“เลิกสวมหน้ากากนั่นเสียที เซนอส... ในเมื่อเกมนี้มันจบลงแล้ว”
น้ำเสียงของฉันราบเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้ความเงียบงันรอบตัวสั่นสะเทือน ฉันวางไพ่ทาโรต์ใบสุดท้ายลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ ลวดลายบนหน้าไพ่ไม่ได้แสดงภาพเทวทูตหรือปีศาจ แต่มันคือภาพกระจกเงาที่สะท้อนใบหน้าของฉันเอง—ใบหน้าที่ผ่านศึกสงคราม ความสูญเสีย และการเดิมพันด้วยชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน
ชายในชุดคลุมสีดำที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ขยับเขยื้อน เขาเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบเหมือนเสียงเศษแก้วกระทบกัน “จบลงแล้วงั้นหรือ? ลิซ่า... คุณก็รู้ดีกว่าใครว่าโลกใบนี้ไม่มีคำว่า ‘จบ’ มีเพียงการสุ่มรอบใหม่ที่อาจจะโหดร้ายกว่าเดิมเท่านั้น”
“สำหรับคนอื่นอาจจะใช่ แต่สำหรับฉัน... ระบบมันถูกปิดตายไปตั้งแต่วินาทีที่ฉันตัดสินใจทำลายศูนย์กลางการเชื่อมต่อมิติแล้ว” ฉันเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มบางๆ สายตามองผ่านหน้าต่างออกไปยังทุ่งดอกไม้สีม่วงอ่อนที่ไหวเอนตามแรงลมเบาๆ ที่นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยน ไม่ใช่เขตแดนต้องห้าม แต่เป็นโลกใบใหม่ที่ฉันสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวของความทรงจำที่เหลืออยู่
เซนอสถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูไม่แก่ลงเลยสักนิด ดวงตาของเขาว่างเปล่าราวกับหลุมดำ “คุณเลือกทิ้งอำนาจในการกำหนดโชคชะตา เพื่อแลกกับความสงบสุขที่ไร้รสชาติเนี่ยนะ? ช่างน่าขัน... คุณเกิดมาเพื่อเป็นฮันเตอร์ ไม่ใช่ชาวนา”
“ฉันเกิดมาเพื่อเป็นมนุษย์ค่ะ” ฉันตอบกลับทันควัน ขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่สง่างาม รอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ข้อมือ—ของที่ระลึกจากเหตุการณ์รอยแยกมิติครั้งแรก—ดูจางลงตามกาลเวลา “การสุ่มเพื่อเอาตัวรอดมันจบลงแล้ว และตอนนี้ ฉันเลือกที่จะสุ่มอนาคตให้ตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาโชคชะตาจากนิ้วมือใคร”
ฉันก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไร้ความลังเล ทุกย่างก้าวบนพื้นหญ้านุ่มนิ่มให้ความรู้สึกจริงแท้กว่าการก้าวเดินบนซากปรักหักพังของเมืองที่เคยรู้จัก ลมหายใจเข้าออกลึกๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของดินและดอกไม้ ไม่ใช่กลิ่นคาวเลือดหรือกลิ่นโอโซนจากเวทมนตร์
“ถ้าคุณคิดจะไป ลิซ่า... คุณก็จะเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ตายได้เหมือนใบไม้ร่วง ไม่มีพลัง ไม่มีระบบ ไม่มีเกราะคุ้มกัน” เซนอสตะโกนไล่หลังมา เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความประหลาดใจ
ฉันหยุดเดินเพียงเสี้ยววินาที ไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความอิสระที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง ความมั่นใจที่เคยใช้สู้กับสัตว์ประหลาดระดับพระกาฬ บัดนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ “การตายได้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรอกค่ะเซนอส... ที่น่ากลัวที่สุดคือการมีชีวิตอยู่โดยเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของคนอื่นต่างหาก”
ฉันเดินมุ่งหน้าไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวไปสู่กระท่อมไม้กลางทุ่งกว้าง ในมือถือเพียงถุงเมล็ดพันธุ์พืช และความทรงจำที่ฉันตัดสินใจจะโอบกอดมันไว้ ไม่ใช่ในฐานะบาดแผล แต่ในฐานะเครื่องเตือนใจว่าฉันคือใคร
เมื่อก้าวเข้าสู่กระท่อม เสียงของธรรมชาติภายนอกก็ดูเหมือนจะเงียบลง แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่หาไม่ได้จากคลังไอเทมระดับตำนาน ฉันวางมือลงบนโต๊ะไม้ สัมผัสถึงลวดลายของเนื้อไม้ที่หยาบกร้านแต่จริงแท้ ฉันไม่ได้เป็น ‘Gacha Hunter’ อีกต่อไปแล้ว ฉันเป็นแค่ ‘ลิซ่า’ หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของชะตาชีวิตของตนเองคนหนึ่งเท่านั้น
แสงแดดยามเย็นที่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงไม่ได้เป็นแสงที่เกิดจากเวทมนตร์ แต่มันคือแสงอาทิตย์จริงๆ ที่อบอุ่นจนลึกถึงหัวใจ ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ไม้โยก หลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มที่ปราศจากความกังวล ในโลกที่สงบสุขใบนี้ ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนจะพรากสิ่งที่ฉันรักไปได้อีก เพราะฉันได้เรียนรู้แล้วว่า สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต ไม่ได้มาจากการสุ่มเพื่อลุ้นโชค แต่มาจากการตัดสินใจเลือกที่จะอยู่และมีชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง
คืนนั้น ฉันไม่ได้ฝันถึงสมรภูมิหรือเสียงตะโกนของผู้ที่ล้มตาย ฉันฝันถึงท้องฟ้าที่ไร้รอยแยก และวันพรุ่งนี้ที่ฉันจะได้ตื่นขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว... คือการมีความสุข
การเดินทางของฉันในฐานะฮันเตอร์จบลงที่ตรงนี้ ทิ้งไว้เพียงตำนานที่เล่าขานถึงหญิงสาวผู้กล้าสุ่มชะตาชีวิตของตนเองจนถึงขีดสุด และสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะวางมือจากมัน เพื่อก้าวเข้าสู่ประตูแห่งอิสรภาพที่แท้จริง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมสุ่มชะตาชีวิตและเดินทางเคียงข้างลิซ่ามาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้นะคะ
Card Forge Online: หลอมการ์ดมายา ทะลวงมิติไร้พ่าย•ตอนที่ 30
ตำนานฮันเตอร์สาวผู้เป็นอิสระ
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Card Forge Online: หลอมการ์ดมายา ทะลวงมิติไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!