เซฟโซนของยัยตัวแสบ กับแผนสลับคู่อลเวง•ตอนที่ 2

คำสั่งฟ้าผ่า

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“ปล่อยฉันนะ คุณรินรดา!” เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของฉันดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในความมืดมิด ท่ามกลางความเงียบงันหลังความมืดเข้าปกคลุมห้องโถงประมูล ความกดดันรอบตัวไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทวีความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ปลายจมูกของฉันแทบจะชนเข้ากับปกเสื้อสูทเนื้อดีของอีกฝ่ายอยู่แล้ว มิติของระยะห่างระหว่างเราถูกย่อให้แคบลงจนเหลือศูนย์ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นเยียบในอากาศชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างบอกไม่ถูก สัมผัสจากปลายนิ้วเรียวยาวที่ยังคงตรึงข้อมือฉันไว้แน่นไม่มีทีท่าว่าจะคลายออก ราวกับกลัวว่าถ้าเธอปล่อยมือ ฉันจะหายวับไปกับความมืดนี้เสียอย่างนั้น “ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าคุณแอบย่องตามฉันมาถึงหลังเวที ก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ ซะค่ะ คุณเรย์” เสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะเย็นชาเล็กน้อยกระซิบตอบกลับมาข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง รินรดาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนแผ่นหลังของฉันแนบชิดกับผนังเย็นเฉียบของห้องโถง โดยมีร่างเพรียวบางของนักบริหารสาวคนนี้กั้นขวางโลกภายนอกเอาไว้ทั้งหมด ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้คิดจะทำบ้าอะไรกันแน่! ปากบอกว่าไม่อยากให้ใครรู้ แต่การกระทำแบบนี้มันเรียกว่าการคุกคามชัดๆ ฉันพยายามจะยกมืออีกข้างขึ้นผลักไหล่เธอออก แต่ทว่า... ทันใดนั้น แสงไฟฉุกเฉินสีแดงวาบก็สว่างพรึบขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือและเสียงฮือฮาจากแขกเหรื่อด้านนอกที่คิดว่านี่คือลูกเล่นสุดเซอร์ไพรส์ของผู้จัดงาน แสงสีแดงสลัวสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกเงาบานใหญ่ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตากลมโตคู่สวยของรินรดาไม่ได้มองไปที่อื่นเลย เธอกำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน นัยน์ตาคู่นั้นไหววับชั่ว ขณะราวกับซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามจะปิดตายมันไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท “มองอะไรคะ?” ฉันเค้นเสียงถามด้วยความหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก “หน้าฉันมีฝุ่นติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องซะขนาดนี้” “เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่า... ปากเก่งๆ ของคุณเนี่ย เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นกับเวลาอยู่ใกล้ฉัน ทำไมมันถึงได้ต่างกันลิบลับนัก” รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ชวนหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก ดวงตาคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์นิดๆ แบบที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน “หวังว่าตอนที่เราต้องร่วมงานกันจริงๆ คุณจะยังรักษาความอวดดีนี้ไว้ได้ตลอดรอดฝั่งนะคะ” “ร่วมงาน? หมายความว่ายังไง?” ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากตอบอะไร เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางประตู รินรดาผละตัวออกอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ เธอยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ผิดกับฉันที่ยังยืนหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริงในเช้าวันถัดมา แสงแดดจัดจ้าของกรุงเทพมหานครส่องทะลุกระจกใสของร้านดอกไม้ *‘Petal & Poison’* ของฉันเข้ามา แต่บรรยากาศภายในร้านกลับอึมครึมยิ่งกว่าท้องฟ้าก่อนฝนตก เมื่อซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับร่างระหงของเพื่อนสนิทควบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนกอดอกมองฉันด้วยสายตาสมเพชเวทนา “แกอ่านมันรึยังเรย์?” น팟 ถามเสียงเรียบแต่แววตาวาวโรจน์ “คำสั่งฟ้าผ่าจาก *‘The Grand Horizon’* โรงแรมระดับหกดาวของตระกูลจิรภัทรเดชา” ฉันก้มมองซองเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ค่อยๆ ดึงกระดาษแผ่นสำคัญออกมาอ่านด้วยสายตาที่กวาดผ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดอย่างรวดเร็ว และยิ่งอ่าน... คิ้วของฉันก็ยิ่งขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ *‘ประกาศแต่งตั้งผู้รับผิดชอบโครงการอภิมหาโปรเจกต์งานแต่งงานแห่งปี (VVIP Client: คุณกรณ์ & คุณมีอา) — ฟลอริสต์หลัก: คุณเรย์ (จากร้าน Petal & Poison) และผู้ควบคุมการบริหารจัดการโปรเจกต์โดยรวม: คุณรินรดา จิรภัทรเดชา’* “นี่มันบ้าอะไรกัน!” ฉันตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนแจกันดอกกุหลาบสั่นสะเทือน “ทำไมฉันต้องไปเป็นฟลอริสต์ให้โปรเจกต์ยัยน้ำแข็งไส่นั่นด้วยวะ น팟! แกก็รู้ว่าฉันกับยัยนั่น... เราเคยประกาศสงครามประสาทกันไว้ตั้งแต่มหาวิทยาลัยแล้วนะ!” “ก็เพราะว่างานนี้เป็นงานแต่งของลูกสาวท่านรัฐมนตรีแถมยังเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของโรงแรมไงยะ!” น팟ถอนหายใจยาวเหยียด เดินเข้ามาตบไหล่ฉันเบาๆ เชิงปลอบประโลมแต่แฝงความสะใจกลายๆ “ทางโรงแรมเขาเจาะจงชื่อแกมาโดยตรง แถมยัยคุณรินรดาก็เป็นคนเซ็นอนุมัติงบประมาณทั้งหมดด้วยตัวเอง ถ้าแกปฏิเสธ ร้านเราโดนฟ้องล้มละลายข้อหาผิดสัญญาจ้างแน่ๆ จ่ะที่รัก” ฉันทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง สมองหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องงานธรรมดาแน่ๆ นี่มันคือเกมแก้แค้นที่รินรดาตั้งใจวางแผนเอาไว้เพื่อต้อนฉันให้จนมุมชัดๆ! ยัยคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เยือกเย็นคนนั้น คงสนุกมากสินะที่ได้เห็นฉันดิ้นไม่หลุดแบบนี้ สามวันต่อมา ฉันจำใจต้องแบกสังขารและอุปกรณ์จัดดอกไม้คู่ใจมาปรากฏตัวที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของโรงแรม *The Grand Horizon* ด้วยชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตา ตัดกับลุคสาวมั่นปากจัดของฉันได้อย่างลงตัว ทว่าทันทีที่ก้าวขาเข้าไปในห้องประชุมที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงแอร์ ความเย็นยะเยือกก็แล่นริ้วไปตามสันหลัง รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะกระจกยาว เธอนสวมชุดสูทสีดำสนิทเข้ารูปที่ขับเน้นผิวขาวผ่องและรูปร่างเพรียวระหงให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเนียบกริบ ปล่อยให้ปอยผมตกลงมาเคลีกรอบหน้าเล็กน้อยเพิ่มความน่าค้นหา สายตานิ่งสนิทคู่นั้นเงยขึ้นสบตาฉันทันทีที่ประตูเปิดออก “มาช้าไปสามนาทีนะคะ, คุณเรย์” เสียงหวานทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมบาดลึก “คนที่เป็นถึงฟลอริสต์แถวหน้า ควรจะรู้คุณค่าของเวลามากกว่านี้นะคะ” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงสมอง เดินนกย่างสามขุมเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางแฟ้มผลงานกระแทกโต๊ะเสียงดัง *‘ปัง!’* จนเลขาที่นั่งอยู่มุมห้องสะดุ้งสุดตัว “ฉันมาตรงเวลาตามนัดค่ะคุณรินรดา แต่ถ้าคุณหมายถึงเวลาที่คุณอยากให้ฉันมาสอพลอคุณก่อนล่ะก็... ฝันไปเถอะค่ะ” ฉันเชิดหน้าขึ้นสบตากับเธออย่างไม่เกรงกลัว “ตกลงว่าเราจะเริ่มคุยเรื่องคอนเซปต์งานแต่งบ้าๆ นี่ได้รึยัง หรือว่าคุณมีอย่างอื่นที่อยากจะ ‘สั่งสอน’ ฉันอีก?” รินรดาไม่โกรธ เธอกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างประหลาด เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วก้าวเท้าเข้ามาหาฉันทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยโชยเข้ามารายล้อมรอบกายอีกครั้ง โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสติฉันกระเจิง “งานนี้ไม่มีคอนเซปต์อะไรยากหรอกค่ะคุณเรย์... สิ่งเดียวที่คุณต้องทำในโปรเจกต์นี้ ก็คือ ‘ทำตามคำสั่งของฉัน’ ทุกอย่าง... ห้ามเถียง ห้ามขัดใจ และห้ามหนีหายไปไหนอีกเป็นอันขาด” เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะเคลียคลออยู่กับใบหูของฉันในระยะประชิด “เพราะถ้าคุณทำไม่ได้... ฉันนี่แหละ จะเป็นคนลงโทษคุณด้วยวิธีที่คุณไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตเลยล่ะค่ะ” *(Cliffhanger Hook)*: ทว่าในจังหวะที่หัวใจของฉันกำลังเต้นรำด้วยความโกรธและหวาดหวั่น ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของใครบางคน—ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าบ่าวในโปรเจกต์นี้ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบและประโยคที่ทำให้เลือดในกายของฉันเย็นเฉียบจนแข็งค้าง: *"สวัสดีครับคุณรินรดา... และสวัสดีครับ ‘คนรักเก่า’ ของผม ไม่เจอกันนานเลยนะ เรย์"* --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ! แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ♡ — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบ กับแผนสลับคู่อลเวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%