"ใต้เท้าศิลา... กองทัพหลวงตามหาตัวท่านเจอแล้ว... และพวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่ไร่แห่งนี้พร้อมกับ 'ประกาศจับ' ในข้อหาที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้เลย"
เสียงหอบหายใจสะท้านพร่าของม้าเร็วนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ฝุ่นตลบจากเกือกม้าค่อย ๆ จางหายไปตามสายลมยามพลบค่ำ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันหนักอึ้งราวกับภูเขาที่กดทับลงบนอก
ลินินยืนนิ่งอยู่หน้าเรือนไม้หลังน้อย มือเรียวที่เพิ่งวางถุงเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ป่าจากมิติลับลงบนโต๊ะกำเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง นางไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านไร่ผู้ไร้เดียงสาที่จะตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินคำว่า 'กองทัพหลวง' แต่สิ่งที่ทำให้นางกังวลไม่ใช่ราชประกาศหรือข้อหาไร้สาระพวกนั้น... มันคือสภาพของสามีหนุ่มผู้เงียบขรึมของนางต่างหาก
ปัง!
เสียงทุ้มต่ำของการล้มกระแทกอย่างแรงดังขึ้นที่บริเวณชานบ้านด้านนอก ลินินสะดุ้งเฮือก รีบสาวเท้าก้าวเดินด้วยความเร็วแต่ไร้เสียงพุ่งตรงไปยังต้นตอของเสียงทันที
ที่นั่น... ร่างสูงใหญ่ของศิลากำลังทรุดฮวบลงกับพื้นไม้ระเบียง เลือดสีแดงเข้มไหลซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อหยาบตรงหัวไหล่และสีข้างย้อมอาภรณ์จนชุ่มโชก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นอายดินและฝนที่กำลังจะตั้งเค้า ลมหายใจของเขาติดขัดและแผ่วเบาจนน่าใจหาย แต่กระนั้น ดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึกคู่นั้น กลับยังคงจ้องมองมาที่นางราวกับกลัวว่านางจะตกใจกลัว
"ท่านพี่!" ลินินอุทานออกมาเบา ๆ นางไม่ได้กรีดร้องโวยวายให้เสียสติ สัญชาตญาณนักค้าขายผู้ผ่านการเจรจามานับไม่ถ้วนบอกนางว่า ยิ่งสถานการณ์วิกฤตมากเท่าไหร่ สติและการกระทำต้องเด็ดขาดมากเท่านั้น
นางพุ่งเข้าไปประคองร่างที่หนักอึ้งของชายหนุ่มทันที กล้ามเนื้อตึงDแข็งของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้ ร่องรอยคมดาบและรอยธนูบ่งบอกชัดเจนว่าเขาเพิ่งผ่านศึกหนักหน่วงมาลำพังเพื่อตัดหน้ากองทัพหลวงที่กำลังตามล่า
"เจ้า... ถอยไป ลินิน..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยห้ามด้วยความยากลำบาก ริมฝีปากที่ซีดเซียวเม้มเข้าหากันแน่น ศิลาพยายามฝืนยันกายลุกขึ้นด้วยศักดิ์ศรีของอดีตนายทหาร แต่บาดแผลลึกที่ข้างลำตัวกลับทำให้เขาร่วงลงมาซบอยู่กับตักนุ่มของนางแทน "ข้า... ทำให้เจ้าเดือดร้อนแล้ว..."
"หุบปากเสียเถอะค่ะ!" ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของนางเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้ชายหนุ่มผู้ผ่านสงครามมาโชกโชนถึงกับชะงัก นางใช้มือข้างหนึ่งกดแผลห้ามเลือดไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างปัดปอยผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากหน้าผากชื้นของเขา "ท่านคิดว่าตัวเองเป็นเทวดาหรือไง ถึงได้แบกบาดแผลปางตายนี้กลับมาแล้วยังจะมาทำเป็นเก่งอยู่บนตักฉัน คนที่กำลังจะตายอยู่รอดูกาแฟดริปล็อตแรกในไร่นี้ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นท่านต่างหาก!"
ศิลาเงยหน้ามองภรรยาตัวน้อยที่กำลังโมโหจนแก้มใสแดงก่ำ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวพลันไหววูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ในยามที่เขากำลังกลายเป็นกบฏที่ทางการต้องการตัว หญิงสาวตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีรังเกียจหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความขัดเคืองใจและห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดดุ ๆ นั้น
"ข้าไม่เป็นไร..." เขากระซิบเสียงเบา พยายามฝืนยิ้มปลอบโยนทั้งที่ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด
"ไม่ต้องมาพูดมากค่ะ!" ลินินไม่อยากฟังคำโกหกตื้นๆ ของเขาอีกต่อไป จิตใจของนางพุ่งตรงไปยัง 'มิติลับ' ในทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—สมุนไพรห้ามเลือดชั้นเลิศในมิติมีอยู่ แต่นางจะหยิบมันออกมาต่อหน้าเขาอย่างไรไม่ให้ดูน่าสงสัยเกินไป? ช่างเถอะ! ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ ความลับเรื่องมิติจะเปิดเผยหรือไม่ ย่อมไม่สำคัญเท่าลมหายใจของสามีผู้นี้!
ลินินแสร้งทำเป็นควaหาผ้าสะอาดในย้อมน้ำสมุนไพรจากย่ามเก่า ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มือของนางสัมผัสกับก้นย่าม แสงสีทองเรืองรองจางๆ ก็วาบขึ้นพร้อมกับขวดกระเบื้องเคลือบสีมุกบรรจุ 'น้ำค้างสวรรค์พันปี' และผงสมุนไพรสมานแผลระดับตำนานจากมิติปรากฏขึ้นในมืออย่างเงียบเชียบ
ศิลาหรี่ตามองการกระทำของภรรยา แม้ความเจ็บปวดจะเล่นงานจนสติพร่าเลือน แต่สัญชาตญาณของยอดนักรบย่อมมีความเฉียบคม เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของการปรากฏตัวของขวดสมุนไพรนั้นอย่างชัดเจน ทว่าเขากลับเลือกที่จะปิดเปลือกตาลงเงียบๆ ไม่เอ่ยทักท้วงหรือซักถามใดๆ ทั้งสิ้น... หากนางมีความลับ ย่อมเป็นสิทธิของนาง ขอเพียงแต่นางยังคงอยู่เคียงข้างเขาตรงนี้ ก็เพียงพอแล้ว
"อดทนหน่อยนะคะ..." ลินินเอ่ยเสียงนุ่มลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความยินยอมพร้อมใจของเขา นางจัดการเปิดจุกขวดแล้วเทน้ำค้างสวรรค์ลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่อย่างเบามือที่สุด
*ฟู่—!*
ควันสีขาวจางๆ ลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ บาดแผลที่ฉีกขาดและมีเลือดไหลไม่หยุดเริ่มสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ อาการเกร็งกระตุกของศิลาค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้นทีละน้อย
ลินินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นางใช้ผ้าสะอาดพันแผลให้อย่างคล่องแคล่วและแน่นหนา จนกระทั่งเสร็จสิ้นกระบวนการ นางถึงเพิ่งรู้ตัวว่าใบหน้าของพวกเขานั้นอยู่ใกล้กันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ของชายหนุ่มเป่ารดอยู่บริเวณต้นคอระหง ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"หายเจ็บแล้ว ก็อย่าคิดลุกขึ้นมาทำเท่ห์อีกเด็ดขาดนะคะ" ลินินแกล้งเฉไฉเบือนหน้าหนีความอบอุ่นที่ล้นทะลักจากดวงตาคมกริบคู่นั้น "จำไว้ว่าท่านติดหนี้ฉัน... และค่ารักษาพยาบาลกับค่าสมุนไพรวิเศษพวกนี้ แพงหูฉี่ทีเดียว ท่านต้องชดใช้ด้วยการช่วยฉันขุดดินปลูกกาแฟไปอีกสิบปี!"
ศิลาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะท้อนอยู่ในอกจนลินินรู้สึกได้ "สิบปี... น้อยไปกระมัง ข้าขอใช้หนี้ด้วยการอยู่รับใช้เจ้าไปตลอดชีวิตจะดีกว่า..."
คำพูดหวานเลี่ยนที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มหน้าตาย ทำเอาลินินถึงกับใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางกำลังจะอ้าปากต่อว่าเขาด้วยวาจาเผ็ดร้อนตามสไตล์แม่ค้ามือฉกาจ ทว่า...
*กริ๊กร... กรับ... กรับ...*
เสียงฝีเท้าจำนวนมากพร้อมกับเสียงเกือกม้าหนักหน่วง และเสียงเหล็กกระทบกันดังขึ้นจากระยะไกล แต่ทว่า... มันกำลังใกล้เข้ามาด้วยความเร็วสูง!
แสงคบเพลิงสว่างวาบขึ้นบริเวณปากทางเข้าไร่กาแฟ เงาร่างของกลุ่มคนในชุดเกราะทหารหลวงนับสิบชีวิตปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน นำหน้ามาด้วยนายกองสวมหน้ากากเงินผู้ถือม้วนกระดาษประกาศจับในมือ ชูสูงเด่นเป็นสง่า
"ใต้เท้าศิลา! รู้ตัวซะเถอะ! ทางหลวงมีคำสั่งให้จับตายผู้ที่ขัดขืน จงออกมามอบตัวแต่โดยดี!" เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความฮึกเหิมดังขึ้นทำลายความเงียบสงบของไร่
ลินินขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที นางหันไปมองหน้าศิลาที่ยังคงนั่งพิงระเบียงบ้าน แม้บาดแผลจะดีขึ้นมากแล้ว แต่การจะรับมือกับกองทัพหลวงนับสิบด้วยตัวคนเดียวในสภาพนี้ย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่
ทว่า ศิลากลับไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างสง่างาม มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจ
ก่อนที่ลินินจะทันได้เอ่ยปากห้ามปราม เสียงฝีเท้าของทหารหลวงกลุ่มนั้นก็หยุดชะงักลงที่หน้าลานบ้าน พร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกใจของนายกองผู้ถือประกาศจับ เมื่อแสงคบเพลิงสาดส่องกระทบกับร่างของใครบางคนที่ถูกมัดมือไไขว้หลังและถูกโยนลงมากองกับพื้นดินตรงหน้าเรือนของพวกเขา!
ร่างนั้น... คือคนสนิทของแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ ผู้ที่เคยมาประกาศศักดาข่มขู่พวกนางเมื่อวันก่อน!
และบนหน้าผากของมัน มีกระดาษแผ่นหนึ่งแปะอยู่ พร้อมกับข้อความด้วยลายมือดิบเถื่อนที่เขียนไว้ด้วยเลือดสดๆ—
*"ของขวัญต้อนรับ... จากเจ้าของไร่ตัวจริง"*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" เสมอมานะคะ!
คุณหนูสายฟาดกับไร่กาแฟดริปของสามีหน้าตาย•ตอนที่ 3
ชายหนุ่มที่นอนอยู่หน้าบ้าน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาดกับไร่กาแฟดริปของสามีหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!