เศษกระจกใสที่แตกกระจายราวดอกไม้แก้วร่วงหล่นเคล้ากับเสียงคำรามต่ำในลำคอของสารวัตรอาทิตย์ ร่างหนาในชุดสูทสีเข้มพุ่งตัวเข้าชาร์จขวางหน้าผมไว้โดยสัญชาตญาณ มือกร้านแดดควักปืนพกประจำกายออกจากซองหนังใต้รักแร้อย่างรวดเร็วราวกับนักแสดงกายกรรมฝึกหัด ทว่าสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะได้เห็นหลังกลุ่มควันสีเทาจางลง กลับไม่ใช่เงาของมือปืนรับจ้างหรือสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ตามนวนิยายสืบสวนเกรดต่ำ
แต่เป็นรอยเท้าเปื้อนโคลนขนาดใหญ่บนพรมราคาแพง และหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องเก่าที่กะพริบแสงสีแดงวาบ... มันคือการเจาะระบบจากภายนอก
"ไม่ใช่คนบุกรุกทางกายภาพ..." ผมพึมพำเบาๆ ก้มตัวลงหลบวิถีสายตาของสารวัตรอาทิตย์ที่ยังคงกวาดกระบอกปืนไปรอบห้องด้วยความระแวง "มันคือความเบี่ยงเบนของสัญญาณดิจิทัล... เขากำลังเล่นตลกกับเรา สารวัตร"
อาทิตย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ดวงตาคู่คมใต้กรอบคิ้วหนาหันกลับมามองหน้าผมด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความตื่นตระหนกและความยอมรับในความจริงที่ว่า โลกของการสืบสวนยุคใหม่มันก้าวล้ำเกินกว่ากระสุนปืนในรังเพลิงของเขาไปไกลโขแล้ว
"นายหมายความว่าไอ้เสียงกระจกแตกเมื่อกี้..." อาทิตย์เก็บปืนเข้าซองช้าๆ น้ำเสียงของเขาทุบลงบนความเงียบ "เป็นแค่เสียงสังเคราะห์จากลำโพงบลูทูธที่พวกมันแอบซ่อนไว้?"
"แม่นยำครับ" ผมเคาะนิ้วชี้ลงบนขอบโต๊ะทำงาน จังหวะการคิดวิเคราะห์เริ่มทำงานอย่างเป็นระบบ รินหนุ่มผู้เยือกเย็นกวาดสายตามองหน้าจอที่รันโค้ดภาษาไพธอนรัวเร็วดั่งห่าฝน "และพวกมันไม่ได้แค่ส่งเสียงหลอกเด็ก เป้าหมายที่แท้จริงคือการล่อให้เราเสียสมาธิ เพื่อที่ไวรัสโทรจันระดับสูงจะสามารถเจาะผ่านไฟร์วอลล์ชั้นที่สามของกรมตำรวจเข้ามาได้สำเร็จ"
หน้าจอหลักของห้องสืบสวนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละบรรทัด ราวกับรอยยิ้มเยาะเย้ยจากเบื้องลึกของโลกไร้สาย
*Initializing decryption protocol...*
*Target found: Case File #007 - The Phantom of the Silicon.*
ผมไม่รอช้า นิ้วมือทั้งสิบบินว่อนลงบนคีย์บอร์ดกลไกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว โลกตรงหน้าผมไม่ใช่ห้องสืบสวนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟจางๆ อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือมหานครเสมือนจริงที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องดิจิทัล ทางแยก และซอกมุมมืดที่ฆาตกรซ่อนตัวอยู่
"ริน ไหวไหม" สารวัตรอาทิตย์ดึงเก้าอี้มานั่งประกบข้าง มือใหญ่ตบลงบนไหล่ผมเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความเชื่อมั่น "ถ้ามันเกินกำลัง ส่งเรื่องให้หน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเถอะ เด็กหนุ่มอย่างนายไม่ควรแบกรับภาระที่อันตรายขนาดนี้"
"ถ้าเราส่งเรื่องให้พวกเขารับช่วงต่อ เราจะช้ากว่ามันสามก้าวเสมอครับ สารวัตร" ผมตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ สมองส่วนหน้าประมวลผลข้อมูลนับพันจุดที่วิ่งผ่านเข้ามาในเสี้ยววินาที "ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ฉลาดเพราะมันเก่งกาจ แต่เพราะมันเข้าใจจิตวิทยาการมองโลกของเรา... มันรู้ว่ามนุษย์มักจะหวาดกลัวสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจเสมอ"
ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูงที่ถูกขัดเกลามาตั้งแต่เหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ในอดีตเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเย็นเยียบที่ปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นพลังงานขับเคลื่อน รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดมารวมไว้ที่จุดศูนย์กลาง หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงกราฟิกจำลองเส้นทางการไหลของข้อมูลที่ถูกส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ปริศนา ณ ใจกลางเมือง
"ตามฉันมาสิครับคนเก่ง..." ผมพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
ทว่าการเจาะระบบครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทันทีที่โค้ดส่วนสุดท้ายถูกป้อนเข้าไป ระบบป้องกันของฝ่ายตรงข้ามก็ตอบโต้กลับด้วยโปรแกรมทำลายตัวเอง (Kill Switch) หน้าจอคอมพิวเตอร์เริ่มส่งเสียงเตือนแหลมสูง แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ๆ ราวกับสนามรบที่กำลังจะล่มสลาย
"ริน! ระบบมันกำลังจะบล็อกเรา!" อาทิตย์ร้องเตือนเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อเห็นตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนจอ *00:10... 00:09...*
"อย่าเพิ่งตกใจครับสารวัตร..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าเหงื่อเม็ดโตจะเริ่มซึมตามไรผม "มันไม่ใช่ระบบทำลายข้อมูล... แต่มันคือประตูทางออกต่างหาก"
ผมกดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แรงกระแทกทางความคิดสะท้อนกลับมาจนรู้สึกชาไปทั้งสมอง ภาพเบลอๆ ของแผนที่ดาวเทียมสามมิติพุ่งทะยานขึ้นมาเต็มจอคอมพิวเตอร์ จุดสีแดงระบุพิกัดที่ตั้งของฆาตกรไม่ได้อยู่ในตึกร้างหรือโกดังอุตสาหกรรมอย่างที่ตำรวจทุกนายคาดคิด
แต่มันตั้งอยู่ใจกลางอาคารพาณิชย์สูงสามชั้น... ที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีตำรวจแห่งนี้ไปเพียงแค่สองร้อยเมตรเท่านั้นเอง!
สารวัตรอาทิตย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นที่อยู่ดังกล่าว มือหนาเอื้อมไปหยิบกุญแจรถยนต์บนโต๊ะทันที "ไอ้สารเลว... มันอยู่ใกล้เราแค่นี้เองหรอกหรือ!"
"ใช่ครับ และที่สำคัญกว่านั้น..." ผมหันไปมองหน้าสารวัตรด้วยแววตาที่หรี่ลงอย่างใช้ความคิด ข้อมูลไฟล์สุดท้ายที่หลุดรอดจากระบบป้องกันระบุชื่อบัญชีผู้ใช้ที่ใช้ในการควบคุมอาชญากรรมทั้งหมดในคืนนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ชื่อของแฮกเกอร์นิรนามที่ไหนเลย
แต่เป็นชื่อของบุคคลที่พวกเราเพิ่งจะเดินเข้าไปสัมภาษณ์ในฐานะ "พยานปากเอก" เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานี้เอง!
เสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของผม พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีเลือดที่เด้งขึ้นมากลางหน้าจอโดยไม่มีที่มาที่ไป:
*ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้าย... นักสืบพาร์ทไทม์*
*เงื่อนไขการรอดชีวิต: จงตามหาศพของเหยื่อรายต่อไป ก่อนที่นาฬิกาจะตีบอกเวลาเที่ยงคืน*
แววตาของอาทิตย์เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อได้ยินเสียงก้าวเดินอันคุ้นเคยดังมาจากทางบันไดหนีไฟด้านนอกห้องสืบสวน... เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อย่างใจเย็น ราวกับกำลังเดินมาตรวจการบ้านของเด็กนักเรียนที่สอบตก
"เตรียมตัวให้พร้อมครับสารวัตร..." ผมกระซิบเสียงเบาพร้อมกับดึงลิ้นชักโต๊ะหยิบวัตถุตulบางอย่างออกมาซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญตัวจริงกำลังจะมาเคาะประตูห้องเราแล้วล่ะครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
แฟ้มคดีวิปลาสกับนักสืบพาร์ทไทม์•ตอนที่ 5
ร่องรอยในโลกเสมือน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีวิปลาสกับนักสืบพาร์ทไทม์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!