อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 4

กลยุทธ์ลบภาพจำเดิม

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้โครงสร้างสปาเก็ตตี้แบบนี้ โปรเจกต์นี้ก็คงเป็นได้แค่กองขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รอวันพังคามือค่ะ!" เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองดังสนั่น ท่ามกลางบรรยากาศห้องประชุมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟเย็นเฉียบและแรงกดดันระดับห้าดาว รินรดายืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ แววตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบกำลังจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว ธันวาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เขายังคงหมุนปากกาในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นคนตรงหน้าของขึ้นจนสติหลุด "คุณรินครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ พอดีติดปาก" ธันวาจงใจเปลี่ยนสรรพนามกลางคัน พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ "คุณรินรดาผู้งดงามและเป๊ะทุกพิกเซล ฟังผมให้ดีนะคะ บั๊กตัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโครงสร้างสปาเก็ตตี้อย่างที่คุณกล่าวหา แต่มันเกิดจากการที่ระบบของคุณมัน 'แข็งทื่อ' เกินไปต่างหาก ไร้ซึ่งความยืดหยุ่น ไร้จินตนาการ เหมือนกับชีวิตของคุณไม่มีผิด" "นี่คุณ!" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งพล่าน นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่หน้าจอโปรเจกเตอร์ซึ่งแสดงโค้ดสีแดงฉานนับร้อยบรรทัด "วิศวกรรมซอฟต์แวร์ไม่ใช่เรื่องของการเล่นสนุกนะคะธันวา มันคือตรรกะ มันคือความแม่นยำ ถ้าเราไม่แก้ที่ต้นเหตุของสถาปัตยกรรมระบบ ตัวระบบก็จะล่มเมื่อเจอทราฟฟิกมหาศาลจากแผนการตลาดของคิรากรอย่างแน่นอน!" ชื่อของ 'คิรากร' ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปชั่วขณะ รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของธันวาเลือนหายไปเล็กน้อย แววตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มสายคราฟต์ฉายแววความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "คุณกลัว... กลัวว่าไอ้คุณชายคิรากรเขาจะหาเรื่องเขี่ยเราพ้นทางสินะคะ" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "ถึงได้ยอมอดหลับอดนอนแก้โค้ดจนขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าแบบนี้" รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำพูดของเขามันจี้ใจดำจนเธอไม่อาจหาคำมาเถียงได้ ปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันจากการแบกรับความคาดหวังของครอบครัว และสายตาที่จ้องจะจับผิดของคิรากรผู้บริหารฝ่ายวางแผนกำลังบีบคั้นเธอจนแทบหายใจไม่ออก แต่มีหรือที่คนอย่างรินรดาจะยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น "มันไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะ" เธอเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงความเยือกเย็นกลับมา "หน้าที่ของคุณคือแก้ไขฟังก์ชันการประมวลผล ไม่ใช่มานั่งวิเคราะห์สภาพจิตใจของฉัน" "แต่จิตใจของคนเขียนโค้ดมันส่งผลต่อโค้ดนะคะคุณดีไซน์เนอร์" ธันวาถอนหายใจเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดอยู่ใกล้เธออย่างกะทันหัน จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์กลิ่นไม้หอมผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก ธันวาไม่ได้รุกล้ำจนน่าอึดอัด แต่ระยะห่างที่ลดลงนี้ทำให้รินรดาเห็นรายละเอียดบนใบหน้าของเขาชัดเจนขึ้น ทั้งแพขนตาดกหนาและแผลเป็นเล็กๆ บริเวณมุมปากที่บ่งบอกว่าผ่านประสบการณ์โชกโชนมาไม่น้อย ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าเมาส์บนโต๊ะ ปลายมือของเขาเฉียดผ่านหลังมือของเธอไปชั่วเสี้ยววินาที สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านผิวหนัง รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี ธันวาขยับเมาส์คลิกไม่กี่ครั้ง หน้าจอโค้ดที่เคยซับซ้อนและเต็มไปด้วยสีแดงก็ถูกย่อส่วนลง ก่อนที่เขาจะพิมพ์โค้ดบรรทัดสั้นๆ เพิ่มเข้าไปด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่ว ท่วงท่าขณะที่เขากำลังทำงานนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์บางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ "มองนี่สิคะ..." ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม รินรดาลืมความโกรธไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเพ่งมองผลลัพธ์บนหน้าจอด้วยสัญชาตญาณของคนเก่ง บั๊กตัวร้ายที่ขัดขวางการทำงานมาตลอดสามวันกลับถูกแก้ไขด้วยฟังก์ชันเสริมขนาดเล็กที่เรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ มันไม่ใช่การรื้อระบบใหม่ทั้งหมดอย่างที่เธอคิดจะทำ แต่มันคือการ 'ประยุกต์' ใช้ช่องโหว่ให้กลายเป็นทางผ่านของข้อมูลที่ไหลลื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์ "นี่มัน..." รินรดาพึมพำ ดวงเบิกกว้างด้วยความทึ่ง "คุณใช้วิธีนี้แก้ปัญหาการกระจายตัวของดาต้าได้อย่างไรกันคะ?" "บอกแล้วไงคะว่าบางทีความผิดพลาดก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด" ธันวาหันมาสบตาเธอกลับ รอยยิ้มมุมปากของเขากลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่มีความกวนประสาทเจืออยู่เลย มีเพียงประกายความอบอุ่นและจริงใจที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะ "ระบบก็เหมือนคนค่ะ ถ้าเรามัวแต่บังคับให้มันต้องเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว มันก็จะเครียด... เอ๊ย หมายถึง มันก็จะพังง่ายเมื่อเจอแรงกระแทก" รินรดานิ่งงังไป เธอมองหน้าวิศวกรหนุ่มสายคราฟต์คนนี้ใหม่อีกครั้ง ภาพจำของชายหนุ่มผู้ไร้ระเบียบและชอบแหกกฎในสายตาของเธอค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ความฉลาดหลักแหลมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางสบายๆ นั้นช่างน่าทึ่ง และลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอเคยประเมินไว้ บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเครื่องเซิร์ฟเวอร์เบื้องหลังที่ดังฮัมเบาๆ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ—ความเข้าใจ และความเคารพซึ่งกันและกันที่เติบโตขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางตรรกะ ทว่า ความเงียบอันเปราะบางนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างสูงสง่าของคิรากรก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก สายตาคมปลาบกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็นบนโต๊ะทำงาน ก่อนที่ผู้บริหารหนุ่มจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกดดัน "ดูท่าทางพวกคุณจะสนุกสนานกับการแก้ปัญหาดีนี่ครับ..." คิรากรหรี่ตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ "หวังว่าผลงานที่ออกมา จะคุ้มค่ากับเวลาอันมีค่าที่ผมอุตส่าห์ให้โอกาสพวกคุณพิสูจน์ตัวเองนะ... โดยเฉพาะคุณรินรดา" ดาริกาส่องแสงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้กับรินรดาและธันวานะคะ
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักสะดุดใจของนายวิศวกรสายคราฟต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%