กลิ่นฉุนของกาแฟดำราคาแพงที่เย็นชืดจนหมดรสชาติ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องวีไอพีของภัตตาคารหรูย่านหลังสวนผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณกำลังเล่นกับไฟ อาคเนย์... และไฟกองนี้มันใหญ่เกินกว่าที่อีโก้ของสถาปนิกจบจากยุโรปอย่างคุณจะเอาตัวรอดได้"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบดังขึ้น พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้าอาคเนย์ แรงเสียดทานระหว่างกระดาษกับโต๊ะไม้สักสะท้อนความตึงเครียดในอากาศได้อย่างดี
อาคเนย์ไม่แม้แต่จะชายตามองซองเอกสารนั้น เขายังคงนั่งไขว่ห้าง แผ่นหลังพนักเก้าอี้เหยียดตรง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
"ไฟเหรอครับ... ผมนึกว่ามันเป็นแค่ขี้เถ้าจากโครงการร้างที่คุณกับพวกพ้องพยายามกวาดซุกใต้พรมเสียอีก" อาคเนย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึก ชายหนุ่มจงใจทิ้งช่วงจังหวะการหายใจ ก่อนจะเอ่ยต่อ "แปลกนะครับ คนที่มีเงินซื้อตึกได้ทั้งตึก กลับไม่มีปัญญาซื้อความสุจริตใจมาประดับสมองสักนิด"
ปัง!
ฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะอาหารจนแก้วคริสตัลสั่นไหว ใบหน้าของนักพัฒนาที่ดินผู้กว้างขวางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "แกมันก็แค่สถาปนิกไสแห้งคนหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าอำนาจที่แท้จริงเขาขับเคลื่อนกันยังไง! อย่าหาว่าฉันไม่เตือน... ถ้าพรุ่งนี้แบบแปลนโครงการของแกยังไม่ถูกถอนชื่อออก ชีวิตการทำงานในกรุงเทพฯ ของแก รวมถึงชีวิตเงียบๆ ของคนรอบตัวแก... ก็เตรียมตัวหาที่ฝังใหม่ได้เลย"
คำขู่คุกคามคายออกมาอย่างไร้ความเกรงกลัวต่อกฎหมาย อาคเนย์ขยับตัวเล็กน้อย ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วกล้ามเนื้อหัวไหล่ แม้ภายนอกเขาจะรักษามาดของชายผู้ไม่สะท้านต่อสิ่งใด แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าข้อเสนอและการขู่เข็ญครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อิทธิพลของชายตรงหน้าสามารถบดขยี้อาชีพที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตให้แหลกคราบได้ภายในชั่วข้ามคืน
ในวินาทีที่บรรยากาศในห้องกำลังดิ่งลงสู่จุดวิกฤต เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกความเงียบขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
ก่อนที่เจ้าของห้องจะอนุญาต บานประตูไม้สักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือเรียวบางในถุงมือหนังสีดำ รินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นบุคลิกที่เยือกเย็นและเฉียบขาด ดวงตาคู่คมกราดมองสถานการณ์ภายในห้องแวบเดียวก2 ก็ประเมินทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง
"ขออภัยที่เสียมารยาทครับท่าน... แต่ดูเหมือนว่าท่านจะเสียเวลาไปมากพอกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรค่าแก่การเอาชื่อเสียงมาแปดเปื้อน" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งความเดือดดาลของนักพัฒนาที่ดินผู้ทรงอิทธิพลได้ทันที
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วมุ่น "รินรดา? เธอมาทำอะไรที่นี่ ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา"
รินรดาไม่ได้สะท้าน เธอย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนข้างเก้าอี้ของอาคเนย์ กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือด้วยกลิ่นอายของกระดาษเอกสารและชัยชนะลอยแตะจมูกสถาปนิกหนุ่ม ชั่วแวบหนึ่งที่สายตาของเธอเหลือบมองอาคเนย์ มันไม่ใช่สายตาแห่งความเห็นใจ แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังปกป้องเหยื่อในอาณาเขตของตัวเองจากผู้ล่าตัวอื่น
"ฉันได้รับมอบหมายจากบอร์ดบริหารชุดใหญ่ ให้มาจัดการเรื่องโครงสร้างทางกฎหมายของโปรเจกต์นี้ให้เรียบร้อยครับท่าน" รินรดาผายมือไปยังซองเอกสารบนโต๊ะ "และบังเอิญว่า... เอกสารชิ้นนี้ที่ท่านกำลังใช้เจรจา มันมีความเสี่ยงทางกฎหมายระดับอาญา ซึ่งถ้าหากรั่วไหลออกไปถึงมือสำนักข่าวเศรษฐกิจเมื่อไหร่ คนที่จะไม่ได้นอนไม่ใช่คุณอาคเนย์หรอกครับ... แต่จะเป็นชื่อของท่านเองที่จะขึ้นหน้าหนึ่งในฐานะผู้สั่งการทุจริตที่ดินสาธารณะ"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนขั้วทันที สีหน้าของนักพัฒนาที่ดินเผือดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อได้ยินคำว่า 'สำนักข่าวเศรษฐกิจ' และ 'กฎหมายอาญา'
"เธอ... เธอหมายความว่ายังไง รินรดา" เสียงนั้นเริ่มสั่นพร่า
รินรดาโน้มตัวลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ความรู้สึก "หมายความว่า เกมนี้จบลงแล้วครับท่าน เชิญท่านไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ส่วนเรื่องอาคเนย์... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนในวงการเดียวกันอย่างผมจะจัดการต่อเอง"
สิทธิ์ในการต่อรองถูกยึดไปอย่างเบ็ดเสร็จ นักพัฒนาที่ดินกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง แต่จำต้องลุกขึ้นคว้าเสื้อสูทของตนแล้วเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไปโดยไม่ปริปากพูดอะไรอีก ปล่อยให้ห้องวีไอพีตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยมวลอากาศที่หนักอึ้ง
อาคเนย์ยังคงนั่งนิ่ง เขามองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกขั้น ความช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโล่งใจ แต่มันกลับสร้างคำถามตัวโตในใจว่า เหตุใดศัตรูทางธุรกิจที่อยู่คนละขั้วอย่างเธอ ถึงยื่นมือเข้ามาปกป้องเขาจากกองไฟที่เธอก็เป็นคนจุดขึ้นมาตั้งแต่แรก
"คุณต้องการอะไรกันแน่ รินรดา" อาคเนย์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาทุบลงบนความจริงจัง
รินรดาหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นไม่มีความเยาะเย้ยหลงเหลืออยู่ มีเพียงความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง เธอดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ว่างลงมานั่งลงช้าๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ
"ฉันไม่ได้ช่วยคุณเพราะความเห็นอกเห็นใจหรอกนะ อาคเนย์..." รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบ แววตาเป็นประกายคมกริบ "ฉันช่วยคุณ เพราะฉันอยากเห็นว่าสถาปนิกที่มีอีโก้สูงส่งอย่างคุณ จะร2บมืออย่างไร เมื่อแบบแปลนตึกในฝันของคุณ ค่อยๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องมือฟอกเงินให้กลุ่มคนที่คุณเกลียดชังที่สุด..."
เธอเว้นจังหวะ ก่อนจะเลื่อนซองเอกสารอีกซองหนึ่ง ซึ่งเป็นเอกสารลับสุดยอดที่เธอเพิ่งดึงออกมาจากกระเป๋าถือ วางทับลงบนโต๊ะ
"และฉันคิดว่า... เอกสารหน้าสุดท้ายในนี้ คงทำให้คุณสนใจมากกว่ากาแฟเย็นชืดแก้วนั้นแน่นอน"
อาคเนย์ก้มมองเอกสารแผ่นนั้น สายตาปะทะเข้ากับชื่อโครงการในอดีตที่เคยพังทลายลง พร้อมลายเซ็นต์ของบุคคลที่เขาตามหามาตลอดหลายปี
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยต่อของอุดมการณ์และผลประโยชน์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 7
การเจรจาที่ไม่จบลงในห้องประชุม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!