สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสใหญ่สายป่วน•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นและสายตาพิฆาต

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณยังทำหน้าที่ได้ดีพอ คุณก็น่าจะแยกแยะออกนะครับว่าเส้นสีแดงตรงนี้หมายถึงอะไร ไม่ใช่เอาลายเส้นอนุบาลมาแปะทับงานสถาปัตยกรรมระดับพรีเมียมของผมแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบังดังขึ้น ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะดีไซน์มินิมอล ธนัตถ์ยืนกอดอกแน่น นัยน์ตาสีเข้มคมกริบมองร่างสูงของซีอีโอหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง รวิศไม่ได้สะทกสะท้านกับวาจาเชือดเฉือนนั้นเลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวกลับยกแก้วกาแฟลาเต้อุ่นๆ ขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกระจกด้วยท่าทางยียวน "ลายเส้นอนุบาลเหรอครับ? แต่ผมว่ามันดูครีเอทและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าแปลนแข็งกระด้างของคุณนะ นัตถ์ คุณนี่มันหัวโบราณกว่าที่ผมคิดซะอีก นึกว่าจบจากัวร์มาจะใจกว้างกว่านี้" รวิศลอยหน้าลอยตาตอบ พลางขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะทำงานที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกระดาษไขและพิมพ์เขียวโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ที่ต้องส่งตรวจภายในสัปดาห์นี้ ธนัตถ์พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกทางจมูกอย่างเหลืออด สถาปนิกหนุ่มก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะ มือเรียวตบลงบนแปลนกระดาษเสียงดังสนั่นเพื่อเน้นย้ำความจำเจและความผิดพลาดที่อีกฝ่ายจงใจกวนประสาท "นี่ไม่ใช่เรื่องหัวโบราณครับคุณรวิศ แต่มันคือ 'หลักวิศวกรรมและการออกแบบ' ที่คุณทำเป็นเล่นสนุกอยู่เนี่ย มันคือโครงสร้างหลักที่จะรองรับคนนับพัน! ถ้าคานรับน้ำหนักตรงนี้พังลงมาเพราะความครีเอทปัญญาอ่อนของคุณ ใครจะรับผิดชอบชีวิตคนพวกนั้นครับ? คุณเหรอ... หรือจะเอาเงินฟาดหัวเหมือนทุกที?" ประโยคหลังธนัตถ์จงใจลดเสียงลงต่ำ ทว่ากระแทกกระทั้นทุกพยางค์ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว รวิศชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ บนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยประกายตาดุจัดที่วับวามขึ้นอย่างอันตราย บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางเริ่มอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าทางอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รวิศค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มทีละก้าวอย่างคุกคาม ธนัตถ์ถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางหนี ร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่มกักตัวเขาไว้ตรงกลางระหว่างโต๊ะกับอ้อมแขนที่ทาบลงบนพนักโต๊ะทั้งสองข้าง "ปากเก่งจังนะครับ... เวลาพูดเรื่องงานนี่ตาเป็นประกายเชียว" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมหู กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วบดลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนธนัตถ์เผลอกลั้นหายใจ "ถอยไปครับคุณรวิศ คุณกำลังล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว" ธนัตถ์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรำไม่เป็นจังหวะภายใต้อกเสื้อเชີ้ตสีขาวเรียบ "ล้ำเส้นเหรอ? หึ..." รวิศหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างถือดี "ผมยังไม่ได้เริ่มล้ำเส้นอะไรเลยด้วยซ้ำ นัตถ์... แต่ถ้าคุณยังทำหน้าดุแล้วพูดจาหาเรื่องผมแบบนี้อีกเรื่อยๆ ผมอาจจะเปลี่ยนใจจากการคุยเรื่องแปลน มาคุยเรื่อง 'ของเรา' แทนก็ได้นะ" "คุณมันบ้า..." ธนัตถ์ด่าเสียงลอดไรฟัน มือบางออกแรงผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่รวิศกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน ซ้ำร้ายยังรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้มขาวเนียน ธนัตถ์โกรธตัวเองที่หัวใจมันดันทรยศเต้นแรงซะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน รวิศจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความลึกซึ้งและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด นิ้วมืออีกข้างไล้เบาๆ บนกรอบหน้าเรียวอย่างหลงใหล "รู้ไหมครับว่าเวลาคุณโมโห... มันน่าแกล้งให้ร้องไห้ขนาดไหน" "ไอ้..." คำด่าทอที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อรวิศฉวยโอกาสก้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากบางอย่างรวดเร็วและแม่นยำ มันไม่ใช่การจูบแบบล่วงเกินรุนแรง แต่เป็นการบด2คลอเคลียที่นุ่มนวลและแฝงด้วยความโหยหาจนธนัตถ์เบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด แรงขัดขืนที่มีมลายหายไปในพริบตา ร่างกายคล้ายถูกแช่แข็งไว้ด้วยสัมผัสอุ่นร้อนที่ดึงสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอย ในวินาทีที่ธนัตถ์กำลังจะพ่ายแพ้และเผยริมฝีปากให้อีกฝ่ายรุกล้ำลึกกว่าเดิม เสียงเคาะประตูดัง "ก๊อกๆๆ" ก็ทำลายมนต์สะกดนั้นลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา "คุณนัตถ์คะ! แปลนส่วนล็อบบี้ที่ขอแก้... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! นึกว่ากลับกันหมดแล้ว!" เสียงของพิมพ์ชนกดังแทรกขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยอัตโนมัติ รวิศผละออกจากริมฝีปากของธนัตถ์อย่างเสียดาย นัยน์ตาสีนิลตวัดมองเพื่อนสนิทตัวดีของนายเอกที่ยืนอ้าปากค้างตาโตเป็นไข่ห่านอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ธนัตถ์สะดุ้งสุดตัว รีบกระชากข้อมือตัวเองออกจากพันธการ์ดแล้วผลักรวิศกระเด็นออกไปทันที ใบหน้าร้อนผ่าวราดด้วยน้ำเดือด สถาปนิกหนุ่มก้มหน้าหลบสายตา ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคืองแค้น "พิมพ์... เข้ามาพอดีเลยครับ ช่วยมาดึงแปลนบ้าๆ นี่ออกจากหัวซีอีโอประสาทเสียคนนี้ที... เพราะไม่งั้นผมอาจจะฆ่าเขาตายคาโต๊ะทำงานก่อนที่โครงการนี้จะได้สร้างจริงๆ ซะก่อน" รวิศยืนจัดปกเสื้อเชيرของตัวเองให้เข้าที่ ยืนกอดอกมองสภาพกระเซอะกระเซิงของสถาปนิกหนุ่มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เต็มประดา ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยแทรกขึ้นเบาๆ ทำเอาธนัตถ์และพิมพ์ชนกถึงกับผงะ "ฆ่าผมไม่ตายหรอกครับ... แต่ถ้าจะให้ตายคาอกคุณ ผมพร้อมเสมอนะครับ นัตถ์" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเรานะครับ "เมทริกซ์ซีโร่"
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสใหญ่สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%