่า
"เปล่า" คีย์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับเจือความนุ่มนวลอย่างประหลาด เขายังคงมองเสี้ยวหน้าของเธอที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอก "แค่คิดว่า... บางทีการมีคุณคอยมาต่อปากต่อคำมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น"
"หา?" มินตราหันขวับกลับมาทำตาโตใส่ "คุณกินยาผิดหรอคะคีย์ หรือว่าเครียดจนสมองกลับไปแล้ว อยู่ดีๆ มาหยอดอะไรแบบนี้ เลี่ยนตายชัก!"
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจและผ่อนคลายที่สุดในรอบหลายเดือน ความตึงเครียดจากข้อความปริศนาเมื่อครู่ถูกปัดเป่าออกไปชั่วขณะด้วยความกวนประสาทของคนตรงหน้า เขายื่นมือออกไปหมายจะเคาะหน้าผากมนสักทีข้อหาพูดจาไม่เข้าหู
ทว่า... ในจังหวะที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสโดนหน้าผากของเธอ เสียงเคาะประตูกระจกห้องประชุมก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต มินตราหน้าแดงแจ๋รีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย ขณะที่คีย์กลับมาตีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมในเสี้ยววินาที
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้า แต่แววตากลับเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความท้าทาย
"ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีทหวานนะคะ พอดีฉันมีเรื่องด่วนที่ต้องคุยกับ 'แฟนเก่า' ของคุณหน่อยค่ะ... คุณธันวา"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนหัวใจคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี•ตอนที่ 16
รอยยิ้มที่หายาก
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!