วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 30

สู่ยอดเขาไร้นาม

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากเจ้าหวังจะครอบครองคมกระบี่ที่สยบมังกรได้ เจ้าต้องยอมสละทิฐิที่แบกไว้บนบ่าเสียก่อน" เสียงทุ้มต่ำดังก้องท่ามกลางความเงียบงันของยอดเขาไร้นาม หลี่เฟยหยุดฝีเท้าลง สายตาคมกริบดุจกระบี่จ้องมองไปยังแท่นศิลาเบื้องหน้า ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหาค่ายกลโบราณที่บิดเบี้ยวด้วยไอสังหาร รอบกายเขาคือเศษซากของกาลเวลา หินผาที่ถูกฝนกัดเซาะจนกลายเป็นรูปร่างประหลาดคล้ายกระบี่นับพันเล่มที่ปักลงบนพื้นดิน เซียนอวิ๋นซีขยับกายเข้ามาใกล้ ไอเย็นจากกายนางแผ่ซ่านจนหยดน้ำค้างบนพื้นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นางไม่ได้มองที่อาวุธ แต่มองไปที่แผ่นหลังของชายผู้ทะนงตนข้างกายนาง สายตาของนางที่เคยเย็นชาดั่งเหมันต์ บัดนี้กลับฉายแววอาทรที่ปิดไม่มิด "ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับผู้ที่หลงในวิถีของตนเอง" อวิ๋นซีเอ่ยแผ่วเบา น้ำเสียงดุจระฆังแก้วที่ถูกกระทบ "ข้าเคยมาที่นี่เมื่อหลายสิบปีก่อน กระบี่เล่มนี้ไม่ได้เลือกผู้ที่เก่งกาจที่สุด แต่มันเลือกผู้ที่ไร้ลักษณ์ที่สุดต่างหาก หลี่เฟย... เจ้าแน่ใจแล้วหรือ?" หลี่เฟยไม่ตอบ เขาเพียงแค่นขำในลำคอเบาๆ ก่อนจะสะบัดมือวาดอักขระสีทองขึ้นกลางอากาศ ลายเส้นเหล่านั้นซึมซับเข้าสู่ความว่างเปล่าจนเกิดเป็นค่ายกลขนาดย่อมครอบคลุมพื้นที่รอบตัวเขาและนางไว้ เขาไม่ได้ใช้ปราณภายในในการเปิดทาง แต่เขาใช้ 'ความเข้าใจในธรรมชาติ' ที่เขาสั่งสมมาจากการมองเห็นโครงสร้างของสรรพสิ่ง "โลกนี้ไม่มีสิ่งใดไร้ลักษณ์ สิ่งที่เรียกว่าไร้ลักษณ์ คือการยอมรับว่าตัวตนของเราเป็นเพียงธุลีหนึ่งภายใต้ผืนฟ้า" เขาก้าวเข้าไปในเขตค่ายกล พลันนั้น กลิ่นอายสังหารที่หนาแน่นดุจภูเขากดทับลงมาทันที กระบี่หินนับพันเล่มรอบตัวสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงครวญครางของอาวุธที่สูญสิ้นเจ้านายดังก้องไปทั่วหุบเขา มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้น ความเศร้า และความโหยหา หลี่เฟยหลับตาลง มือขวาเคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้า วาดอักขระ ‘ระงับ’ ลงบนอากาศที่บิดเบี้ยว อักขระแต่ละตัวส่องแสงสว่างโรจน์ ปะทะกับแรงกดดันมหาศาลจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน "เจ้ากำลังทำอะไร?" อวิ๋นซีเอ่ยถามอย่างกังวล เมื่อเห็นว่าหลี่เฟยเริ่มขมวดคิ้วแน่น หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก "ข้าไม่ได้กำลังจะเอาชนะมัน" หลี่เฟยตอบเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงสั่นเครือ "ข้ากำลัง ‘คุย’ กับมัน" ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ หลี่เฟยไม่ได้เห็นเพียงแท่นศิลา แต่เขากำลังเห็นประวัติศาสตร์ของสงครามเซียนที่ถูกลืมเลือน เขามองเห็นร่างของจอมยุทธ์ในอดีตที่ใช้ชีวิตแลกกับการสร้างอาวุธชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องความรักที่ไม่มีวันสมหวัง... ความรู้สึกนั้นช่างคล้ายคลึงกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่กับนางเสียเหลือเกิน เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับแท่นศิลาเย็นเยียบ ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลง กระแสพลังมหาศาลทะลักเข้าสู่ร่างเขาราวกับน้ำป่าไหลหลาก มันไม่ใช่พลังปราณ แต่เป็น 'วิถีกระบี่' ที่ดิบเถื่อนและบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา "หลี่เฟย! ถอยออกมา!" อวิ๋นซีร้องเตือน มือของนางคว้าแขนเขาไว้ พลังเหมันต์ของนางพุ่งเข้าต้านทานพลังงานแปลกประหลาดที่กำลังจะฉีกกระชากร่างของเขา แต่ความเย็นของนางกลับไปกระตุ้นให้พลังในแท่นศิลาระเบิดออกมาแรงยิ่งกว่าเดิม ตูม! แรงระเบิดจากพลังอักขระและไอสังหารทำให้ทั้งคู่กระเด็นออกไปคนละทาง หลี่เฟยล้มลงบนพื้นดิน เขาสำลักโลหิตออกมาคำหนึ่ง ขณะที่อวิ๋นซีพยายามพยุงตัวขึ้น ดวงตาของนางเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนแท่นศิลาหลังจากม่านฝุ่นจางหายไป กระบี่เล่มหนึ่งที่เคยฝังแน่นในศิลา บัดนี้มันสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนรอยร้าวขยายไปทั่วแท่นหิน เสียงคำรามของเหล็กกล้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมังกรที่ตื่นจากการหลับใหลนานนับพันปี "นั่น... กระบี่ดาราไร้เงา!" อวิ๋นซีอุทานด้วยความตกตะลึง หลี่เฟยยันกายขึ้น ปาดเลือดที่มุมปาก ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความมุ่งมั่น เขาไม่ได้มองไปที่กระบี่เล่มนั้น แต่มองไปที่เงาร่างหนึ่งที่เพิ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มหมอกควันเบื้องหลังแท่นศิลา ร่างนั้นไม่ใช่คน... แต่มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความเกลียดชังและอำนาจมืดเจือปนอยู่ "เจ้าคิดว่าตนเองบริสุทธิ์งั้นรึ?" เงาร่างนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นจังหวะเดียวกับหลี่เฟย "เจ้าคิดว่าความรักที่เจ้ามีให้นาง จะเป็นเกราะป้องกันเจ้าจากกิเลสในวันข้างหน้าได้จริงหรือ?" เงาร่างนั้นชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีเลือดสาดซัดไปทั่วหุบเขาไร้นาม หลี่เฟยชะงักงัน ในชั่วพริบตา เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่เคยฝังลึกอยู่ในส่วนที่มืดมิดที่สุดของจิตใจ ความทะนงตนที่เขามักจะปฏิเสธ กลับกำลังถูกงัดออกมาฉีกทึ้งความเชื่อมั่นของเขาให้ขาดสะบั้น "หากเจ้าไม่สามารถเอาชนะเงาของตนเองได้" เงาตนนั้นยิ้มเหี้ยม "เจ้าก็คือทาสของกระบี่เล่มนี้ตลอดกาล!" ทันใดนั้น เงาดังกล่าวก็พุ่งเข้าใส่หลี่เฟยด้วยท่วงท่าวิชากระบี่เดียวกับที่เขาใช้ ทว่ารุนแรงและโหดเหี้ยมกว่าหลายเท่าตัว กระบี่ในมือของมันแทงทะลวงอากาศจนเกิดเสียงแหลมบาดหู หลี่เฟยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องต้านรับมันด้วยยันต์อักขระในใจ แต่ในวินาทีที่กระบี่เล่มนั้นจ่อเข้าที่คอหอยของเขา เสียงของอวิ๋นซีก็ตะโกนก้องผ่านความสับสน "หลี่เฟย! อย่าหลงกลมัน! เงาของเจ้า... คือสิ่งเดียวที่เจ้าไม่ต้องสู้! แต่จงยอมรับมัน!" หลี่เฟยหยุดชะงัก ท่ามกลางความเป็นความตาย เขาทิ้งกระบี่อักขระในใจจนหมดสิ้น และในวินาทีที่ปลายกระบี่สีเลือดสัมผัสผิวหนังที่ลำคอจนเกิดรอยแผลเล็กๆ... เขาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเงาร่างนั้นด้วยมือเปล่า ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอักขระและกระบี่ไปกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%