"ถ้าคุณชายยังเดินวนไปวนมาด้วยสีหน้าเครียดขมึงแบบนั้น ธันวาจะถือวิสาสะยึดห้องทำงานส่วนตัวถาวรแล้วนะคะ"
เสียงใสเอ่ยแซوพร้อมกับร่างโปร่งที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่สีเขียวมรกตอย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยรอยยิ้มขบขัน ขณะมองผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ ที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าโต๊ะทำงานราวกับกำลังจะเซ็นอนุมัติโครงการหมื่นล้าน ทั้งที่ความจริงแล้ว... เขากำลังพยายามซ่อนอาการประหม่าต่างหาก
รวินทร์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจับไต๋ได้ ใบหน้าคมคายที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดีบึ้งตึงลงทันรัย ดวงตาคมกริบกวาดตามองคนตัวแสบที่นั่งไขว่ห้างสบายอารมณ์ ก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างหมั่นไส้
"ใครเครียดกัน เด็กนี่... ปากดีไม่เลิก" คุณชายหนุ่มก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัว ฝ่ามือใหญ่ทาบลงบนพนักโซฟาทั้งสองข้าง กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลาง "ฉันแค่กำลังตรวจความเรียบร้อยของเอกสาร... และเช็คให้แน่ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหนอีก"
"หนีไปไหนล่ะคะ? ในเมื่อกุญแจห้องนี้คุณชายก็ยึดไป แถมยังย้ายข้าวของฉันมารวมไว้ในห้องนอนของคุณชายจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจอยู่แล้ว" ธันวาเอטיเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาคมที่ฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด "พูดเองไม่ใช่เหรอคะว่ากฎหนึ่งเมตรอะไรนั่น... มันไร้สาระ"
รวินทร์ชะงัก ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความทรงจำเมื่อหลายเดือนก่อนผุดขึ้นมาในหัว ช่วงเวลาที่เขายังทำฟอร์มจัด ระเบียบจัด และพยายามสร้างกำแพงความเย่อหยิ่งเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองจากเด็กหนุ่มจอมกวนประสาทคนนี้ ใครจะไปคิดล่ะคะว่า สุดท้ายแล้วคนที่พังกำแพงทิ้งด้วยมือตัวเอง จะเป็นตัวเขาเองนี่แหละ
"ก็มันไร้สาระจริงๆ..." รวินทร์พึมพำเสียงแผ่ว ความดุร้ายที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบงัน เขาก้มหน้าลงหน้าผากมนชนกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม "ตั้งแต่มีเธอเข้ามาในชีวิต... กฎเกณฑ์บ้าบอพวกนั้นก็ไม่มีความหมายอะไรอีกเลย"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงให้เงียบงันและอบอุ่นขึ้นในเวลาเดียวกัน ไม่มีเสียงโต้เถียง ไม่มีคำสั่งเผด็จการ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นสอดประสานกันอย่างชัดเจน
เหตุการณ์เมื่อวานซืนยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ...
ตอนที่พี่ภาคย์ รุ่นพี่คนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยของธันวาปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ เพื่อแสดงความยินดีกับชีวิตคู่ของพวกเขา รวินทร์เกือบจะแปลงร่างเป็นหมาบ้าหวงก้างขนานแท้ ถ้าไม่ได้มือเรียวเล็กของธันวาเอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้พร้อมกับรอยยิ้มรู้ทัน
*“หึงเหรอคะคุณชาย?”*
*“ไร้สาระ ใครหึง? ฉันแค่ต้อนรับแขกตามมารยาททางธุรกิจ”* รวินทร์ในตอนนั้นเชิดหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่สันกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
*“ค่ะ... ตามสบายเลยนะคะ แต่ถ้าแขกกลับไปแล้ว คุณชายต้องโดนทำโทษข้อหาทำหน้ายักษ์ใส่เพื่อนฉันนะคะ”* ธันวาकिบตาให้ทีหนึ่งก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ในใจเขา
และบทลงโทษที่ว่า... ก็คือการที่รวินทร์ต้องยอมจำนนต่อความคลั่งรักของตัวเอง ปลดล็อกทุกเงื่อนไข และยอมรับอย่างหมดหัวใจว่า โลกทั้งใบของเขาในตอนนี้ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผลกำไรของบริษัทอสังหาฯ อีกต่อไปแล้ว แต่มันหมุนรอบเด็กหนุ่มปากเก่งคนนี้ต่างหาก
"คิดอะไรอยู่หึ?" นิ้วเรียวยาวของคุณชายเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของธันวาอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นนั้นทำให้ธันวาต้องเอียงแก้มซบลงกับฝ่ามือใหญ่อย่างออดอ้อน
"คิดว่า... คุณชายรวินทร์ผู้แสนเย่อหยิ่งและดุยิ่งกว่าเสือ กลายร่างเป็นแมวเชื่องๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ" ธันวาแกล้งแซว
"ธันวา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהชื่อคนรักด้วยความคาดโทษ แต่แววตากลับพราวระยับไปด้วยความเอ็นดู "ปากคอเรานี่มันต้องโดนสักทีสินะ ถึงจะเลີecแซวฉันสักวัน"
"ถ้ากล้าก็ลองดูสิคะ" ธันวาท้าทาย นัยน์ตากลมโตทอประกายซุกซน
รวินทร์ไม่ปล่อยให้ต้องรอนาน ริมฝีปากหนาก้มลงทาบทับกลีบปากนุ่มทันทีโดยไม่มีการลังเล เป็นจูบที่ไม่ได้เร่าร้อนรุนแรงเหมือนครั้งแรกๆ แต่ทว่าลึกซึ้ง เนิบช้า และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ได้รับการเติมเต็มจนเต็มปรี่ มือหนารั้งเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิด จนไม่มีช่องว่างหลงเหลือให้อากาศแทรกผ่าน
ไม่มีกฎหนึ่งเมตร... ไม่มีคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง... ไม่มีกรอบเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้นในเวลานี้ มีเพียงรวินทร์และธันวา... มีเพียงอ้อมกอดที่มั่นคงและหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
เมื่อผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ธันวาก็ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของคนพี่ ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นลูบไล้เส้นผมเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับโชคชะตา การทำงานหนัก และความกดดันต่างๆ มลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อรู้ว่าไม่ว่าพรุ่งนี้โลกจะโหดร้ายแค่ไหน อ้อมแขนคู่นี้ก็จะยังคงโอบกอดเขาเอาไว้เสมอ
"เหนื่อยไหม..." เสียงทุ้มกระซิบถามชิดริมหู
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ..." ธันวาส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มบางๆ แต้มอยู่บนใบหน้า "เพราะรู้ว่ามีคนแถวนี้คอยคลั่งรักอยู่ไม่ห่าง... หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะค่ะ"
รวินทร์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขากระชับกอดร่างในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น พร้อมกับก้มลงจุมพิตที่ขมับบางแผ่วเบา
บทสรุปของความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอย การปะทะคารม และกฎเกณฑ์อันเคร่งครัด ได้เดินทางมาถึงบทสุดท้ายอย่างงดงาม... ไม่ใช่เพราะโชคชะตาใจดีกับพวกเขา แต่เป็นเพราะความกล้าที่จะเปิดใจยอมรับ และความรักที่มั่นคงพอจะพังทลายกำแพงทั้งหมดลง
จากนี้ไป... เรื่องราวของพวกเขากำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง ในพื้นที่ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ อีกต่อไป นอกจากหัวใจของกันและกัน
...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมหัวจมท้ายและคลั่งรักไปกับคุณชายรวินทร์และธันวาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้นะคะ
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 30
บทสรุปของความคลั่งรัก (ตอนจบ)
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!