วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 13

เล่ห์เหลี่ยมเหนือเซียน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้ากล้าดียังไง... ถึงใช้หมากเบี้ยชั้นต่ำเช่นนี้ มาท้าทายค่ายกลคุนหลุนเก้าสบั้น!" เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วลานพิธีประลองกระบี่สวรรค์ แรงกดดันจากลมปราณระดับเซียนแท้จริงแผ่พุ่งจนเหล่าศิษย์สายในต่างต้องถอยกรูดด้วยความหวาดหวั่น ทว่า ท่ามกลางพายุอารมณ์และสายตาดูแคลนจากนับหมื่นคู่ หลี่เฟยกลับยืนไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายเรียวนิ้วของเขาคีบแผ่นยันต์สีชาดที่เพิ่งเขียนเสร็จหมาดๆ หมุนเล่นไปมาอย่างไม่ยี่หระ บนเวทีประลองเบื้องหน้า ร่างของผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆาพเนจรผู้หนึ่งกำลังคุกเข่าลงกับพื้น กระบี่วิเศษประจำกายหักสะบั้นเป็นสองท่อน ไม่ใช่เพราะพลังลมปราณอันรุนแรง แต่เป็นเพราะค่ายกลลวงตาและอักขระเจ็ดดาวที่ถูกร้อยเรียงขึ้นกลางอากาศด้วยปลายนิ้วเพียงชั่วพริบตาของชายหนุ่มผู้นี้ ไม่มีใครคาดคิด... แม้กระทั่งเหล่าปรมาจารย์ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นสูง ก็ยังต้องขมวดคิ้วแน่นด้วยความคาดไม่ถึง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ไม่จำเป็นต้องถือกระบี่... ทว่ากลับใช้ฟ้าดินและค่ายกลเป็นคมดาบเชือดเฉือนคู่ต่อสู้โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันรู้ตัวว่าพลาดท่าตั้งแต่เมื่อใด "หมากเบี้ยชั้นต่ำหรือ?" หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งทระงายนัยหนึ่ง "ผู้อาวุโส... ในกระดานหมากรุกแห่งความเป็นจริง ผู้ที่ยึดติดกับกฎเกณฑ์และพลังลมปราณดิบเถื่อน มักจะเป็นฝ่ายเดินหมากผิดพลาดก่อนเสมอ ท่านบอกว่าค่ายกลของข้าไร้รากฐาน แต่ข้ากลับมองว่ารากฐานของสำนักท่านต่างหากที่ผุกร่อนจนใกล้พังทลายเต็มที" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความหยิ่งทะนงของสำนักใหญ่ บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันระลอกใหม่ ณ อีกด้านหนึ่งของลานประลอง ใต้ร่มเงาของต้นเหมันต์พันปี เซียนอวิ๋นซี ยอดเซียนสาวแห่งหุบเขาเหมันต์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไร้หัวใจ ยืนสงบนิ่งอยู่หลังม่านโปร่งสีขาว ดวงเนตรคู่คมดั่งน้ำแข็งใสสะท้อนภาพของชายหนุ่มผู้กำลังยืนหยัดท่ามกลางพายุวิพากษ์วิจารณ์ ริมฝีปากบางเฉียบราวกับกลีบเหมันต์ของนางเผยอขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาชมได้ยากยิ่ง—รอยยิ้มที่หากศิษย์สำนักอื่นได้เห็นคงต้องตกตะลึงจนกระบี่หลุดจากมือ *‘เจ้าคนทะนงตนผู้นี้... รนหาที่ตายอีกแล้วกระมัง’* อวิ๋นซีรำพึงในใจ ทว่าลึกเข้าไปในห้วงจิตวิญญาณอันหนาวเหน็บของนาง กลับมีความอบอุ่นระลอกหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่หลี่เฟยทำไม่ได้มีไว้เพื่อโอ้อวด แต่เป็นการประกาศศักดาให้โลกบำเพ็ญเพียรได้ประจักษ์ว่า วิถีแห่งเซียนไม่ได้มีเพียงแค่การดูดซับลมปราณฟ้าดินเพื่อเลื่อนขั้นอย่างบ้าคลั่ง หากแต่คือความเข้าใจในสัจธรรมและการพลิกแพลงตามธรรมชาติ "บังอาจนัก! เจ้าเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า คิดว่าใช้อشกขระกลอุบายตบตาผู้คนแล้วจะไร้เทียมทานงั้นหรือ!" เสียงตวาดดังขึ้นพร้อมกับร่างของ 'เฟิงเทียน' ศิษย์เอกสายตรงเจ้าสำนักกระบี่สวรรค์ พุ่งทะยานขึ้นสู่เวทีประลองด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปราณกระบี่สีครามเข้มแผ่พุ่งจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว รัศมีความกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มพิกัด หมายจะกดดันให้หลี่เฟยคุกเข่าลงต่อหน้าผู้คน ฝูงชนส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที "นั่นมันเฟิงเทียน! เขาบรรลุวิชากระบี่สุริยันคล้อยแล้วกระมัง? ปราณกระบี่น่ากลัวถึงเพียงนี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือรุ่นพี่ก็ยังต้องหลบทาง!" หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากยังคงอยู่ ทว่าแววตาเริ่มมีความจริงจังปรากฏขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายกมือขึ้นช้าๆ นิ้วชี้และนิ้วกลางประสานเข้าหากัน วาดอักขระกลางอากาศอย่างไร้เสียง ลมปราณรอบตัวไม่1ดถูกเรียกใช้จากตันtian (ตันเถียน) ของตนเอง หากแต่เป็นการดึงเอาพลังธรรมชาติจากรอบทิศทางมาหลอมรวมกันในชั่วลมหายใจ "วิชากระบี่สุริยันคล้อยของเจ้า... รวดเร็วจริง แต่อ่อนด้อยซึ่งความยืดหยุ่น" หลี่เฟยเอ่ยเบาๆ แต่ก้องกังวานไปทั่วสารทิศ "กระบี่ที่ดี ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อ... หยุดยั้ง" สิ้นเสียงของหลี่เฟย แผ่นยันต์นับร้อยที่เขาโปรยไว้รอบเวทีประลองตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ก็พลันทอแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน กลายเป็นค่ายกลมبارาโบลาขนาดยักษ์ที่ครอบคลุมพื้นที่รัศมีร้อยลี้! *เปรี้ยง! ครืนนน!* กระบี่ของเฟิงเทียนพุ่งเข้าใส่ดั่งอสนีบาตฟาด ทว่าเมื่อปะทะเข้ากับม่านอักขระของหลี่เฟย กลับราวกับพุ่งชนภูเขาอันไร้รูป แรงกระแทกสะท้อนกลับจนแขนของเฟิงเทียนชาหนึบ เลือดสดๆ พ่นออกมาจากปากคำโต ร่างของเขาเซถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "เป็นไป1ม่ได้! เจ้า... เจ้าใช้วิชาอันใดกันแน่!" เฟิงเทียนแผดเสียงอย่างไม่ยอมรับความจริง ดวงตาดั่งคนเสียสติ เงื้อกระบี่เตรียมจะระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย ทว่า... ก่อนที่เฟิงเทียนจะได้ลงมือ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พลันวูบผ่านหน้าเวทีประลองอย่างไม่มีใครทันตั้งตัว กลิ่นอายความเย็นเยือกดั่งเหมันต์หมื่นปีแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชั่วพริบตานั้น ปลายกระบี่น้ำแข็งใสสะอาดเล่มหนึ่งก็มาจ่ออยู่ที่คอหอยของเฟิงเทียนอย่างแม่นยำ โดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่านางเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อใด! เซียนอวิ๋นซี
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%