คุณหนูสายฟาดกับไร่กาแฟดริปของสามีหน้าตาย•ตอนที่ 15

อุปสรรคจากร้านขนมคู่แข่ง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าขนมเปี๊ยะไส้ลาวาไข่เค็มของร้าน ‘หอมละมุน’ เป็นของแท้ ขนมของร้าน ‘สามีภรรยาพาเพลิน’ ที่วางขายอยู่หัวมุมถนน ก็คงเป็นแค่เศษดินปั้นที่เก็บมาจากข้างทางแล้วล่ะค่ะ!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ 'คุณนายมาลัย' เจ้าของร้านเบเกอรี่เก่าแก่ประจำเมืองท่าการค้า ดังแทรกผ่านม่านไอน้ำสีขาวกรุ่นที่ลอยขึ้นมาจากเตาดริปกาแฟของลินินอย่างจงใจ ร่างอวบอ้วนในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองยืนเท้าสะเอว เชิดคางขึ้นสูงจนเห็นเหนียงใต้คางสั่นไหว ดวงตาคู่เล็กหยีลงมองแผงขายขนมและกาแฟทำมือของสองสามีภรรยาด้วยความดูแคลนระคนริษยา ลินินซึ่งกำลังใช้ด้ามช้อนเงินคนคาราเมลโฮมเมดในหม้อทองเหลืองช้าๆ ชะงักมือไปนิดเดียว รอยยิ้มหวานหยดที่มักประดับบนใบหน้าเรียวสวยยังคงแต้มอยู่ แต่ประกายตาในดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอไม่ได้รีบร้อนโต้ตอบทันที ทว่ากลับเลือกที่จะตักคาราเมลสีอำพันร้อนๆ ขึ้นมาเป่าเบาๆ ให้รอดพ้นจากความร้อน ก่อนจะส่งเข้าปากชิมรสชาติความหวานกลมกล่อมด้วยท่าทางสง่างาม ราวกับรอบตัวไม่มีเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนรบกวนสมาธิ นี่คือวันที่สามของการเปิดแผงขายกาแฟดริปคั่วบดสดใหม่คู่กับขนมโฮมเมดสูตรพิเศษจากมิติลับในตัวเมือง หลังจากวันแรกที่สร้างความฮือฮาด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดพันธุ์อาราบิก้าชั้นเลิศที่คั่วด้วยมือและดริปผ่านกระดาษกรองนำเข้าจากต่างมิติ จนลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดชนิดที่เรียกว่าแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ร้าน ‘หอมละมุน’ ของคุณนายมาลัยที่เคยผูกขาดตลาดขนมในย่านนี้มานานหลายปี ย่อมได้รับผลกระทบอย่างจัง ลูกค้าประจำต่างเทใจมาเข้าแถวหน้าแผงไม้เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านของเธอและศิลา จนยอดขายร้านคู่แข่งดิ่งฮวบลงครึ่งต่อครึ่ง ความอิจฉาริษยาทำให้คนเราทำได้ทุกอย่างจริงๆ ค่ะ... "พูดจาให้มันระวังปากหน่อยนะคุณนาย" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้นจากด้านหลัง แผงอกกว้างในเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีเข้มของศิลาขยับไหวตามจังหวะการหายใจ ร่างสูงใหญ่ในแบบฉบับอดีตนายทหารผ่านศึกก้าวออกมาบังร่างภรรยาตัวน้อยไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดมองเจ้าของร้านคู่แข่งด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่ากลับทรงพลังจนคุณนายมาลัยถึงกับผวาถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความกดดันจากสนามรบที่ศิลาสะสมมาหลายปี แม้จะถูกกลบเกลื่อนด้วยคราบของสามีผู้รักสงบและเจ้าของไร่กาแฟ แต่ยามที่เขาโกรธ มันก็ยังน่ากลัวจนทำให้คนใจฝ่อได้ง่ายๆ "แหม... คุณศิลาคะ ฉันพูดความจริงต่างหากล่ะ!" คุณนายมาลัยเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความกลัว มืออูมชี้ไปยังตะกร้าไม้ไผ่ที่ใส่ครัวซองต์อบใหม่ผิวสีทองกรอบส่งกลิ่นเนยสดฟุ้งกระจาย "ใครๆ ก็รู้ว่าแป้งและเนยราคาแพงลิบลิ่วแบบนั้น คนยากจนอย่างพวกคุณไม่มีทางหาซื้อได้หรอก! ว่าแต่... แอบไปขโมยสูตรมาจากไหน หรือว่าใช้ของหมดอายุมาทำขายกันแน่คะ? แบบนี้มันเป็นภัยต่อสุขภาพประชาชนนะ!" คำกล่าวหาที่ไม่มีมูลเริ่มเรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา หลายคนเริ่มหยุดยืนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ข่าวลือในตลาดแพร่เร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง หากปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ป้ายสีสำเร็จ แผงกาแฟและเบเกอรี่ที่เธอกับสามีร่วมกันสร้างมาหยาดเหงื่อแรงกายคงพังทลายลงในพริบตา ลินินวางหม้อทองเหลืองลงบนเตาถ่านอย่างเบามือ เธอถอดผ้ากันเปื้อนสีครีมออกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ ดวงหน้าประดับรอยยิ้มการค้าที่ฝึกฝนมาอย่างดี เดินออกมาเผชิญหน้ากับคู่กรณีโดยตรง กลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลาและกาแฟที่ติดอยู่ตามตัวยิ่งขับเน้นให้เธอดูล้ำค่าและแตกต่างจากสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างสิ้นเชิง "คุณนายมาลัยพูดเก่งเสียจริงนะคะ..." ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำจนทุกคนรอบบริเวณต้องเงียบเสียงลงเพื่อฟัง "ว่าแต่... หลักฐานที่ว่าฉันใช้ของหมดอายุ หรือไปขโมยสูตรใครมา อยู่ที่ไหนคะ? หรือว่าใช้ 'ความอิจฉา' ในสมองส่วนหน้าของคุณเป็นหลักฐาน?" "นี่เธอกล้าดียังไงมาว่าฉัน!" คุณนายมาลัยหน้าดำคร่ำเครียด กรีดเสียงแหลมด้วยความโกรธจัด "นังเด็กบ้านนอกไร้ยางอาย กล้าดีนักนะ!" "ฉันจะกล้าหรือไม่กล้า คุณนายก็น่าจะเห็นจากยอดขายในแต่ละวันแล้วนี่คะ" ลินินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย "ถ้าร้าน ‘หอมละมุน’ ของคุณนายยังทำขนมรสชาติเหมือนฟองน้ำชุบน้ำตาลไหม้แบบเมื่อก่อนต่อให้ผ่านไปอีกสิบปี ลูกค้าเขาก็หนีมาซบร้านเราอยู่ดีค่ะ เพราะลิ้นของมนุษย์มีความซื่อสัตย์เสมอ... ของอร่อยกับของห่วยแตก มันแยกแยะได้ด้วยการกัดแค่คำเดียว ไม่ต้องรอให้ใครมาเห่าหอนประจานตัวเองหรอกค่ะ" "ปากดีนักนะ! วันนี้ฉันจะให้เจ้าหน้าที่ตลาดมาตรวจสอบให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าพวกเธอขายของสกปรก!" คุณนายมาลัยกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ หันไปส่งสัญญาณให้ชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนหลบมุมอยู่หลังร้านของตนเดินตรงเข้ามา ศิลาขยับตัวเตรียมพุ่งเข้าไปจัดการ แต่ลินินกลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาชายฉกรรจ์ทั้งสองคนที่มีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ในมือของหนึ่งในนั้นถือกระสอบป่านใบเล็กที่ส่งกลิ่นอับชื้นผิดปกติ มิติลับในห้วงสำนึกของลินินสั่นเตือนเบาๆ พร้อมกับหน้าต่างระบบการค้าที่เด้งเตือนข้อมูลสมุนไพรแปลกปลอมขึ้นมาในหัว... หึ คิดจะเล่นสกปรกเอาผงเร่งบูดมาโรยใส่ขนมของฉันเพื่อใส่ร้ายป้ายสีงั้นสินะคะ? ตื้นเขินเสียจริง! "เชิญตรวจสอบเลยค่ะ" ลินินผายมือด้วยท่าทีใจเย็นอย่างยิ่ง "แต่ถ้าตรวจสอบแล้วไม่พบอะไรอย่างที่คุณนายกล่าวหา... เราคงต้องมาคุยกันเรื่อง 'ค่าเสียหาย' ที่ทำให้ชื่อเสียงร้านเราเสียหายต่อหน้าธารกำนัลสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ ดิฉันไม่ใจดีพอที่จะยอมให้ใครมาเหยียบย่ำหัวใจของสามีที่ตั้งใจคั่วกาแฟด้วยความซื่อสัตย์หรอกนะคะ" บรรยากาศรอบแผงขายของพลันตึงเครียดจนแทบหยิบจับเป็น เจ้าหน้าที่ตรวจการประจำตลาดก้าวแหวกฝูงชนเข้ามาพอดี สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขณะมองหน้าคู่กรณีทั้งสองฝ่าย แต่ทว่า... ในวินาทีที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเอ่ยปากขอตรวจค้นตะกร้าขนม เสียงฝีปากม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นจากสุดถนน พร้อมกับการปรากฏตัวของรถม้าหรูหราประทับตราสัญลักษณ์ตระกูลขุนนางใหญ่ ผู้ที่ก้าวลงมาจากรถม้ากลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ท่านเคานต์เอ็ดเวิร์ด' ลูกค้ารายใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองท่าแห่งนี้ และเป็นผู้ที่เหมาเมล็ดกาแฟล็อตพรีเมียมของเธอไปเมื่อวานนั่นเอง! ดวงตาของท่านเคานต์กวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเย็นเยียบ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของคุณนายมาลัยที่หน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น "เกิดอะไรขึ้นที่นี่? ใครกล้ามาสร้างความวุ่นวายหน้าร้านกาแฟโปรดของฉันกัน?" (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรสชาติความฟีลกู๊ดและการฟาดฟันไปด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาดกับไร่กาแฟดริปของสามีหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%