วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย•ตอนที่ 12

กำแพงที่พังทลาย

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นอายดินปืนและกลิ่นสนิมเหล็กยังคงลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของตู้คอนเทนเนอร์เก่าหลังไซต์งาน คราบเลือดสีคล้ำบนเอกสารลับทางราชการยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ แต่ความตายกลับไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำลังคุกคามพวกเขาทั้งสองคนในเวลานี้ "คุณกำลังทำให้มันซับซ้อนขึ้น รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำของธรรศดังลอดไรฟันในระยะประชิด ใบหน้าคมเข้มของวิศวกรสนามผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือไร่อ้อยและอุตสาหกรรมเถื่อนแถบนี้อยู่ห่างจากปลายจมูกของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาคมกริบดั่งเสือร้ายจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก ปลายกระบอกปืนพกสีดำสนิทที่เขาเพิ่งเก็บเข้าซองหนังใต้รักแร้ยังคงทิ้งไอความร้อนไว้จางๆ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไร้สีเลือด ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่เธอสวมใส่ไว้ราวกับเกราะเหล็กมาตลอดตั้งแต่ก้าวเท้าลงมาจากเมืองหลวง กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้แรงกดดันจากร่างกายหนาหนักที่เบียดชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับผนังเหล็กเย็นเฉียบ "ฉันไม่ได้เป็นคนฆ่ามัน..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟันตอบโต้ แม้ความสั่นเครือในน้ำเสียงจะทรยศความเข้มแข็งทั้งหมดที่มี "และคุณเอง... ธรรศ... ถ้าตำรวจเจอรอยนิ้วมือของคุณบนเอกสารชุดนั้น คุณคิดว่าตัวเองจะรอดไปจากบ่วงนี้ได้สักกี่น้ำ?" ธรรศแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและสั่นสะเทือนอยู่ในอกกว้างจนรินรดารับรู้ได้ถึงแรงกระเพื่อมผ่านผิวเนื้อที่แนบชิด มือหนาหยาบกร้านข้างหนึ่งยกขึ้นกระชากล็อกเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างไร้ความปรานี แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนร่างบางสะท้านเฮือก เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิตชื้นเหงื่อ แต่มันกลับให้ความรู้สึกราวกับเธอกำลังทุบลงบนกำแพงหินผา "คิดว่าผมกลัวคุกตะรางพวกนั้นหรือครับ ริน..." ธรรศก้มลงกระซิบชิดใบหู รอรัญจวนด้วยลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดผิวเนื้ออ่อนจนขนลุกชัน "ตราบใดที่เรายังยืนอยู่บนผืนดินของผม กฎหมายเดียวที่มีค่าคือคำพูดของผม... และตอนนี้ สิ่งเดียวที่ผมสนใจไม่ใช่กระดาษเน่าๆ พวกนั้น แต่มันคือการพิสูจน์ว่าคุณจะปากแข็งได้สักแค่ไหน เมื่อเราต้องกลายเป็น 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' กันจริงๆ" คำว่าผู้สมรู้ร่วมคิดถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงพร่ากระซิบที่แฝงไปด้วยความดิบเถื่อนและแรงปรารถนาอันดิบดิบที่ถูกปลุกเร้าท่ามกลางวิกฤต ความตึงเครียดจากคดีฆาตกรรมและการถูกไล่ล่า กลายสภาพเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผา ผลาญสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้มอดไหม้ แรงดึงดูดทางเพศที่สะสมมานานนับแรมเดือนระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เปลือกตาปิดลงชั่วพริบตาเมื่อริมฝีปากหยักลึกของเขาเคลื่อนต่ำลงมาปัดป้ายอยู่แถวซอกคอขาวผ่อง สัญชาตญาณกรีดร้องให้ผลักไส แต่มือเรียวที่ควรจะผลักอกเขากลับเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่หนาแน่น ร่างกายของเธอทรยศสมองด้วยการแอ่นรับสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว "หยุดนะ... ธรรศ..." เสียงประท้วงเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาเริ่มขบเม้มลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มหลังใบหูอย่างจงใจ ความเจ็บแปลบปนความเสียวซ่านทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ธรรศไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้ปฏิเสธ มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนขึ้นสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวย บังคับรั้งท้ายทอยของเธอให้เงยขึ้นรับจูบอันดุเดือดและป่าเถื่อนที่รออยู่ รสจูบในครานี้ไม่มีความอ่อนหวานละมุนละไม มีเพียงความเร่าร้อน ดุดัน และการเรียกร้องสิทธิ์ขาด ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังประกาศอาณาเขต รินรดาครางอือในลำคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนล้ำลึกเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี รสชาติของความกลัว ความตื่นเต้น และความใคร่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในโพรงปาก จนเธอแทบสำลักอากาศ ร่างบางถูกยกขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้นด้วยพละกำลังอันมหาศาลของวิศวกรหนุ่ม รินรดารีบใช้เรียวขาเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้ตามสัญชาตญาณอย่างไร้เดียงสา ความแนบชิดอย่างไร้รอยต่อทำให้ทั้งคู่รับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามรากับกลองศึก ร่างกายของธรรศร้อนดั่งเตาหลอม แผดเผาเสื้อผ้าและอาภรณ์ที่ขวางกั้นจนแทบละลาย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ร่มผ้าอย่างอุกอาจ ปลายนิ้วแข็งกระด้างกรีดกรายผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนเกิดรอยแดงเป็นปื้น รินรดาสะท้านเฮือกทุกครั้งที่สัมผัสอันตรายนั้นล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม ความรู้สึกหวงแหนและครอบครองพุ่งพล่านอยู่ในอกของธรรศ เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ตกเป็นของใคร หรือแม้แต่เฉียดเข้าใกล้เงื้อมมือของตำรวจหรือศัตรูคนใดได้อีกต่อไป เธอคือของเขา... ถูกตีตราด้วยคดีความและความเร่าร้อนที่ไม่อาจย้อนกลับ "จำไว้... ริน..." เขาผละริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากชื้นเหงื่อแนบชิดกัน ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดใบหน้ากันและกัน "ต่อจากนี้ไป... ไม่มีทางให้คุณถอยหลังกลับอีกแล้วครับ" สติของรินรดาดับวูบลงสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมน เมื่อธรรศประทับจูบซ้ำลงมาอีกครั้งอย่างหนักหน่วง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนปริศนาที่เริ่มเดินเข้ามาใกล้ตู้คอนเทนเนอร์ทีละน้อย... ทีละน้อย... ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะโลหะดัง *ก๊อก! ก๊อก!* ที่ผนังด้านนอก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่ตะโกนเรียกชื่อธรรศผ่านความมืด "คุณธรรศครับ! ตำรวจกำลังมาทางนี้แล้วครับ! พวกเราต้องรีบไป!" ธรรศชะงักกรามขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายังคงกอดรัดร่างของรินรดาไว้แน่นในอ้อมแขน ไมยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปไหน รินรดาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความวาบหวาม หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อรู้ว่าภัยมัวหมองกำลังประชิดเข้ามาถึงตัว ทว่า... ในวินาทีที่ธรรศกำลังจะหันไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวายด้านนอก มือเรียวของรินรดากลับเอื้อมไปคว้าปกเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางความมืดมิดที่กดดันถึงขีดสุด และก่อนที่ใครจะทันได้คาดคิด รินรดาเป็นฝ่ายดึงรั้งใบหน้าคมคายนั้นลงมาประกบจูบซ้ำอีกครั้งด้วยความดื้อรั้นและเร่าร้อนไม่แพ้กัน... เป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาอันดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%