กลิ่นคาวของเงินตราและเหงื่อของผู้ชายกามราคะอบอวลอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวสีอำพันภายในโถงประมูลใต้ดินแห่งนี้ ลินินยืนอยู่บนแท่นสูงเบื้องหน้าฝูงชนที่จ้องมองเธอด้วยสายตาไม่ต่างจากฝูงหมาป่าที่หิวโหย ชุดผ้าไหมสีงาช้างที่ควรจะดูบริสุทธิ์กลับกลายเป็นเครื่องแต่งกายที่เปิดเปลือยให้เห็นถึงสรีระทรวดทรงเย้ายวนอย่างตั้งใจ สายรัดที่พันธนาการข้อมือทั้งสองข้างไว้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนนักโทษที่รอคอยการพิพากษา แต่กระนั้น แววตาของหญิงสาวกลับไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวอย่างที่พวกมันคาดหวัง เธอยืดอกขึ้นอย่างทระนง แม้หัวใจจะสั่นไหวราวกับกลองรบ
“เริ่มต้นที่ห้าล้าน” เสียงทุ้มต่ำของพิธีกรดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน
“หกล้าน!” เสียงจากมุมมืดดังขึ้น ตามด้วยเสียงเรียกราคาสลับไปมาอย่างบ้าคลั่ง ลินินกวาดสายตามองผ่านแสงไฟ เธอเห็นรอยยิ้มหื่นกระหายของนักธุรกิจโฉดที่พร้อมจะฉีกกระชากเธอเป็นชิ้นๆ ศักดิ์ศรีที่เธอรักษามาตลอดชีวิตกำลังถูกตีค่าเป็นเพียงตัวเลขบนหน้าจอ
“สิบล้าน” เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะความโกลาหล
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ไม่ใช่เพราะราคาสูงเกินไป แต่เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร ร่างสูงใหญ่ในสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีตเดินก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟตกกระทบใบหน้าคมสันที่เรียบเฉยทว่าแฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยือก คิรากร อัคนีรัตน์... ปีศาจในคราบสุภาพบุรุษผู้กุมอำนาจมืดของเมืองนี้เอาไว้ในกำมือ
“ไม่มีใครให้สูงกว่านี้ใช่ไหม?” คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจสั่งตาย สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจ้องเขม็งไปที่ลินิน ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ลินินรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวหนังยามที่ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปทั่วร่างกายของเธอ
“สิบห้าล้าน!” ใครบางคนในกลุ่มผู้ประมูลตะโกนขึ้นด้วยความท้าทาย
คิรากรกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสนุก แต่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน เขาหยิบปืนพกขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้โอ๊กข้างตัวอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยตัวเลขที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
“ห้าสิบล้าน... และใครที่กล้าเสนอราคาแข่งกับฉันหลังจากนี้ ฉันจะถือว่ามันเป็นคนประกาศสงครามกับตระกูลอัคนีรัตน์”
ความเงียบสงัดเข้าครอบงำราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าปริปากพูด หรือแม้แต่ขยับตัว ทุกคนต่างรู้ดีว่าเงินห้าสิบล้านสำหรับคิรากรไม่ใช่แค่ค่าตัวของหญิงสาวคนหนึ่ง แต่มันคือค่าธรรมเนียมของการปิดปากและแสดงความเป็นเจ้าของที่ไม่มีใครอาจเอื้อมถึง
ลินินมองร่างสูงที่ค่อยๆ ก้าวขึ้นมาบนแท่นประมูล ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้เธอกลิ่นอายบุรุษเพศที่อันตรายและเย้ายวนจากตัวเขาชัดเจนขึ้น มือหนาที่หยาบกร้านจากการผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาเขาตรงๆ
“ฉันซื้อเธอมาแล้ว ลินิน” เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและสั่นประสาท “นับจากวินาทีนี้ไป ร่างกาย กลิ่นกาย แม้แต่ลมหายใจของเธอ... ก็เป็นของฉันเพียงผู้เดียว”
คิรากรปลดพันธนาการที่ข้อมือเธอออกอย่างช้าๆ แต่แทนที่จะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขากลับคว้าข้อมือเรียวนั้นไว้แน่นแล้วกระชากร่างของเธอเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่ง แรงปะทะทำให้หญิงสาวหลุดเสียงครางแผ่วออกมาด้วยความตกใจ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดที่ข้างใบหู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจูบหนักหน่วงที่ซอกคอขาวระหง ลินินพยายามขัดขืนแต่กลับพบว่าเรียวขาของเธอกำลังสั่นพับเมื่อถูกสัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังอย่างถือสิทธิ์
“ปล่อยนะคะ...” เธอเค้นเสียงออกมา แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะจนแทบหลุดออกมาข้างนอก
“หึ...” คิรากรหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกดจูบเน้นย้ำลงบนผิวเนื้อนุ่มอีกครั้งจนเกิดรอยแดงจางๆ “เก็บเสียงของเธอเอาไว้เถอะนะ เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า... เธอจะต้องใช้มันเรียกชื่อฉันจนกว่าจะหมดแรงเชียวล่ะ”
เขากระซิบคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธ ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกท่ามกลางสายตาของเหล่านักธุรกิจที่ทำได้เพียงมองด้วยความริษยา ลินินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกลากลงสู่ขุมนรกที่สวยงามที่สุด และก่อนที่สติของเธอจะเลือนหายไปกับกลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา คิรากรก็โน้มตัวลงมาที่ใบหูเธออีกครั้ง
“จำไว้ให้ดี... คืนนี้ไม่มีใครช่วยเธอได้ และรอยจูบของฉัน... จะทำให้เธอจำไปจนวันตายว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของชีวิตเธอ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงราคะไปกับ "ภาคินทร์เที่ยงคืน" นะครับ
ประมูลรอยจูบสยบพยศ•ตอนที่ 1
ราคาที่เกินเอื้อม
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ประมูลรอยจูบสยบพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
