ดีลเดือดในห้องประมูลพราย•ตอนที่ 6

ใต้การดูแลของมัจจุราช

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่แนบอยู่ขมับไม่ได้ทำให้คาร์ลอสสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดพิเศษยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แววตาสีอำพันกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความรู้สึกขบขันระคนเหยียดหยาม ก่อนที่เขาจะปรายตามองรินรดาที่ยืนตัวเกร็งอยู่ไม่ไกล "คิดว่าลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้จะล้มฉันได้หรือไง วินเซนต์" เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสเจือแววเย้ยหยัน เขาส่งสัญญาณมือเพียงนิดเดียว บอดี้การ์ดนับสิบที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดของห้องโถงก็พร้อมใจกันยกปืนขึ้นเล็งไปยังผู้บุกรุก ทว่าวินเซนต์หาได้เกรงกลัวไม่ รอยยิ้มเยдяือกเย็นปรากฏบนมุมปากของศัตรูตัวฉกาจ "ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการสูญเสียทุกอย่างหรอกนะ คาร์ลอส... โดยเฉพาะของเล่นราคาแพงชิ้นนี้" วินเซนต์เหลือบสายตาคมกริบมาทางรินรดา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อควบคุมสติ หัวสมองอันชาดฉลาดของเธอกำลังคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดในเสี้ยววินาที การเป็นตัวประกันท่ามกลางดงกระสุนไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เธอก็รู้ดีว่าคาร์ลอสนั้นอันตรายไม่แพ้กัน เพล้ง! เสียงกระจกหน้าต่างบานใหญ่แตกกระจายพร้อมกับควันพรางตาที่ถูกโยนเข้ามาในห้อง ความชุลมุนบังเกิดขึ้นในพริบตา คาร์ลอสไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าคว้าเอวบางของรินรดาก่อนจะเหวี่ยงเธอหลบวิถีกระสุนที่สาดเข้าใส่ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงกรีดร้องของความตื่นตระหนก ร่างของรินรดาถูกดึงเข้าหาแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันคุ้นเคย—กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมกับความดิบเถื่อนที่ทำให้หัวใจเธอดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่รักดี "อยู่เงียบๆ ถ้าเธอไม่อยากสมองไหลคาอกฉัน" คาร์ลอสกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงดุดันแต่แฝงไว้ด้วยกระแสความเร่าร้อนที่ทำเอาขนลุกซู่ เขากระชากเธอฝ่าความโกลาหลขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ ก่อนจะผลักบานประตูห้องนอนส่วนตัวแล้วล็อคมันอย่างแน่นหนา ความเงียบสงบภายนอกถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายและอำนาจมืด รินรดาหอบหายใจโยนความหวาดกลัวทิ้งไปแล้วแทนที่ด้วยความเยือกเย็น เธอยืนกอดอกมองชายหนุ่มที่กำลังปลดกระดุมเสื้อสูทออกด้วยความหงุดหงิด แผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามธุรกิจสีเทาปรากฏแก่สายตา "คุณพาฉันมาขังไว้ที่นี่ทำไม คาร์ลอส? เราตกลงกันแค่เรื่องประมูลพราย" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขาสองข้างจะสั่นระริก คาร์ลอสหันขวับมามอง รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนริมฝีปากหยักลึก เขาสืบเท้าเข้ามาหาด้วยจังหวะจะโคนราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม ร่างสูงใหญ่กดดันเข้ามาจนหลังของรินรดาแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง ดวงตาสีอำพันคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดี "เพราะเธอฉลาดเกินไป รินรดา..." นิ้วแกร่งไล้ตามกรอบหน้าเรียวอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเลื่อนลงมาบีบคางอิ่มเบาๆ บังคับให้เธอเงยหน้าสบตา "และวินเซนต์ก็รู้ว่าเธอคือกุญแจสำคัญ การปล่อยให้เธอเดินออกไปข้างนอกตอนนี้เท่ากับส่งเธอไปตาย... หรือไม่ก็ส่งข้อมูลทั้งหมดให้ศัตรูของฉัน" "ฉันไม่ใช่คนทรยศ!" "แต่เธอก็ดื้อรั้นเกินกว่าจะปล่อยให้คลาดสายตา" คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอ "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เธอกลายเป็นนักโทษใต้การดูแลของมัจจุราชอย่างฉันแล้ว... รินรดา" สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากไล้ลงมาตามลำคอระหงทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาวพร่าเลือน ความตึงเครียดจากคมกระสุนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายหนุ่ม รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรี แต่คาร์ลอสกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวตรึงไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดสนิทกับสรีระกำยำ "ปล่อยนะ..." เสียงประท้วงเบาหวิวเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประกบปิดกลีบปากอิ่มอย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและลุ่มลึกขึ้นจนรินรดารู้สึกเหมือนสติหลุดลอย รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและการครอบครองทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แต่เรียวแขนแกร่งกลับรั้งร่างของเธอให้ลอยขึ้นจนต้องเกี่ยวสะโพกสอบไว้โดยอัตโนมัติ ความแนบชิดอย่างไร้รอยต่อปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้น คาร์ลอสบดเบียดริมฝีปากด้วยความกระหายใคร่รู้ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน รินรดาหลับตาลงปล่อยให้รสสัมผัสวาบหวามกัดกินสติสัมปชัญญะทีละน้อย มือที่เคยพยายามขัดขืนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกราบกรานมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบ รอยยิ้มพึงใจระบายบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่ม เขากำลังจะกระซิบถ้อยคำเย้ายวนเพื่อดึงเธอเข้าสู่ห้วงเสน่หาที่ลึกซึ้งกว่านี้ ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงรายงานร้อนรนจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่หน้าห้อง "นายครับ... วินเซนต์ส่งคนปิดล้อมคฤหาสน์ด้านหน้าแล้วครับ!" คาร์ลอสหรี่ตาลงคมกริบ ความเร่าร้อนในแววตาถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอำมหิตในเสี้ยววินาที เขาวางรินรดาลงยืนบนพื้นช้าๆ ก่อนจะหันไปหยิบปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาตรวจสอบกระสุน "อยู่ในห้องนี้ ล็อคประตู และอย่าเปิดให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น..." คาร์ลอสโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด "ถ้าฉันกลับมาไม่เจอเธอ... คืนนี้คงต้องมีคนตายกันไปข้างหนึ่ง" ทว่า ก่อนที่คาร์ลอสจะทันได้ก้าวเท้าเดินออกจากประตูห้อง ไฟทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ดับลงสนิทในพริบตา ความมืดมิดโรยตัวปกคลุมห้องทั้งห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังเดินขึ้นมาบนบันไดชั้นสองอย่างเงียบเชียบ ผิดสังเกต... และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นจากมุมมืดข้างหน้าต่างห้องนอน ที่ไม่ใช่เสียงของบอดี้การ์ดสักคน "หาตัวยากเสียจริงนะ... คุณคาร์ลอส" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 6 แล้วนะครับ วริศร์วิสกี้ขอสัญญาว่าจะเสิร์ฟความเดือดและเร่าร้อนให้ทุกท่านแบบไม่มีพักในตอนต่อไปอย่างแน่นอนครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดในห้องประมูลพราย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%