“หนึ่งพันตัวตน... ถ้าใช้แรงเข้าปะทะตรงๆ ต่อให้มีชีวิตใหม่อีกสบรอบ เราก็กลายเป็นฝุ่นผงใต้รองเท้าพวกมันไปแล้วค่ะ เอลาร่า!”
เสียงหอบหายใจหนักหน่วงของเรย์ดังแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของมิติที่กำลังฉีกขาด เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือกองทัพเงาสีดำสนิทนับพันที่เคลื่อนไหวด้วยจังหวะพร้อมเพรียงราวกับหุ่นยนต์ไร้จิตวิญญาณ ร่างโคลนนิ่ง ‘ผู้เล่นเงามืด’ เหล่านั้นแผ่รังสีสังหารสีม่วงเข้มออกมาจนบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
เอลาร่าก้าวเข้ามาขนาบข้าง มือเรียวบางสั่นระริกเล็กน้อยภายใต้ถุงมือเวทมนตร์สีเงิน แม้เธอจะเป็นถึงจอมเวทอัจฉริยะผู้กุมความลับแห่งหอคอยดารา แต่การต้องเผชิญหน้ากับความกดดันระดับระบบทำลายล้างเช่นนี้ ก็ทำให้เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มขมับ ดวงตาสีไพลินของเธอจ้องมองฝูงเงาที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะด้วยความตึงเครียด
“เรย์! โล่ป้องกันชั้นที่เจ็ดกำลังจะแตกแล้วนะคะ! พลังงานมานาในคريสเตัลกลางลานประลองเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ คุณจะเอายังไงต่อ มีแผนสำรองอะไรอีกไหมคะเนี่ย” น้ำเสียงของเธอเจือความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งสะท้อนอยู่ในแววตานั้น
เรย์ไม่ได้ตอบทันที เขายกมือขึ้นปัดหน้าต่างระบบสีฟ้าที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ รหัสโค้ดนับล้านบรรทัดไหลผ่านม่านตาของเขาด้วยความเร็วสูง สมองส่วนวิเคราะห์ข้อมูลที่เคยถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงในโลกเก่าทำงานเต็มกำลัง ทุกตัวเลข ทุกสมการเวทมนตร์ และทุกจุดอ่อนของบาเซิลการป้องกันถูกนำมาประมวลผลใหม่ในเสี้ยววินาที
“แผนสำรองเหรอคะ? ไม่มีหค่ะ... เพราะฉันตั้งใจจะใช้ ‘แผนหลัก’ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
มุมปากของเรย์ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้แต่ก็ทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน เขาสะบัดมือขวาเรียก ‘การ์ดบั๊กสุ่ม’ ออกมาสามใบ การ์ดเหล่านั้นเปล่งแสงเรืองรองสีทองอร่ามตัดกับความมืดมิดรอบตัว
“จำสมการเวทมนตร์บทที่สี่ที่เราเคยทดลองกันในห้องใต้ดินได้ไหมคะ เอลาร่า” เรย์เอ่ยถามโดยไม่ละสายจากหน้าจอระบบ
“จำได้สิคะ... แต่สมการนั้นมันไม่เสถียรไม่ใช่เหรอคะ มันมีตัวแปรติดลบที่ถ้าคำนวณพลาดแม้แต่ทศนิยมตำแหน่งเดียว พลังงานย้อนกลับจะระเบิดร่างเราเป็นจุลเลยนะ!” เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อนึกถึงทฤษฎีบ้าบิ่นที่พวกเขาเคยถกเถียงกัน
“ถูกต้องค่ะ มันคือความเสี่ยงร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับคนอื่น... แต่สำหรับนักวิเคราะห์ที่มองเห็น ‘บั๊ก’ ของระบบอย่างฉัน มันคือช่องโหว่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่างหากล่ะคะ”
เรย์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของเขาอาบไล้ด้วยแสงสีฟ้าจากระบบที่กำลังปลดปล่อยขีดจำกัดขั้นสูงสุด นิ้วมือทั้งสองข้างรัวพิมพ์คำสั่งกลางอากาศด้วยความเร็วแสง ราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงแห่งความตายให้แก่กองทัพเงาที่กำลังพุ่งเข้ามาประชิด
[ตรวจพบการแทรกแซงรหัสระบบ: กำลังแปลงสมการเวทมนตร์โบราณ...]
[คำเตือน: อัตราความสำเร็จในการแก้สมการอยู่ที่ 0.01%]
[เรย์ใช้ทักษะพิเศษ: ‘เจาะลึกโครงสร้างตรรกะระดับพระเจ้า’!]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังรัวระคนกับเสียงคำรามของฝูงโคลนนิ่งที่พุ่งกระโจนเข้ามา เอลาร่ากัดฟันกรอด รวบรวมพลังมานาทั้งหมดที่มีสร้างเป็นกำแพงเวทมนตร์สีครามขึ้นมาต้านทานการโจมตีระลอกแรก แรงกระแทกจากการปะทะทำให้เธอเซถอยหลัง เลือดสีสดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของเธอ
“เรย์! เร็วเข้าค่ะ ฉันยื้อพวกมันไว้ได้อีกไม่ถึงสวินาทีแน่ๆ!” เสียงของเอลาร่าเริ่มขาดห้วงเพราะแรงกดดันมหาศาล
“เสร็จพอดีค่ะ!”
เรย์สะบัดมือครั้งสุดท้าย การ์ดทั้งสามใบในมือสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะร่วงหล่นลงมาปักลงบนพื้นดินรอบตัวของกองทัพเงาทั้งหนึ่งพันตัว เกิดเป็นอักขระเวทมนตร์สีทองสว่างวาบขึ้นมาล้อมรอบพวกมันไว้ทั้งหมด
ทว่า... ไม่มีระเบิดรุนแรง ไม่มีเปลวไฟแผดเผา สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเงียบงันราวกับความตาย
ร่างของพวกเงา ‘ผู้เล่นเงามืด’ ทั้งหนึ่งพันตัวหยุดชะงักกะทันหัน ราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา ดวงตาสีม่วงเข้มของพวกมันกระพริบถี่ๆ ก่อนที่รอยร้าวสีทองจะปรากฏขึ้นบนผิวร่างอันโปร่งแสงของพวกมันทีละน้อย
“นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ” เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง เธอมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา พลังมานาของเธอสงบลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ว่าสนามพลังอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่กำลังสลายหายไป
เรย์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด รอยยิ้มโล่งอกปรากฏบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น “ฉันไม่ได้ทำลายโล่ป้องกันของพวกมันด้วยความรุนแรงหรอกค่ะ เอลาร่า... แต่ฉัน ‘แก้สมการ’ ให้พวกมันกลายเป็นค่าศูนย์ต่างหากล่ะคะ”
เขายกนิ้วขึ้นดีดนิ้วเบาๆ
*เพล้ง!*
เสียงราวกับกระจกแตกละเอียดดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งบริเวณ ร่างเงาทั้งหนึ่งพันตัวสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีฟ้าแล้วลอยเข้าสู่ร่างของเรย์ผ่านหน้าต่างระบบทันที เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังระรัวจนแทบฟังไม่ทัน
[ยินดีด้วย! ผู้เล่นเรย์เคลียร์ภารกิจลับ: ล้างบางรหัสโคลนนิ่งสำเร็จ]
[ได้รับแต้มประสบการณ์จำนวนมหาศาล...]
[ระดับเลเวลอัปขึ้นสู่ Level 85!]
[ปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึง: ‘ห้องโถงต้องห้ามชั้นที่สิบ’ ของผู้ดูแลระบบ]
เอลาร่าทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความอ่อนล้า แต่ใบหน้าของเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านท่ามกลางละอองแสงสีฟ้า “คุณนี่มัน... สัตว์ประหลาดชัดๆ เลยนะคะ เรย์”
“ชมเกินไปแล้วค่ะอาจารย์” เรย์ยื่นมือเข้าไปหาหญิงสาวเพื่อดึงเธอให้ลุกขึ้นยืน “เราแค่ใช้สมองชนะกำลังก็เท่านั้นเองค่ะ”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มสงบลง ความตึงเครียดที่เคยบีบคั้นหัวใจมลายหายไป เหลือเพียงความเงียบงันยามค่ำคืนและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิมระหว่างพวกเขาทั้งสอง
ทว่า... ในจังหวะที่เรย์กำลังจะปิดหน้าต่างระบบชั่วคราวเพื่อพักผ่อน หน้าจอสีแดงฉานขนาดมหึมาก็เด้งขึ้นมากลางอากาศโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของระบบ
[ประกาศเตือนด่วนระดับโคตรวิกฤต: ตรวจพบการเข้าสู่ระบบจาก ‘ผู้สร้างแท้จริง’ ที่ถูกลบชื่ออกไปเมื่อสามพันปีก่อน]
[พิกัดการปรากฏตัว: ด้านหลังของคุณ... เรย์]
เรย์ชะงักกะทันหัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นยะเยือกจากความว่างเปล่าเบื้องหลัง ขณะที่เอลาร่าหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเงาสีดำทมิฬขนาดมหึมาค่อยๆ แผ่ขยายปกคลุมร่างของพวกเขาทั้งสองจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างใบหูของเรย์...
*“เก่งมาก... เจ้าหนูนักวิเคราะห์ แต่ของเล่นชิ้นใหม่นี้น่าสนุกกว่าเดิมเยอะเลยล่ะนะ”*
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะคะ!
ระบบสุ่มบั๊ก พลิกสถานะฮันเตอร์ไร้ค่าให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 20
ความฉลาดคืออาวุธร้ายกาจที่สุด
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบั๊ก พลิกสถานะฮันเตอร์ไร้ค่าให้เป็นตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!