เสียงกระเบื้องเคลือบสีชาดที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมหนักหน่วงเสียจนดังก้องไปทั่วห้องทรงอักษรที่ปิดทึบ ไร้ซึ่งช่องลม ราวกับจะสะท้อนความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสองในยามวิกาลเช่นนี้
เฟยหรงไม่แม้แต่จะปรายตาแลน้ำชาที่ส่งควันกรุ่นตรงหน้า ดวงตาคู่คมกริบดั่งใบมีดซ่อนในฝักกวาดมองสำรวจทั่วทุกตารางนิ้วของห้องนั้นอย่างระแวดระวัง สัญชาตญาณของหัวหน้าองครักษ์หญิงบอกนางว่า ทุกย่างก้าวในเรือนพักของราชครูหลี่จวินเหวินผู้นี้ ล้วนเต็มไปด้วยกลไกและหมากที่ถูกวางดักไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล
"ท่านราชครูดูจะมั่นใจเหลือเกินนะว่า ข้าจะยอมก้าวลงมาเล่นในกระดานที่ท่านขีดเส้นไว้" เสียงของเฟยหรงราบเรียบ ทว่าเจือไปด้วยกระแสความเยียบเย็น นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่นั้นท้าทายและเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยในเวลาเดียวกัน
หลี่จวินเหวินเพยิดหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขามิได้ไปถึงดวงตา คู่นهที่มักมองโลกผ่านตัวเลขและผลประโยชน์กำลังพิจารณาร่างเพรียวระหงในชุดทะมัดทะแมงเบื้องหน้า ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของมีคมที่อาจย้อนกลับมาแทง
"แม่นางเฟย... บนกระดานนี้หาได้มีใครขีดเส้นไว้ตั้งแต่แรก" หลี่จวินเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ชวนฟังแต่แฝงไว้ด้วยคมดาบ "พวกเราต่างหากที่เป็นผู้สร้างกระดานนี้ขึ้นมาทีละตา... เพียงแต่ว่า หากท่านยังดึงดันจะเดินเกมตามลำพังด้วยอุดมการณ์ที่สูงส่งเกินกว่าความเป็นจริง เกรงว่าหัวบนบ่าของท่านคงอยู่ได้ไม่พ้นข้างขึ้นของจันทร์หนwนี้เป็นแน่"
คำพูดนั้นเสียดแทงใจดำจนเฟยหรงต้องขยับกายเล็กน้อย กล้ามเนื้อทุกมัดตึงเกร็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ นางรู้ดีว่าสถานการณ์ในราชสำนักตอนนี้บีบคั้นเพียงใด หลักฐานทุจริตคอร์รัปชันที่นางแลกมาด้วยเลือดเนื้อของลูกน้องในหน่วยองครักษ์กำลังจะกลายเป็นเพียงกระดาษชำระ หากไม่มีอำนาจฝ่ายพลเรือนหนุนหลัง และหลี่จวินเหวิน... บุรุษผู้กุมอำนาจในสภาสูงผู้นี้ คือทางรอดเดียวที่เหลืออยู่ แม้ว่าเขาจะดูเหมือนปีศาจสวมเสื้อคลุมนักปราชญ์ก็ตาม
"ท่านต้องการอะไรกันแน่ หลี่จวินเหวิน" เฟยหรงตัดสินใจตัดบทเข้าประเด็น นางเกลียดการเล่นลิ้น "อำนาจ เงินทอง หรือการกวาดล้างขั้วอำนาจเก่า? สำหรับคนอย่างท่าน ทุกการกระทำย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ"
หลี่จวินเหวินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นหมึกชั้นดีและกำยานจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก เฟยหรงไม่ถอยหลังแม้แต่น้อย นางเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากหยักที่กำลังยกยิ้มอย่างเหนือกว่า
"สิ่งที่ข้าต้องการ... ก็คือความสะอาดสะอ้านบนกระดานนี้" หลี่จวินเหวินกระซิบเสียงต่ำ ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "ข้าเบื่อหน่ายกับการต้องเช็ดก้นให้พวกขุนนางโง่เขลาเต็มทีแล้ว ส่วนท่าน... ต้องการความยุติธรรมไม่ใช่หรือ? ในเมื่อเป้าหมายของเราตรงกัน เหตุใดต้องเสียเวลามานั่งหวาดระแวงกันเองเล่า"
"ความยุติธรรมของท่าน กับความยุติธรรมของข้า ความหมายมันต่างกันลิบลับ ราชครูหลี่" เฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ "สำหรับท่าน มันคือการจัดระเบียบเพื่อรักษาอำนาจของตระกูลหลี่ แต่สำหรับข้า มันคือชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่ต้องสังเวยไป!"
"ถ้ารักษาตระกูลหลี่ไม่ได้ แล้วท่านคิดว่าผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นจะมีชีวิตรอดหรืออย่างไร?" หลี่จวินเหวินย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อย แววตาคมปลาบฉายประกายความเหนื่อยล้าชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม "โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยหยาดน้ำตาและความดีงามนะแม่นางเฟย มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ที่ลงตัวต่างหากเล่า"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทรงอักษรชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงตะเกียงน้ำมันที่ไหววูบตามแรงลมภายนอก เฟยหรงเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน นางกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างศักดิ์ศรีที่นางยึดมั่น กับความเป็นจริงอันโหดร้ายที่บีบคั้นให้ต้องพึ่งพาปีศาจตนนี้ การร่วมมือกับหลี่จวินเหวินก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเหยียบย่างบนเส้นด้ายที่ขึงข้ามหุบเหว หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว นางอาจไม่เพียงแต่สูญสิ้นอำนาจ แต่ยังอาจกลายเป็นแพะรับบาปในเกมการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดของแผ่นดิน
ทว่า... นางมีทางเลือกอื่นอีกหรือ?
เฟยหรงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกต่อต้านในอก มือบางที่กำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือค่อยๆ คลายออก นางผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับราชครูหนุ่มอีกครั้งด้วยแววตาที่สงบเยือกเย็นขึ้นอย่างน่าประหลาด
"ก็ได้..." เสียงของเฟยหรงลอดไรฟันออกมาอย่างจำยอม "เราจะร่วมมือกัน... ชั่วคราว จนกว่าจะถึงวันที่พวกมันชดใช้"
รอยยิ้มพึงใจฉายชัดขึ้นในดวงตาของหลี่จวินเหวิน เขาเอื้อมมือไปหยิบพู่กันหยกเนื้อดีขึ้นมาจุ่มหมึก ก่อนจะเลื่อนแผ่นกระดาษเปล่ามาตรงหน้า "เพื่อความมั่นใจ ว่าเราจะไม่มีใครแทงข้างหลังกันและกัน คงต้องมีสัญญาใจสักเล็กน้อย... หรือท่านไม่กล้า?"
เฟยหรงคว้าพู่กันจากมือเขามาอย่างไม่เกรงใจ นางจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษด้วยลายมือที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว ราวกับตอกย้ำคำสาบานในใจ แต่วินาทีที่หมึกหยดสุดท้ายซึมลงบนกระดาษ เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบจากนอกประตูก็ทำลายความเงียบลงทันที
"ท่านราชครูขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงหอบสะท้านของบ่าวรับผิดชอบหน้าประตูตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "กองรักษากลางนำกำลังปิดล้อมเรือนรับรอง... พวกเขาบอกว่าได้รับหมายค้นจากสำนักตรวจสอบภาษี และพบ... พบหีบสมบัติลับที่ระบุว่าท่านซุกซ่อนส่วยทุจริตไว้ใต้พื้นเรือนขอรับ!"
หลี่จวินเหวินชะงัก สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขากวาดตามองไปยังเฟยหรงที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาวาวโรจน์และเต็มไปด้วยคำถาม
"ดูท่าทาง..." เฟยหรงยิ้มเยาะด้วยมุมปาก หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย "พันธมิตรที่ไม่เต็มใจเช่นเรา คงไม่ได้เริ่มเกมตามแผนที่ท่านวางไว้เสียแล้วกระมัง?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอวางด้วยหัวใจ•ตอนที่ 6
พันธมิตรที่ไม่เต็มใจ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอวางด้วยหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!