กระดาษแผ่นบางในมือของลินินไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่าเศษกระดาษชำระในห้องน้ำของตระกูลวรโชติ
"รับไปสิ ลินิน นี่คือส่วนแบ่งมรดกที่ชอบธรรมที่สุดที่เธอควรจะได้รับในฐานะบุตรสาวคนรอง... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของอดีตนายทหารพิการคนนั้นแล้วนี่นะ จะเรียกว่าคุณหนูลินินคงไม่ได้อีกต่อไป"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของลุงใหญ่ดังระคายหูราวกับเสียงแมลงวันตอมกองขยะ ลินินกวาดสายตามองหน้าบรรดาญาติผู้พี่และแม่เลี้ยงที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหลุยส์ราคาแพง ทุกคนต่างซ่อนแววตาสมเพชเวทนาและสะใจเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม พวกเขาพร้อมใจกันถีบส่งเธอออกจากตระกูลทันทีที่บิดาผู้ล่วงลับสิ้นลม โดยอ้างว่าทรัพย์สินทั้งหมดต้องถูกใช้หนี้กอง20ล้านที่บิดาไม่ได้ก่อขึ้นเองด้วยซ้ำ
โฉนดที่ดินเก่าๆ แผ่นหนึ่งถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า มันคือ "มรดก" ชิ้นเดียวที่ตกเป็นของเธอ
ลินินไม่ได้ร้องไห้ เธอไม่ได้ฟูมฟาย หรือแม้แต่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้คนพวกนี้ได้สมเพช รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวกลับยกขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คุณลุงผู้มากเล่ห์ถึงกับเผลอขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ที่ดินผืนนี้... อยู่ที่อำเภอชายขอบ หุบเขาหมอกทึบที่ไม่มีใครอยากเหยียบย่าง แถมยังแห้งแล้งจนปลูกอะไรไม่ขึ้นสินะคะ" ลินินเอ่ยทวนเสียงเรียบ นิ้วเรียวบางหยิบโฉนดแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณาอย่างใจเย็น
"รู้ตัวก็ดี! ดีกว่าต้องไปนอนข้างถนน หรือไม่ก็ถูกเจ้าหนี้ลากตัวไปขายทอดตลาด เลือกเอาเองเถอะว่าจะไปตายเอาดาบหน้ากับผัวพิการที่นายพลเขี่ยทิ้ง หรือจะให้ฉันช่วยสงเคราะห์เศษเงินให้สักห้าร้อยบาทเป็นค่ารถไฟเที่ยวเดียว" คุณป้าสะใภ้พูดเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหลมสูง พร้อมกับโยนเหรียญบาทลงบนพื้นตรงหน้าเธอราวกับทานอาหารให้ทาน
ลินินก้มมองเหรียญบนพื้น ดวงตากลมโตเป็นประกายคมกริบราวกับแม่เสือสาวที่กำลังซุ่มมองเหยื่อ
น่าขัน... คนพวกนี้ตาบอดเสียจนมองไม่เห็นเพชรเม็ดงามที่อยู่ในกำมือ แค่เศษกระดาษแผ่นนี้แผ่นเดียว พร้อมกับ 'มิติลับ' ที่ตื่นขึ้นในจิตวิญญาณของเธอเมื่อคืนนี้ มันก็มากเกินพอที่จะเนรมิตอาณาจักรทองคำขึ้นมาได้แล้ว หุบเขาหมอกทึบที่ไร้ค่าในสายตาคนอื่น สำหรับเธอมันคือผืนดินอุดมสมบูรณ์ที่ซ่อนเมล็ดพันธุ์กาแฟสายพันธุ์โบราณและวัตถุดิบทำเบเกอรี่หายากเอาไว้ต่างหาก!
"ขอบพระคุณสำหรับความกรุณาอันไร้ขีดจำกัดนี้นะคะคุณลุงคุณป้า" ลินินโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะก้มลงหยิบเหรียญบาทบนพื้นขึ้นมาถือไว้ แล้วหย่อนมันลงในกระเป๋าเสื้อของป้าสะใภ้คืนอย่างสุภาพ "เงินห้าร้อยบาทของท่าน เก็บไว้ซื้อยาบำรุงสมองตอนแก่เถอะค่ะ เพราะดูท่าทางแล้ว... อีกไม่นาน สมองส่วนที่ใช้คิดเรื่องความยุติธรรมของพวกท่านคงจะฝ่อจนหมดสภาพจริงๆ"
"นี่เธอ! นังเด็กอกตัญญู!"
เสียงโวยวายด้วยความโกรธเกรี้ยวไล่หลังมาทันทีที่ลินินหันหลังเดินสะบัดออก10ก้าวอย่างสง่างาม ประตูคฤหาสน์หลังโตปิดลงพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของหญิงสาว ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก3วินาที กลิ่นอายของอิสรภาพช่างหอมหวานเสียยิ่งกว่าเค้กวานิลลาอบใหม่ๆ เสียอีก
การเดินทางไกลสู่ชายแดนเริ่มต้นขึ้นในบ่ายวันนั้น
รถไฟสายเก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไปตามรางเหล็กที่คดเคี้ยว ลินินนั่งมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องทันสมัยกลายเป็นผืนป่ารกทึบและภูเขาสลับซับซ้อน ในกระเป๋าเดินทางใบเก่ามีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด โฉนดที่ดินมรดก และหัวใจที่เปี่ยมล้นด้วยไฟนักสู้
เมื่อรถไฟจอดเทียบชานชาลาสถานีปลายทางที่เงียบเหงา ลินินต้องเดินทางต่อด้วยเกวียนรับจ้างอีกสามชั่วโมงท่ามกลางทางลูกรังขรุขระ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเก่าทรุดโทรมที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ตีนเขา รอบด้านเต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้รกเรื้อ บรรยากาศเงียบเชียบจนน่าขนลุก สมกับเป็น "กองดิน" ที่ไร้ราคาตามที่ญาติใจร้ายว่าไว้จริงๆ
แต่ทว่า... ทันทีที่เท้าเล็กก้าวเหยียบลงบนพื้นดินหน้าบ้าน เสียงแจ้งเตือนใสๆ ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอทันที
[ติ๊ง! ตรวจพบพื้นที่เป้าหมาย: หุบเขาหมอกควันบริสุทธิ์]
[เงื่อนไขผ่าน: ปลดล็อก 'มิติลับโรงงานเบเกอรี่และคลังสมบัติเกษตร' เลเวล 1 สำเร็จ!]
[ของขวัญต้อนรับเจ้าของบ้านคนใหม่: เมล็ดพันธุ์กาแฟอาราบิก้าชั้นเลิศ x100, เตาอบเวทมนตร์พลังงานธรรมชาติ และแป้งสาลีพรีเมียม 1 กระสอบ!]
มุมปากของลินินยกยิ้มขึ้นอีกครั้งอย่างพึงพอใจ มิติลับในจิตวิญญาณของเธอเปิดออกแล้ว พร้อมกับคลังแสงวัตถุดิบระดับพระกาฬที่รอให้เธอหยิบมาสร้างเนื้อสร้างตัว
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูบ้านไม้เก่าดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงามืด ร่างนั้นสวมเสื้อกั๊กทหารเก่าๆ กางเกงขายาวเซอร์ๆ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยเคราครึ้มและผมเผ้ารุงรัง ทว่าดวงตาสคมกริบคู่นั้นกลับจ้องมองตรงมาที่เธอราวกับหมาป่าหนุ่มที่กำลังประเมินผู้บุกรุก
นั่นคือ 'ศิลา' อดีตนายทหารผู้ขึ้นชื่อว่าพิการและเย็นชา สามีที่ตระกูลวรโชติยัดเยียดให้เธอเพื่อเป็นการสะบัดภาระทิ้ง
ศิลากวาดสายตามองภรรยาเด็กตัวเล็กจ้อยที่ยืนถือกระเป๋าเดินทางท่ามกลางความมืด เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูตระกูลใหญ่ถึงถูกส่งมาตกระกำลำบากในสถานที่กันดารเช่นนี้
ชายหนุ่มอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำพูดไล่ต้อนหรือเตือนสติให้เธอกลับไปเสีย แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากหนาจะได้ขยับ...
ฟุดฟิด... ฟุดฟิด...
จู่ๆ ศิลาก็ชะงักกึก จมูกโด่งเป็นสันคมสูดดมกลิ่นบางอย่างเข้าปอดโดยสัญชาตญาณ
กลิ่นหอมหวานละมุนละไมของเนยสดแท้ผสมผสานกับกลิ่นคั่วเมล็ดกาแฟหอมกรุ่นเข้มข้น ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณหน้าบ้าน ทั้งๆ ที่ในรัศมีห้ากิโลเมตรนี้ไม่มีร้านค้า ไม่มีไฟฟ้า และแน่นอนว่า... ในบ้านหลังนี้ไม่มีเตาอบหรือแม้แต่เตาถ่านด้วยซ้ำ!
ศิลาหันขวับกลับมามองหน้าภรรยาตัวน้อยที่กำลังยืนกอดอกอมยิ้มพราย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย เมื่อเห็นมือเรียวบางข้างหนึ่งของลินินกำลังไขว้ไว้ด้านหลัง พร้อมกับปรากฏถาดคุกกี้ช็อกโกแลตชิพอบร้อนๆ ส่งควันฉุยลอยกรุ่นออกมาจากอากาศว่างเปล่าตรงหน้าอย่างอัศจรรย์!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่แวะเวียนมาลิ้มรสความสนุกด้วยกันนะคะ
คุณหนูสายฟาดกับไร่กาแฟดริปของสามีหน้าตาย•ตอนที่ 1
มรดกที่เป็นแค่กองดิน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาดกับไร่กาแฟดริปของสามีหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!