“ที่นี่ไม่ใช่กรงขังลินิน แต่มันคืออาณาจักรของฉัน และในอาณาจักรนี้... กฎของฉันคืออำนาจสูงสุด”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคิรากรดังก้องในห้องโถงกว้างที่เงียบเชียบ กลิ่นอายของซิการ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นไม้สนจางๆ ในอากาศมันช่างดูหรูหราแต่กลับบีบคั้นจนน่าอึดอัด ลินินยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของชีวิตใหม่ของเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนื้อดีสีดำสนิทนั้นดูราวกับปีศาจที่เพิ่งหลุดออกมาจากขุมนรก แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขากำลังจดจ้องมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น พยายามฝืนความสั่นไหวในดวงตา “ถ้าคุณคิดว่าเงินสามารถซื้อทุกอย่างได้ แม้แต่ศักดิ์ศรีของคน... คุณก็คงเข้าใจผิดอย่างมหันต์ค่ะ”
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น หากแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือน เขาขยับกายเข้ามาใกล้เพียงก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดสะอ้านแต่แฝงไปด้วยความดิบเถื่อนของเขาก็เข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของหญิงสาวทันที เขาเชยคางมนขึ้นด้วยนิ้วเรียวยาว แววตาสีเข้มของเขาเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น
“ศักดิ์ศรีเหรอ?” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “คนอย่างเธอยังเหลืออะไรให้ทำลายอีกล่ะลินิน ในเมื่อตอนนี้ชีวิตของเธอ... แม้แต่ลมหายใจเข้าออก ยังเป็นของฉัน”
เขาขยับมือจากคางลงมาไล้ข้างแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสนั้นราวกับกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่างของเธอ ลินินพยายามจะถอยหนี แต่ทว่ามือแกร่งอีกข้างกลับคว้าเอวคอดไว้แน่น ดึงรั้งให้ร่างกายของเธอแนบชิดกับอกแกร่งราวกับจะหลอมละลายให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน
“ฟังกฎของฉันให้ดี เพราะฉันจะไม่พูดซ้ำ” เขาเอ่ยชิดริมฝีปากเธอ เสียงกระซิบนั้นต่ำลึกจนสั่นสะเทือนไปถึงทรวงอก
“ข้อที่หนึ่ง... ห้ามปฏิเสธสัมผัสของฉัน ทุกครั้งที่ฉันต้องการ ไม่ว่าตอนไหนหรือที่ไหน เธอต้องเป็นฝ่ายรองรับความปรารถนาของฉันด้วยความเต็มใจ หรือถ้าไม่เต็มใจ... ก็ต้องทำตัวให้น่าปรารถนาพอที่ฉันจะลืมความแข็งขืนนั้นไปเสีย”
ลินินตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและอับอาย มือเรียวพยายามผลักไสอกแกร่งแต่กลับเหมือนผลักกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันขยับเขยื้อน
“ข้อที่สอง... ห้ามโกหกและห้ามมีความลับกับฉัน ความรู้สึกนึกคิดของเธอ สายตาของเธอ หรือแม้แต่จังหวะหัวใจ ทุกอย่างต้องอยู่ในสายตาของฉันเท่านั้น ถ้าฉันรู้ว่าเธอซ่อนอะไรไว้... บทลงโทษของเธอมันจะมากกว่าแค่เรื่องบนเตียง”
คิรากรกวาดสายตามองไปทั่วใบหน้าสวยหวานที่กำลังแดงระเรื่อด้วยความอัดอั้น ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมายังลำคอระหงและเนินอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจที่ตื่นตระหนกของเธอ เขาออกแรงบีบเอวเธอเบาๆ เป็นการข่มขู่ในที
“และข้อสุดท้าย... ข้อที่สำคัญที่สุด อย่าได้ริอาจมอบหัวใจของเธอให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น เพราะถ้าฉันเห็นว่ามันกำลังเต้นเพื่อคนอื่น... ฉันจะทำให้มันแตกสลายคามือของฉันเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ดังแข่งกัน คิรากรจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความหวาดกลัวที่เขาปรารถนาจะเห็น มันช่างน่าหงุดหงิดที่เขายังเห็นประกายท้าทายในดวงตาคู่นั้น... ประกายที่ทำให้เขานึกอยากจะทรมานเธอให้แหลกคามือเสียจริง
“คุณมันบ้า... คุณไม่ใช่คน!” ลินินตะโกนออกมา ทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย
คิรากรยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาดึงเธอเข้ามาจนหน้าอกนุ่มแนบกับแผงอกแกร่ง แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงจนบรรยากาศรอบข้างร้อนระอุ “ใช่... ฉันมันบ้า และเธอก็เป็นคนเดียวที่ทำให้ความบ้าของฉันมันมีจุดหมาย”
เขาก้มลงมาประทับจูบที่ต้นคอของเธออย่างรุนแรงและเร่าร้อน เป็นการตีตราจองและย้ำเตือนถึงสถานะทาสรักที่ไม่มีวันหลุดพ้น ลินินสะดุ้งสุดตัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ แต่เขากลับประคองเธอไว้แน่นด้วยอ้อมกอดที่เป็นเหมือนโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูบานใหญ่ ตามด้วยเสียงเคาะที่แผ่วเบาแต่เร่งเร้า
“คุณคิรากรครับ... มีคนส่งพัสดุมาถึงคุณผู้หญิง... และดูเหมือนมันจะมีจดหมายแนบมาด้วยว่า ‘จากคนที่คุณลืมไปแล้ว’ ครับ”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความวาบหวามเป็นความเย็นเยียบในเสี้ยววินาที คิรากรชะงักกึก มือที่กอดรัดลินินคลายออกเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งขึง เขาสบตาเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับแฝงไปด้วยความอันตรายที่ลินินไม่เคยเห็นมาก่อน
“คนที่ลืมไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?” คิรากรทวนคำ เสียงนั้นเย็นเฉียบจนน่าขนลุก “ลินิน... ดูเหมือนว่าของเล่นของฉันจะมีเจ้าของเก่าตามมาทวงคืนเสียแล้วสิ”
เขาหันไปมองประตูด้วยแววตาประหนึ่งพญามัจจุราช ก่อนจะหันกลับมาหาลินินแล้วดึงเธอให้เดินตามไปที่หน้าประตูด้วยแรงบีบที่ข้อมือจนเธอแทบน้ำตาเล็ด
“ไปดูกันหน่อยไหม ว่าใครที่มันกล้ามาถึงถิ่นของฉัน... และถ้ามันเป็นคนที่เธอรู้จักล่ะก็... หวังว่าเธอคงจะไม่ได้หวังให้มันมาช่วยเธอออกไปจากที่นี่หรอกนะ”
ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับแรงลมที่พัดผ่านเข้ามา แสงไฟภายนอกสาดส่องลงบนซองจดหมายสีดำสนิทที่วางอยู่บนถาดเงิน คิรากรหยิบมันขึ้นมาฉีกอย่างไม่ลังเล ทว่าเมื่อเขาเห็นภาพที่อยู่ภายใน เขากลับนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของลินินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ลินิน... ดูเหมือนเธอจะไม่ได้มีแค่ความลับกับฉันนะ... แต่อดีตของเธอกำลังจะพาทั้งเธอและฉันไปลงนรกด้วยกันทั้งคู่”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงราคะไปกับ "ภาคินทร์เที่ยงคืน" นะครับ
ประมูลรอยจูบสยบพยศ•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคุมเกม
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประมูลรอยจูบสยบพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
