เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นสั่นสะเทือน น้ำชาอุ่น ๆ กระฉอกรดหลังมือเหี่ยวแห่นั้น ไม่ได้ทำให้ร่างที่เอกเขนกอยู่บนเก้าอี้หวายสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย หลินว่านหลิวปรือตาขึ้นช้า ๆ ปรับโฟกัสรับภาพห้องโถงดินอัดแน่นความจนตรอกของบ้านสกุลลู่ กลดอากาศอับชื้น กลิ่นอายสาบโคลนและคราบเขม่าควันไฟปะปนกันจนน่าเวียนหัว ทว่าสิ่งแรกที่ดึงดูดสติของเธอกลับไม่ใช่สภาพแวดล้อมอันแร้นแค้น หากเป็นวาจาเผ็ดร้อนที่พ่นออกมาจากปากของแม่สามี—นางเจียงซื่อ—ผู้กำลังยืนท้าวสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด
"หลินว่านหลิว! แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน! สามีส่งเงินเดือนมาให้แต่ละที แกผลาญจนหมดเกลี้ยงแถมยังทำตัวเป็นภาระ วันนี้ถ้าแกไม่เซ็นหนังสือหย่าแล้วไสหัวออกไปจากบ้านสกุลลู่ อย่าหาว่าฉันคนนี้คนแก่ใจร้ายไม่เตือน!"
กระดาษสีน้ำตาลหยาบ ๆ แผ่นหนึ่งถูกปาใส่หน้าผากของเธออย่างไร้ความเกรงใจ ตัวหนังสือภาษาจีนตัวย่อหวัด ๆ เขียนกำกับไว้ชัดเจน—*ใบหย่า*
ดวงตาหงส์คู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย ประกายคมกริบของนักบริหารสาวมือทองจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดฉายวาบผ่านนัยน์ตา ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นและทรงเสน่ห์จนนางเจียงซื่อชะงักไปวูบหนึ่ง
นี่เธอยังไม่ตายสินะ...
จากประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจที่กำลังจะเซ็นสัญญาหมื่นล้าน กลับต้องมาจบชีวิตลงเพราะความอ่อนล้าจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ แล้วสวรรค์ก็เล่นตลกส่งเธอให้มาอยู่ในร่างของ "หลินว่านหลิว" สะใภ้จอมขี้เกียจ ตัวร้ายสมองกลวงแห่งหมู่บ้านหงซิง ในปี ค.ศ. 1980 ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อความอยู่รอด แต่นางสะใภ้คนนี้กลับเอาแต่ไถเงินสามีที่เป็นนายทหารไปปรนเปรอความสุขส่วนตัว จนกระทั่งคนในบ้านทนไม่ไหวและพร้อมใจกันขับไล่ไสส่ง
น่าขันสิ้นดี... ร่างเดิมอาจจะโง่เขลาและยอมให้คนรังแก แต่วานหลิวผู้นี้ หาใช่คนที่จะก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำไม่
"เซ็นหรือคะ?" เสียงหวานใสทว่ากังวานและติดจะเย้ยหยันดังขึ้น ทำลายความเงียบในห้องโถงที่สะใภ้รองและสะใภ้สามกำลังยืนลุ้นระทึก
ว่านหลิวค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าฝ้ายสีซีดให้เข้าที่อย่างใจเย็น ท่าทีสง่างามราวกับนางพญาผู้สูงศักดิ์ แม้สภาพแวดล้อมรอบตัวจะต่ำต้อยเพียงใด ก็ไม่อาจลดทอนออร่าความเย่อหยิ่งที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณของเธอลงได้ นางก้าวเข้าไปหยิบแผ่นกระดาษยับยู่ยี่นั้นขึ้นมาพิจารณา ไล่สายตาอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
"หึ... ช่างเป็นข้อเสนอที่ใจกว้างเสียจริงนะคะ แม่สามี"
"แกจะมาทำท่าทางอวดดีอะไรตอนนี้! ในเมื่อรู้ตัวว่าทำตัวไร้ประโยชน์ ก็ไสหัวออกไปมือเปล่าซะ! แป้งสาลีครึ่งถุงกับเงินห้าเหมาบนโต๊ะนั่นคือค่าชดเชยที่ฉันเมตตาแกแล้ว ออกไปจากบ้านตระกูลลู่ซะ อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก!" นางเจียงซื่อตะคอกเสียงกร้าว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง
สะใภ้รองที่ยืนอยู่มุมห้องรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงดัดจริต "นั่นสิคะพี่สะใภ้ใหญ่ พี่ถิงส่งจดหมายกลับมาบอกนานแล้วว่าอยากหย่ากับพี่ใจจะขาด เขาทั้งรูปงามอนาคตไกล เป็นถึงผู้กองหนุ่มในกองทัพ จะมามีภรรยาขี้เกียจสันหลังยาวอย่างพี่ได้อย่างไร พี่รีบเซ็นแล้วไสหัวไปเสียเถอะ จะได้ไม่เป็นภาระให้ใครอีก"
ว่านหลิวหันไปมองหน้าสะใภ้รองและบรรดาญาติ ๆ ที่ยืนล้อมวงรุมประชาทัณฑ์ทางสายตา รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบยิ่งกว้างขึ้น มือเรียวบางบรรจงจรดปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
กริ, กริ, กริ...
เสียงปลายปากกาหมึกซึมราคาถูกขูดขีดลงบนกระดาษหยาบ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง พวกเขาคาดไม่ถึงว่าหญิงสาวผู้ขึ้นชื่อว่าเกาะสามีแดกอย่างหลินว่านหลิว จะยอมเซ็นใบหย่าโดยง่ายดายเช่นนี้ ไม่มีแม้แต่น้ำตา ไม่มีแม้แต่คำอ้อนวอนขอความเห็นใจ
"ดีมาก! ในเมื่อแกฉลาดพอที่จะรู้ตัว ก็ไสหัวไปซะ!" นางเจียงซื่อแค่น
"ช้าก่อนค่ะ..." ว่านหลิววางปากกาลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่สามีตรง ๆ แววตาคมปลาบนั้นทำให้นางเจียงซื่อถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"เรื่องหย่า... ฉันเซ็นให้ตามความประสงค์ของพวกคุณแล้ว แต่..." ว่านหลิวลากเสียงยาวอย่างจงใจ กวาดสายตามองรอบห้อง "เงินเดือนของลู่ถิงที่ส่งมาตลอดสามปีนี้ รวมถึงค่าสินสอดและทรัพย์สินที่ฉันเคยนำติดตัวมาในวันแต่งงานล่ะคะ? จะให้เคลียร์กันอย่างไรดี หรือคุณแม่คิดจะฮุบมันไว้ทั้งหมดตามสันดานเดิม?"
"นัง... นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาทวงสมบัติของตระกูลลู่!" นางเจียงซื่อกรีดร้อง หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัดที่ถูกจี้จุดดำมืด "เงินพวกนั้นมันเป็นของตระกูลเรา แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่แดงเดียว!"
"ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือคะ?" ว่านหลิวแค่นหัวเราะเสียงเย็น ชายตามองเอกสารการแต่งงานที่ซุกอยู่ใต้กองหนังสือเก่าบนชั้นไม้ นางรู้ดีว่าตามกฎหมายสมรสปี 1950 ทรัพย์สินระหว่างสมรสและการส่งเสียดูแลจากสามีทหารนั้นมีข้อกฎหมายคุ้มครองชัดเจน หากเรื่องนี้หลุดไปถึงผู้บังคับบัญชาของลู่ถิง หรือสหกรณ์ตำบล ตระกูลลู่ที่มีชื่อเสียงเรื่องความซื่อสัตย์คงต้องอับจนหนทางแน่นอน
"ถ้าไม่อยากให้ฉันไปร้องเรียนที่กองบัญชาการทหาร หรือทำให้ชาวบ้านเขารู้ว่าตระกูลลู่จอมปลอมรังแกสะใภ้ลับหลังอย่างไร... ก็เตรียมเงินสดมาสามร้อยหยวน พร้อมตั๋วแป้งและตั๋วเนื้อทั้งหมดที่พวกคุณซ่อนไว้ใต้เตียงซะดี ๆ ไม่อย่างนั้น... ฉันนี่แหละจะทำให้บ้านหลังนี้ไม่มีแผ่นดินจะอยู่!"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง สะใภ้รองหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ส่วนนางเจียงซื่อหายใจหอบสะท้านด้วยความแค้นเคืองจนพูดไม่ออก นางไม่เคยคิดเลยว่านังตัวร้ายไร้สมองคนนี้จะกลerพลิกเกมขึ้นมาขู่ตลบหลังได้อย่างเลือดเย็นถึงเพียงนี้
ว่านหลิวหาได้สนใจสีหน้าของคนเหล่านี้ไม่ นางหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนทรุดโทรมของตนเองอย่างสง่างาม ทันทีที่ประตูกลอนไม้ถูกลงกลيتปิดตาย ลมหายใจที่พ่นออกมาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความตื่นเต้นเร้าใจราวกับได้ลงเล่นในกระดานหุ้นใหญ่อีกครั้ง
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ใสดังก้องขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา—มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอเนกประสงค์แห่งศตวรรษที่ 21 ที่ติดตัวเธอมาด้วย!
ภายในมิตินั้นอัดแน่นไปด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคมหาศาล เนื้อวัวเกรดพรีเมียม น้ำมันพืชชั้นดี เครื่องเทศหอมกรุ่นนานาชนิด และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งเพียงพอจะพลิกฟื้นฐานะและสร้างอาณาจักรธุรกิจในยุค 80 นี้ได้อย่างสบาย ๆ
ว่านหลิวหยิบผ้ากันเปื้อนเก่า ๆ ขึ้นมาผูกเอว ดวงตาหงส์เป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน
ในเมื่อโลกใบนี้บังคับให้เธอกลายเป็นสะใภ้ตัวร้าย... งั้นเธอก็จะขอเป็น "ตัวร้ายที่ร่ำรวยและทรงอำนาจที่สุด" ให้พวกมันดู!
ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังก้มลงเลือกหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศจากชั้นวางในมิติเพื่อมาทำอาหารมื้อแรกฉลองอิสรภาพ เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจกลัวของสะใภ้รอง
"แม่คะ! แย่แล้ว! พี่ใหญ่... พี่ใหญ่ลู่ถิงกลับมาจากชายแดนแล้วค่ะ!"
รอยยิ้มพึงพอใจบนริมฝีปากของหลินว่านหลิวแข็งค้างไปชั่วขณะ... สามีทหารรูปงามผู้เคร่งขรึมและคลั่งรักจนน่าปวดหัว ที่ในเนื้อเรื่องเดิมควรจะกลับมาอีกสามเดือนข้างหน้า เหตุใดจึงโผล่หัวมาเร็วกว่ากำหนดถึงเพียงนี้!
__________________________________
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับดัชเชสโพดำนะคะ หวังว่าจะถูกใจจุดเริ่มต้นรสแซ่บนี้ค่ะ)
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 1
ตื่นมาในร่างสะใภ้ตัวร้าย
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!