วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 1

ยันต์แผ่นเดียวสะเทือนแปดทิศ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"วิชากระบี่ของเจ้า เป็นเพียงการร่ายรำของเด็กน้อยที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไร้แก่นสาร ไร้จิตวิญญาณ... หากวันนี้ข้าเหยียบย่างผ่านไปแล้วปล่อยให้คนเช่นเจ้าอวดอ้างชื่อสำนักกระบี่ บรรพจารย์บนสวรรค์คงได้หัวเราะจนกระดูกสันหลังหักป่นปี้" น้ำเสียงเย้ยหยันดังสะท้อนก้องกราบศิลาลานทดสอบยุทธ์ ห่างออกไปเบื้องหน้าคือร่างของ "หม่าเทียนหลง" ยอดฝีมือแห่งสำนักพยัคฆ์อัคคี ศิษย์เอกผู้ถือครองกระบี่เหล็กนิลกาฬหนักร้อยชั่ง ปราณเพลิงสีชาดแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นความร้อน รัศมีกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านกดทับลงมาดั่งภูเขาขนาดย่อม รอบลานประลอง เหล่าศิษย์สำนักต่างๆ ต่างส่งเสียงซุบซิบและทอดถอนใจ สายตานับร้อยคู่มองมาที่ชายหนุ่มชุดคลุมสีเทาเรียบง่ายที่ยืนอยู่กลางลานด้วยความสมเพชเวทนา หลี่เฟยไม่แม้แต่จะชายตามองกระบี่เหล็กนิลกาฬในมือของอีกฝ่าย เขากำลังใช้ปลายนิ้วชี้ข้างขวาเคาะเบาๆ ลงบนด้ามไม้ไผ่เก่าคร่ำครึที่เหน็บอยู่ข้างเอว สีหน้าของเขาสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ไร้ความโกรธเกรี้ยว ดั่งเช่นเซียนผู้มองดูมดปลวกกำลังดิ้นรนท้าทายตะวัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หลี่เฟยจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ "กระบี่... ไม่ได้หนักที่น้ำหนักของเนื้อเหล็ก แต่หนักที่ความไร้ปัญญาของผู้ถือครอง" หลี่เฟยเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำขลับล้ำลึกคู่นั้นสะท้อนเงาของเปลวเพลิงแต่กลับเย็นเยียบดั่งห้วงอเวจี "เจ้าฝึกปราณมาสิบปีเพื่อสร้างความร้อนรุ่มให้โลหิต แต่น่าเสียดาย... ในสายตาข้า เจ้าเป็นได้เพียงแค่ก้อนถ่านที่รอวันมอดดับ" "สามหาว!" หม่าเทียนหลงคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนดั่งไส้เดือน ด้ามกระบี่เหล็กนิลกาฬถูกกระชากขึ้นฟ้า พลังปราณอัคคีระเบิดออกรอบทิศทางจนพื้นศิลาแตกร้าวเป็นรอยแยกนับร้อยสาย "ข้าจะใช้กระบี่นี้บดขยี้กระดูกทุกชิ้นในร่างของเจ้า ให้สมกับความปากกล้า!" ตูーム! (เสียงระเบิดกัมปนาท) ร่างของหม่าเทียนหลงพุ่งทะยานเข้ามาดั่งดาวตกแผดเผา เงากระบี่เหล็กนิลกาฬหวีดหวิวผ่าอากาศจนเกิดเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู วิชากระบี่พยัคฆ์คำรามถูกแผ่ซ่ายออกเต็มกำลัง ทุกกระบวนท่าหมายเอาชีวิตในดาบเดียว ไม่มีช่องว่าง ไม่มีโอกาสให้หลบหนี ทว่า... หลี่เฟยกลับไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม ร่างกายผ่อนคลายราวกับไม่ได้เผชิญหน้ากับความตาย ทันทีที่เงากระบี่เพลิงพุ่งเข้าประชิดระยะสามเชียะ ปลายนิ้วเรียวยาวของหลี่เฟยก็ขยับวาดขึ้นกลางอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนธรรมดาจะจับทัน *ฟรึบ!* อักขระโบราณสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นกลางห้วงอากาศราวกับดวงดาวที่ถูกจุดประกายขึ้นในยามวิกาล ปราณฟ้าดินโดยรอบถูกดึงดูดเข้ามาหลอมรวมกันในพริบตา ค่ายกลมิติขนาดเล็กก่อตัวเป็นวงแหวนซ้อนทับกันสามชั้นกลางอากาศ "ยันต์สยบมรกต... ผนึก!" สิ้นเสียงกระซิบแผ่วเบาของหลี่เฟย ค่ายกลอักขระก็เปล่งแสงเจิดจ้า รัศมีพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่พุ่งออกราวกับคลื่นสึนามิ พลังปราณอัคคีที่โหมกระหน่ำของหม่าเทียนหลงพลันถูกบีบอัดและสลายกลายเป็นเพียงละอองแสงในชั่วพริบตา *เปรี้ยง!* แรงสะท้อนกลับของค่ายกลอักขระกระแทกเข้าที่อกของหม่าเทียนหลงอย่างจัง ร่างของยอดฝีมือแห่งสำนักพยัคฆ์อัคคีปลิวลิ่วราวกับว่าวขาดสายป่าน กระอักเลือดคำโตออกมากลางอากาศ ก่อนจะกระแทกพื้นลานประลองอย่างรุนแรงจนฝุ่นตลบอบอวล ความเงียบสงัดดั่งป่าช้าเข้าเกาะกุมพื้นที่โดยรอบทันที เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่มุงดูต่างอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง การต่อสู้จบลงแล้ว... จบลงโดยที่หลี่เฟยยังไม่ทันได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ! การใช้เพียงยันต์อักขระแผ่นเดียววาดกลางอากาศเพื่อสยบยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมลมปราณ นี่มันไม่ใช่ระดับที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้! หลี่เฟยปัดฝุ่นที่หัวไหล่เบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ เขาก้มมองหม่าเทียนหลงที่นอนกระอักเลือดอยู่บนพื้นด้วยแววตาเรียเฉย ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างนั้นไปอย่างไร้เยื่อใย "วิชากระบี่ของสำนักพยัคฆ์อัคคี... รกรุงรังและไร้ระเบียบเกินไป กลับไปฝึกฝนสติมาใหม่เถอะ คราวหน้าหากเจอข้าอีก หวังว่าเจ้าจะใช้สมองมากกว่ากำลังแขน" เสียงฝีเท้าของหลี่เฟยสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงัน เขากำลังจะเดินพ้นซุ้มประตูหินของลานทดสอบเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตหวงห้ามเบื้องหลังสำนัก ทว่าในวินาทีนั้นเอง... อุณหภูมิโดยรอบกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลันในพริบตา หยาดน้ำค้างบนใบหญ้าแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในเสี้ยววินาที ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับถูกปกคลุมด้วยกลีบดอกเหมันต์โปรยปรายลงมาจากความว่างเปล่าอย่างไร้ที่มา กลิ่นอายความเย็นเยียบระดับที่สามารถแช่แข็งดวงวิญญาณได้แผ่ซ่านกดทับลงมาจนทุกคนในลานประลองต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกสีขาวโพลน นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดอกเหมันต์ ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางพญาหิมะทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึกดั่งน้ำแข็งพันปี ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยกวาดมองมาที่หลี่เฟยด้วยประกายประหลาดล้ำลึกที่ไม่มีใครคาดเดาได้ "เจ้า... คือผู้ที่ใช้อักขระสะบัดกระบี่เมื่อครู่ใช่หรือไม่?" น้ำเสียงใสราวกระดิ่งเงินกังวาน แต่เยือกเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ และในวินาทีที่นางก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา ห้วงเวลาทั้งหมดรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง... ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%