เสียงตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเนื้อหนาไม่ได้ดังจนน่าตกใจ แต่มันหนักแน่นพอที่จะทำให้ห้องประชุมใหญ่ขนาดจุคนได้สามสิบชีวิตตกอยู่ในความเงียบงันทันที
ธนัตถ์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองต้นตอของเสียงนั้น ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของเขายังคงลากเส้นตัดทอนรายละเอียดแปลนโครงสร้างอาคารด้วยความนิ่งสนิท ราวกับว่าเสียงเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงใบไม้ร่วงนอกหน้าต่าง ไม่ใช่การแสดงความไม่พอใจของตัวแทนฝั่งลงทุน
"คุณธนัตถ์ครับ ผมกำลังพูดถึงงบประมาณส่วนต่างที่บานปลายไปเกือบสิบเปอร์เซ็นต์จากดีไซน์กระจกโค้งที่คุณดึงดันจะใช้ แต่คุณกลับนั่งแก้เส้นตารางพวกนี้เนี่ยนะ?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นเหนือหัว ธนัตถ์ถอนหายใจยาวอย่างไม่ปิดบัง เขาวางปากกาลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคมกราบกวาดมองชายหนุ่มในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบที่ยืนค้ำโต๊ะประชุมอยู่ รวิศ... ซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมากและชอบรื้อโปรเจกต์คนอื่นเล่นเป็นงานอดิเรก
"ถ้าคุณรวิศใช้เวลาอ่านรายงานสรุปหน้าสิบสองแทนที่จะมัวแต่จับผิดเรื่องดีไซน์ คุณก็จะเห็นว่าสัดส่วนงบฯ ที่เกินไปสิบเปอร์เซ็นต์นั้น ถูกทดแทนด้วยการประหยัดพลังงานจากระบบหมุนเวียนอากาศที่ผมออกแบบไว้แล้วครับ" ธนัตถ์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากของเขามีความเยдяเย็นที่อีกฝ่ายเกลียดนักหนา "หรือว่า... ตัวเลขพวกนั้นมันซับซ้อนเกินกว่าที่คุณจะทำความเข้าใจในรอบเดียว?"
เสียงสูดปากฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นจากทีมงานฝั่งสถาปนิก พิมพ์ชนกที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นแอบป้องปากกลั้นยิ้ม ขณะที่รวิศหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความหงุดหงิดแผ่ออกมาจากตัวซีอีโอหนุ่มจนแทบจะจับต้องได้
"คุณนี่มัน... ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ สถาปนิกธนัตถ์" รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ เขายืดตัวตรงแล้วกอดอก มองคนตัวบางกว่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "แต่จำไว้ว่าตึกหลังนี้ผมเป็นคนจ่ายเงินสร้าง ถ้าผมบอกว่าไม่เอาดีไซน์กระจกโค้งงี่เง่านั่น ต่อให้คุณจะคำนวณการประหยัดพลังงานได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน มันก็ไม่มีความหมาย"
"งั้นเหรอครับ?" ธนัตถ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับตัวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม "น่าเสียดายนะครับที่สัญญาระหว่างบริษัทเรากับคุณระบุไว้ชัดเจนว่า อำนาจในการตัดสินใจด้านสถาปัตยกรรมและโครงสร้างหลักเป็นของทีมออกแบบแต่เพียงผู้เดียว... เว้นเสียแต่ว่าคุณอยากจะฉีกสัญญาแล้วจ่ายค่าปรับสามเท่าเพื่อหาคนออกแบบใหม่ ซึ่งผมก็ยินดีนะครับ เผื่อผมจะได้เอาเวลาไปทำโปรเจกต์อื่นที่คุ้มค่าสมองมากกว่านี้"
นั่นคือหมัดฮุกที่ตรงจุด รวิศขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองธนัตถ์ราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ในขณะเดียวกัน แววตาคู่นั้นกลับมีความระยิบระยับบางอย่างซ่อนอยู่—ความถูกใจที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้ท่าทีเกรี้ยวกราด
"ปากแบบนี้มันน่า..." รวิศพึมพำเสียงเบา ทว่าธนัตถ์จับใจความไม่ได้ เพราะจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"ขอโทษทีครับที่มา Wไม่ทันตั้งตัว พอดีรถติดนิดหน่อย"
เสียงทุ้มหูของบุคคลมาใหม่ดึงความสนใจของทุกคนในห้องไปทันที ภาคิน นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งคนสำคัญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ในมือถือแฟ้มเอกสารโครงการคู่ขนานที่กำลังแย่งชิงเรตติ้งกันอยู่ รวิศขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นหน้าอดีตคู่ค้าที่ผันตัวมาเป็นศัตรูทางธุรกิจ ส่วนธนัตถ์กลับหรี่ตามองนิ่งๆ ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกว่าความวุ่นวายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
—
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสใหญ่สายป่วน•ตอนที่ 1
สถาปนิกหน้าตายกับซีอีโอจอมจู้จี้
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับบอสใหญ่สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
