อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 3

รอยร้าวในเซิร์ฟเวอร์

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่าจังหวะการสั่นของเซนเซอร์ตรวจจับความหนาแน่นอีกแค่ก้าวเดียว เราคงได้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชั้นดีให้กับมอสส์เรืองแสงในโซน 04 นี่แหละค่ะคุณวิศวกร" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน มือเรียวภายใต้ถุงมือกันความร้อนไนลอนเนื้อหนากำลังกดสลับหน้าจอโฮโลแกรมขนาดพกพาอย่างรวดเร็วเป็นพัลวัน แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอสะท้อนลงบนกรอบแว่นทรงเหลี่ยมที่ร่วงลงมาตรงสันจมูกเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก ดีไซเนอร์สาวพยายามควบคุมลมหายใจของตนเองให้สม่ำเสมอที่สุด แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะกำลังเต้นระรัวราวกับตีกลองเพลอยู่ภายใต้อกเสื้อแจ็คเก็ตกันกระแทกสีเทาเข้มก็ตาม ธันวาชะงักเท้าที่กำลังก้าวข้ามรากไม้เรืองแสงขนาดเท่าลำตัวมนุษย์ วิศวกรหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว มือข้างหนึ่งยังคงคีบประแจไฮดรอลิกเก่าคร่ำครึไว้ท่ามกลางบรรยากาศที่อับชื้นและเต็มไปด้วยกลิ่นไอของสนิมเหล็กผสมกับโอโซนจางๆ "โธ่ คุณรินครับ... เอ๊ย คุณรินคะ อย่าเพิ่งทำหน้ายักษ์ใส่กันสิครับ เอ๊ย! ค่ะ!" ธันวาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ผมแค่คำนวณมาแล้วว่า แรงบิดของรากไม้พวกนี้มันต้องใช้จังหวะก้าวเท้าแบบสเต็ปสองถึงจะผ่านสนามแม่เหล็กไฟฟ้าสถิตตรงนี้ไปได้แบบไร้รอยขีดข่วนต่างหากเล่า" "ไร้รอยขีดข่วนเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคออย่างเหลืออด สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัว พื้นที่โซน 04 หรือที่ในผังระบบเก่าเรียกว่า 'เขตกักเก็บข้อมูลดิบเสื่อมสภาพ' เต็มไปด้วยซากโครงสร้างเหล็กกล้าที่บิดเบี้ยว สายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่ขาดรุ่งริ่งห้อยโตงเตงราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์ และที่สำคัญที่สุดคือ ละอองข้อมูล (Data Dust) ที่ลอยฟุ้งกระจายอยู่หนาแน่นจนมองเห็นเป็นหมอกสีม่วงอมชมพูเรืองแสงระยิบระยับ หากสูดดมเข้าไปหรือปล่อยให้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สัมผัสกับมันโดยตรง ระบบการทำงานทั้งหมดจะรวนและพังทลายลงในพริบตา นี่คือภารกิจสำรวจโซนอันตรายครั้งแรกของทั้งคู่... การร่วมมือกันระหว่าง 'สมองกล' ฝ่ายดีไซน์ผู้เคร่งครัดในระเบียบแบบแผน กับ 'มือปืนรับจ้าง' สายคราฟต์ผู้ชอบแหกกฎทุกข้อในคู่มือการใช้งาน "มองจากมุมมองของคุณ มันอาจจะเป็นแค่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รอวันถูกรีไซเคิลนะคะคุณธันวา แต่สำหรับริน... โครงสร้างความหนาแน่นของพวกมันกำลังบอกเราว่า ระบบระบายความร้อนหลักของตึกใหญ่กำลังจะล่มสลายภายในสามชั่วโมงนี้แล้ว และถ้าเราไม่หาทางเข้าถึงตัวเซิร์ฟเวอร์สำรองที่อยู่หลังกำแพงเหล็กตรงนั้น โปรเจกต์ปรับปรุงระบบทั้งหมดที่คิรากรกำลังเร่งรัดอยู่ ก็จะกลายเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่า" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลลึกๆ ปมในใจเกี่ยวกับการแบกรับความคาดหวังของครอบครัวและบริษัททำให้เธอยอมไม่ได้ที่จะเห็นงานชิ้นนี้ล้มเหลว เธอต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบที่เธอออกแบบนั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แม้กระทั่งในสถานที่ที่อันตรายที่สุดเช่นนี้ ธันวาหุบยิ้มกวนๆ บนใบหน้าลงชั่วขณะ ดวงตาคมกริบภายใต้แสงสลัวของหลอดไฟฉุกเฉินกะพริบถี่อย่างใช้ความคิด เขามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความมุ่งมั่น แม้ปากจะบ่นเก่งเป็นยายแก่ แต่รินรดากลับไม่เคยถอยหนีเลยสักครั้งตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตต้องห้ามนี้ "คุณนี่นะ... เก่งแต่เรื่องตัวเลขกับดีไซน์เป๊ะๆ จริงๆ" ธันวาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปยืนชิดกับแผ่นหลังบางของหญิงสาวโดยไม่ทันให้ตั้งตัว มือหนายื่นออกไปคว้าข้อแขนเรียวให้ก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ "ระวัง!" *เปรี๊ยะ!* ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากพื้นผิวคอนกรีตตรงจุดที่รินรดาก้าวเท้าลงไปเมื่อครู่ สายฟ้าสถิตแรงดันสูงพุ่งเลื้อยผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ละอองข้อมูลสีม่วงรอบตัวปั่นป่วนกลายเป็นพายุขนาดย่อม รินรดาผวาเฮือก ร่างกายเซถลาล้มลงไปในอ้อมแขนของวิศวกรหนุ่มตามแรงดึง กลิ่นอายเฉพาะตัวของฝุ่นละอองเหล็กผสมกับกลิ่นสบู่จางๆ ลอยเข้าจมูกท่ามกลางความโกลาหล "อะ... คุณธันวา!" รินรดาอุทานเสียงหลง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความตกใจและอับอาย เธอพยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่ทว่าวงแขนแข็งแรงกลับรัดกระชับแน่นขึ้นอย่างมั่นคง "ถ้าผมไม่ดึงคุณไว้ป่านนี้ผมคงต้องแบกโครงกระดูกที่โปรแกรมเต็มไปด้วยดีไซน์เนอร์หัวดื้อกลับออกไปแล้วล่ะครับ" ธันวาเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือความล้อเลียนเล็กน้อยแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างจริงจัง "จำไว้สิครับคุณริน... ในโลกของฮาร์ดแวร์และความเป็นจริง ความผิดพลาดไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่มันคือช่องว่างที่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันต่างหาก" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา แววตาดื้อรั้นในตอนแรกอ่อนแสงลง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันเสียจนเกินไป หัวใจเจ้ากรรมเต้นไม่เป็นจังหวะเสียยิ่งกว่าตอนที่โดนกระแสไฟฟ้าช็อตเสียอีก "ปล่อยได้แล้วค่ะ..." เธอกระซิบเสียงเบาหวิว พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นไหว ธันวายิ้มมุมปากก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือให้อีกฝ่ายยืนทรงตัวได้เองอย่างสุภาพ แต่สายตาคมยังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "เอาล่ะครับคุณดีไซเนอร์คนเก่ง พักโหมดดราม่าไว้ก่อน ตอนนี้ระบบเตือนภัยของโซน 04 เริ่มทำการรีบูตตัวเองแล้ว ดูนั่นสิ..." ธันวาพยักเพยิดหน้าไปทางผนังกระจกนิรภัยเบื้องหน้า ซึ่งกั้นระหว่างพวกเขากับห้องควบคุมหลักของเซิร์ฟเวอร์โบราณ หน้าจอแสดงผลขนาดมหึมาที่ควรจะดับสนิทไปนานแล้ว กลับค่อยๆ สว่างวาบขึ้นทีละดวงด้วยแสงสีแดงฉานน่ากลัว พร้อมกับเสียงกappเตือนระดับวิกฤตที่ดังระรัว *ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด... ตื่น... ตื่นขึ้น...* เสียงสังเคราะห์จากระบบ AI โบราณดังสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์มืดทึบ รินรดารีบยกหน้าจอโฮโลแกรมของตนเองขึ้นมาตรวจสอบ นิ้วเรียวกดรัวพิมพ์คำสั่งเพื่อเจาะเข้าระบบป้องกัน แต่ทว่าหน้าจอกลับปรากฏข้อความเตือนสีแดงฉานขึ้นมาแทนที่ [Warning: Unauthorized Access Detected] [System Override by User: K..._..._..._..._G] [Executing Protocol Zero: Server Purge in 3... 2... 1...] รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ชื่อย่อของรหัสผู้ใช้นั้นชัดเจนจนไม่ต้องเดา... คิรากร! ผู้บริหารหนุ่มคนนั้นไม่ได้แค่ต้องการปรับปรุงระบบใหม่ แต่เขากำลังจะล้างบางข้อมูลทั้งหมดรวมถึงชีวิตของพวกเขาที่ติดอยู่ข้างในนี้ด้วย ธันวาหุบยิ้มทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความเย็นชาและจริงจังที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาคว้ากระเป๋าเครื่องมือคู่ใจขึ้นมาเปิดเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็ว "ดูท่าทาง... เราไม่ได้มาสำรวจโซนร้างกันเฉยๆ แล้วล่ะครับคุณริน" ธันวาพูดลอดไรฟัน ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่เริ่มดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินเบื้องหลัง ประตูทางออกเดียวที่ใช้เข้ามาถูกล็อกปิดตายลงอย่างสมบูรณ์แบบด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ ดาริกาส่องแสงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับก้าวสำคัญของรินรดาและธันวานี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคราฟต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%