"บันทึกอักขระอีกครึ่งเล่ม... บัดนี้หาได้อยู่กับเจ้าไม่"
น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทว่าก้องกังวานดั่งเสียงระฆังสำริดในวิหารโบราณ มันกดทับบรรยากาศภายในตำหนักเหมันต์นิรันดร์ให้หนתทึบและเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
เซียนอวิ๋นซีสะท้านเฮือก เรียวคิ้วงามดั่งคันศรขมวดเข้าหากันอย่างไม่ปิดบัง นางยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาหยกขาว ร่างเพรียวระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงเรืองรองของผลึกน้ำแข็งรอบด้าน ทว่าแว่นแคว้นในดวงตาคู่นั้นกลับสั่นไหวระริกเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี
ผู้อาวุโสสูงสุด 'มู่หรงเฉิง' หาได้มองนางด้วยสายตาของผู้อารักขาสำนักกระบี่เมฆาไม่ ในมือเหี่ยวย่นราวเปลือกไม้ของเขาถือม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่า ซึ่งแผ่ไอสังหารจางๆ ออกมาอย่างคุกคาม
"อาจารย์... ท่านกำลังกล่าวหาศิษย์ หรือกำลังออกคำสั่งกับข้ากันแน่?" อวิ๋นซีเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางเย็นชาดั่งเศษหิมะบนยอดเขา ทว่าหากเงี่ยหูฟังให้ดี จะสัมผัสได้ถึงรอยร้าวลึกราวกระจกที่ถูกค้อนทุบ
"ข้าไม่ได้กล่าวหา ข้ากำลังทวงถามความรับผิดชอบ" มู่หรงเฉิงก้าวเท้าช้าๆ เสียงไม้เท้ากระแทกพื้นศิลาเสียงดัง *ก้อง...* ทุกก้าวที่เขาเดิน พลังปราณขอบเขตราชันย์เซียนขั้นสมบูรณ์ก็กดทับลงบนร่างของนางราวกับภูingเขาทั้งลูก "หลี่เฟยผู้นั้นเป็นใคร? มันเป็นเพียงเศษสวะไร้รากปราณ อาศัยเล่ห์กลเดรัจฉานและอักขระนอกรีตไต่เต้าขึ้นมา แต่เจ้า... ศิษย์เอกผู้สืบทอดวิถีกระบี่เหมันต์สวรรค์ กลับปล่อยให้มันชักนำจิตใจจนไขว้เขว บัดนี้ บันทึกอักขระครึ่งเล่มที่บรรพจารย์ทิ้งไว้ ถูกส่งมอบให้มันไปแล้วใช่หรือไม่!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อวิ๋นซีไม่ปฏิเสธ ความเงียบของนางคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
ภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนผุดขึ้นในห้วงคำนึงของนาง...
ในคืนที่หิมะโปรยปราย หลี่เฟยยืนพิงกรอบหน้าต่างไม้เก่าๆ แสงจันทร์อาบไล้เรือนร่างสง่างามที่เปี่ยมด้วยความทะนงตน เขามองนางด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความหยิ่งยโสตามแบบฉบับของตน ก่อนจะโยนบันทึกอักขระเล่มนั้นกลับมาให้นาง แต่ปลายนิ้วของเขากลับแตะเบาๆ ที่กลางหน้าผากของนาง พร้อมกับกระซิบแผ่วเบา
*"เก็บไว้เถอะอวิ๋นซี... สิ่งนี้สำนักของเจ้าต้องการ เพื่อใช้ล่าข้า แต่สำหรับข้าแล้ว ปราณและอักขระใดๆ ล้วนไร้ความหมาย หากในใจไม่มีวิถีของตนเอง"*
คำพูดนั้น... ความเย่อหยิ่งอันไร้ขอบเขตนั้น ทำให้นางยอมมอบหัวใจที่ด้านชาให้เขาอย่างหมดสิ้น แต่มันก็เป็นดั่งคมดาบที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนนางในยามนี้
"เขาไม่ใช่คนนอกรีต" อวิ๋นซีเงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์ แววตาของนางกลับมาแข็งกร้าวและเย็นเยียบดั่งเดิม "และบันทึกนั้น... ข้าเป็นคนมอบให้เขาเอง"
*เพลียะ!*
เสียงตบะปราณระเบิดออกเบาๆ ทว่ารุนแรงจนเสาหยกสลักลวดลายมังกรถึงกับร้าว มู่หรงเฉิงโกรธเกรี้ยวจนหนวดเคราสั่นเทา "อวิ๋นซี! เจ้ากล้าท้าทายกฏสำนักเพื่อชายผู้เดียวงั้นหรือ! เจ้าลืมแล้วหรือว่าสำนักกระบี่เมฆาเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างไร เจ้าคือนายแห่งหุบเขาเหมันต์ หากข่าวแพร่งพรายออกไปว่าเจ้าทรยศต่อสำนักเพื่อปกป้องมดปลวกตัวหนึ่ง เกียรติภูมิของพวกเราจะเอาไว้ที่ใด!"
"เกียรติภูมิ... หรือว่าอำนาจกันแน่ที่ท่านกลัวจะสูญเสีย?" อวิ๋นซีแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "บันทึกอักขระนั่น บรรพจารย์ตั้งใจทิ้งไว้ให้ผู้ที่มี 'ปัญญา' ครอบครอง มิใช่ผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้าแต่มืดบอดทางจิตวิญญาณ!"
"สามหอง!" มู่หรงเฉิงสะบัดแขนเสื้อ คลื่นปราณสีครามพุ่งเข้ากระแทกอวิ๋นซีจนร่างเพรียวเซถอยหลังไปสามก้าว มุมปากของนางมีโลหิตสีแดงฉานไหลซึมลงมาตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ทว่านางหาได้แสดงความหวาดกลัวไม่ กลับยืนหยัดอย่างสง่างามราวต้นสนกลางพายุหิมะ
"หากเจ้ายังดึงดันจะปกป้องมัน..." มู่หรงเฉิงหรี่ตาลง ไอสังหารแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างไม่ปิดบัง "ในวันเพ็ญอีกสามวันข้างหน้า ที่ลานพิธีพิพากษาฟ้าดิน เจ้าจะต้องเป็นคนลงมือ... สังหารหลี่เฟยด้วยกระบี่เหมันต์ของเจ้าเอง!"
หัวใจของอวิ๋นซีหล่นวูบราวกับตกลงไปในเหวลึก ดวงตางามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "ท่าน... ท่านกล่าวว่าอย่างไรนะ?"
"นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่อย่างใด แต่มันคือ 'คำสั่ง' จากเจ้าสำนักและผู้อาวุโสทุกท่าน" มู่หรงเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้ความปรานี "หากเจ้าลงมือเอง ความสงสัยในตัวเจ้าจะถูกลบเลือน สำนักจะยังคงไว้ซึ่งเกียรติยศ และเจ้า... ก็จะได้พิสูจน์ความจงรักภักดี แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธ... ศิษย์รักของเจ้า รวมถึงตัวเจ้าเอง จะต้องถูกประกาศให้เป็นกบฏแห่งยุทธภพ ถูกตามล่าจากชาวยุทธทั่วหล้าโดยไม่มีแผ่นดินให้กลบฝัง!"
ร่างของอวิ๋นซีเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในน้ำแข็งพันปี นางกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
ฆ่าเขา...
ให้ลงมือสังหารบุรุษเพียงคนเดียวในรอบร้อยปีที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางรู้จักความอบอุ่น ให้ใช้กระบี่ที่เขาสอนเคล็ดลับการวางเฉยต่อโลกหล้า... ไปปลิดชีพเขาเนี่ยนะ? ช่างเป็นตลกร้ายที่สวรรค์ประทานมาให้เสียจริง!
"ข้า... ทำไม่ได้" นางเอ่ยออกมาทีละคำ น้ำหนักของแต่ละคำราวกับแบกภูเขาไว้บนบ่า
"ทำไม่ได้ก็ต้องทำ!" มู่หรงเฉิงสะบัดหน้าหนี "เจ้ามีเวลาสามวันในการไตร่ตรอง หวังว่าเจ้าจะเลือกทางที่ถูกต้อง มิฉะนั้น... เลือดของหลี่เฟยจะเปื้อนมือเจ้า และวิญญาณของมันจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิด!"
ร่างชราของผู้อาวุโสสูงสุดหายวับไปกับสายลม ทิ้งให้อวิ๋นซีเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บในตำหนัก ร่างของนางทรุดลงคุกเข่ากับพื้นศิลา หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาสองข้าง กระทบพื้นน้ำแข็งจนแตกกระจายเปรียบเสมือนหัวใจที่แหลกสลาย
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปหลายร้อยลี้ ณ กระท่อมร้างกลางป่าไผ่ หลี่เฟยกำลังนั่งหลับตาอยู่บนเสื่อสาน มือขวาของเขาวาดผ่านอากาศเบื้องหน้าช้าๆ ปลายนิ้วแต่งแต้มด้วยพลังปราณสีทองจางๆ เขียนอักขระซับซ้อนขึ้นทีละตัวๆ กลางอากาศ
*ร่องรอยการเคลื่อนไหวของปราณจากหุบเขาเหมันต์... เริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ*
หลี่เฟยลืมตาขึ้น แววตาของเขาสะท้อนประกายปัญญาอันลึกล้ำราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ยามนี้เขามองทะลุกำแพงมิติออกไปไกล รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความทะนงตนของผู้ควบคุมโชคชะตา
"อวิ๋นซี... เจ้ากำลังร้องไห้อยู่ใช่ไหม?" เขากระซิบกับสายลม "เจ้าคิดว่าตัวเองถูกบีบให้จนมุมแล้ว... แต่เจ้าหารู้ไม่ว่า บนกระดานหมากกระดานนี้ ข้าได้วางหกล้อมฟ้าดินไว้หมดแล้ว..."
ทันใดนั้น ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบ กลับปรากฏเสียงฟ้าร้องคำรามต่ำๆ ดังสนั่นหวั่นไหว เมฆดำทะมุนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับฝันร้าย แสงสีม่วงแปลกประหลาดพาดผ่านกลีบเมฆ และสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าหาใช่หยาดฝนไม่... แต่มันคือ 'กระบี่เพลิงทัณฑ์สวรรค์' นับพันเล่มที่พุ่งตรงดิ่งมายังทิศทางที่เขานั่งอยู่!
หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วของเขาหยุดเขียนอักขระตัวสุดท้ายพอดี
"มาเร็วกว่าที่คิด..." เขาพึมพำเบาๆ ก่อนที่ประกายตาจะคมกริบดั่งคมกระบี่ "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมใหญ่ ข้าก็จะแสดงให้ดูว่า 'วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์' ที่แท้จริง... หน้าตาเป็นอย่างไร!"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาและจิตวิญญาณแห่งยุทธภพนี้ไปด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 11
รอยร้าวในหุบเขาเหมันต์
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!