เสียงรองเท้าบูทเหล็กกระแทกพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องกราบไปทั่วอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินชั้นที่สี่ กลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นไอสารเคมีฉุนกึกตีเข้าจมูกจนผมต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดปาก รินหอบหายใจถี่กระชั้น หยดเหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมสัน แว่นตาไร้กรอบบนดั้งของผมสะท้อนแสงสีแดงกะพริบจากไฟฉุกเฉินที่ติดอยู่ตามผนังปูนเปลือยเป็นระยะ
เบื้องหลังผมห่างออกไปราวร้อยเมตร เสียงตะโกนก้องและเสียงฝูงโดรนตรวจการณ์ของ "หน่วยรักษาความปลอดภัยเมทริกซ์" กำลังไล่ล่ากระชั้นชิดเข้ามาทุกที ระบบนำทางในหัวผมร้องเตือนเป็นสัญญาณสีแดงฉานย้ำเตือนถึงความวิกฤต
*[คำเตือน: พลังงานระบบแว่นขยายคงเหลือ 14%]*
*[สถานะ: ถูกหมายหัวระดับ 3 - ไม่แนะนำให้ปะทะโดยตรง]*
"ให้ตายสิ... คำนวณพลาดไปถนัดเลยแฮะ" ผมสบพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะพยายามเร่งฝีเท้าวิ่งเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางแยกมืดสนิทที่ปราศจากแสงไฟ ข้อมูลจากระบบจำลองโครงสร้างตึกเมื่อครู่บอกผมว่า ทางตันกำลังรออยู่เบื้องหน้า แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากยังวิ่งตรงไปตามอุโมงค์หลัก ผมคงกลายเป็นเป้านิ่งให้กระสุนพลาสมาของพวกมันสอยร่วงเป็นแน่
ทว่า ทันทีที่ผมพุ่งตัวเลี้ยวเข้ามาในซอกมุมอับทึบ มือปริศนาก็คว้าร่างของผมไว้ด้วยแรงมหาศาล ร่างของผมถูกกระชากอย่างแรงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ ก่อนที่มือเรียวเนียนคู่หนึ่งจะเอื้อมมาปิดปากผมไว้แน่นไม่ให้เล็ดลอดเสียงร้องออกมา
"ชูว์... ถ้าไม่อยากตายเป็นปุ๋ยใต้ดิน ก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ ซะ เจ้าหนูตรรกะ"
เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยอำนาจและเสน่ห์ลึกลับดังขึ้นข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวในเหมันตฤดู แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะสะบัดตัวออก แต่เมื่อสายตาปรับเข้ากับความมืดและมองเห็นประกายแสงสีครามเรืองรองจากเส้นผมสีเงินยวงที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้ม ผมก็พลันนิ่งงันไป
เวโรนิก้า... อาจารย์สาวผู้ไร้เงา
ในเสี้ยววินาทีนั้น โดรนตรวจการณ์ติดอาวุธลำแรกบินเลยผ่านปากทางซอกมืดที่พวกเราหลบอยู่ แสงไฟสปอตไลท์สีขาวสว่างจ้ากวาดผ่านพื้นผิวผนังห่างจากปลายจมูกพวกเราไปไม่ถึงคืบ ไอความร้อนจากเครื่องยนต์ของโดรนลอยมาปะทะผิวหน้าจนรู้สึกได้ หัวใจของผมเต้นระรัวราวกับกลองศึก ขณะที่สายตาเหลือบไปมองหญิงสาวข้างกายที่ยังคงนิ่งสงบราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นของเธอจดจ้องมองออกไปเบื้องนอกอย่างเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
จนกระทั่งเสียงหึ่งของโดรนเคลื่อนคล้อยห่างออกไปจนเงียบสนิท เวโรนิก้าจึงค่อยๆ ลดมือที่ปิดปากผมลงช้าๆ
"หายใจทางจมูกสิเจ้าโง่ นายกำลังทำเสียงดังเกินไปแล้วนะ" เธอกล่าวเชิงตำหนิด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความขบขันเล็กๆ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา จัดแว่นตาบนดั้งให้เข้าที่ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด "ผมไม่ได้โง่นะครับอาจารย์ แค่สถานการณ์มันบังคับให้ผมต้องเลือกเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดตามหลักสถิติ... ว่าแต่ อาจารย์มาทำอะไรที่นี่ครับ? หรือว่า..."
"หรือว่าฉันกำลังมาเก็บกวาดความซุ่มซ่ามของศิษย์เอกคนโปรดล่ะมั้ง" เวโรนิก้าสวนกลับทันควัน เธอผละตัวออกจากผนัง กวาดสายตามองสำรวจร่องรอยความเสียหายบนเสื้อผ้าของผมอย่างพิจารณา ก่อนจะยกเรียวแขนขึ้นกอดอก "กล้าดียังไงถึงไปเจาะระบบฐานข้อมูลหลักของตึกบัญชาการใหญ่โดยไม่ปรึกษาฉันก่อน หืม? นายคิดว่าระบบความปลอดภัยระดับ S ของที่นั่นเป็นสนามเด็กเล่นหรือยังไงกัน ริน"
ผมเม้มริมฝีปากแน่นโดยอัตโนมัติ ยอมรับความจริงแต่โดยดี "ผมแค่... ต้องการหาเบาะแสเกี่ยวกับบันทึกการทดลองโปรเจกต์ 'เงามืด' ของพ่อผมครับ ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวมันถูกเข้ารหัสไว้ และมีเพียงที่นี่เท่านั้นที่มีคีย์ถอดรหัส"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงชั่วขณะ ความอบอุ่นจากร่างกายที่เบียดเสียดกันเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความเย็นเยือกของอุโมงค์และความจริงอันหนักหน่วงที่ค้างคาอยู่กลางอากาศ เวโรนิก้าจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของผม เธอนิ่งเงียบไปนานราวกับกำลังประเมินน้ำหนักคำพูดของผมด้วยตรรกะที่ซับซ้อนยิ่งกว่าระบบคอมพิวเตอร์ใดๆ
"เด็กดื้อรั้นเอ๋ย..." ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจเบาๆ ออกมา ยื่นมือเรียวมาเคาะหน้าผากผมเบาๆ หนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ "ความอยากรู้อยากเห็นน่ะเป็นเรื่องดีสำหรับนักสืบ แต่ถ้ามันทำให้สมองกลายเป็นจุลไปเสียก่อนจะได้ใช้ไขคดี มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ... ตามมาทางนี้ ฉันมีทางลับที่จะพาออกไปจากเขตวงจรอุบาทว์นี่ได้"
ว่าแล้วอาจารย์สาวก็ไม่รอช้า เธอหันหลังแล้วก้าวเดินนำลึกลงไปในความมืดของอุโมงค์ระบายน้ำที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ผมรีบสาวเท้าก้าวตามแผ่นหลังบางนั้นไปอย่างไม่ลังเล ทว่าในขณะที่เรากำลังเดินผ่านทางแยกอีกแห่ง ระบบแว่นขยายที่สงบเสงี่ยมมานานนับชั่วโมงก็พลันส่งเสียงแจ้งเตือนแหลมสูงขึ้นในโสตประสาทของผม
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบแว่นขยาย]*
*[ตรวจพบคลื่นสัญญาณรบกวนไม่ทราบที่มาในรัศมี 10 เมตร]*
*[คำเตือนระดับสูงสุด: ตัวตนภายนอกที่ไม่ได้ถูกบันทึกในระบบกำลังเคลื่อนตัวเข้าประชิด...]*
ผมชะงักฝีเท้าลงทันที ความเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่ต้นคอลงไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อเงาดำมหึมาสายหนึ่งค่อยๆ แยกตัวออกมาจากผนังคอนกรีตเบื้องหน้า ขวางทางเดินของเราไว้โดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า
แล้วขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซนเซอร์คดีลับกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา•ตอนที่ 2
พบคู่หูในเงามืด
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์คดีลับกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!