ความเงียบงัน... ไม่ใช่ความว่างเปล่า หากแต่คือห้วงเวลาที่ลมหายใจของสรรพสิ่งหลอมรวมเข้ากับสัจธรรมแห่งฟ้าดิน
ณ หน้าผาสูชันเบื้องหลังซากปรักหักพังของสำนักกระบี่เมฆาคารวะ เงาร่างหนึ่งยืนหยัดตระหง่านราวกับยอดเขาที่ไม่เคยยอมสยบต่อแรงโน้มถ่วงใดๆ ไป๋จิงเฉินสวมอาภรณ์สีหมึกสะบัดพลิ้วตามแรงลมราตรี ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่หะทัยทอดมองไปยังแผ่นฟ้ากว้างที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงสีเงินยวงของจันทราเต็มดวง ทว่าในแววตานั้นหาได้มีความเลื่อมใสต่อความงามของธรรมชาติไม่ มีเพียงความเยือกเย็น ดุดัน และความทะนงตนที่พร้อมจะแหวกฟ้าทลายดินด้วยคมดาบในมือ
ปัญจธาตุหมุนวน ปราณแท้จริงภายในตันtian (ตันเถียน) ของเขากำลังคำรามก้องดั่งเสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่ง นี่คือค่ำคืนแห่งการทลายด่านขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ ไป๋จิงเฉินหลับตาลงช้าๆ สัมผัสถึงความเวิ้งว้างของจักรวาล ภายใต้ความมืดมิดอันยาวนาน ปมในอดีตภาพซากปรักหักพังของสำนักดั้งเดิมที่ถูกเผาทำลายด้วยฝีมือของพรรคมารหกอสูรยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ทุกหยดหยาดโลหิตที่หลั่งรินในวันนั้น คือเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงให้วิถีกระบี่ของเขาคมกล้าขึ้นทุกค่ำคืน
"วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์... ไร้รูปแบบ ไร้ร่องรอย ไร้แม้กระทั่งจิตสังหาร"
ไป๋จิงเฉินพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าก้องกังวานเสียดแทงความมืด ทันใดนั้น นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของเขาก็กดลงบนด้ามกระบี่สนิมเขรอะที่เหน็บอยู่ข้างเอว
*กรี้ด—!*
เสียงโลหิตเหล็กกล้าเสียดสีกับฝักดังขึ้นแผ่วเบา ราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกจองจำมานานปี เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่คมกระบี่ถูกชักออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว คลื่นพลังปราณสีเงินยวงก็พวยพุ่งระเบิดออกรอบตัวเขาทันที หินผาเบื้องหน้าแตกละเอียดเป็นผุยผงอย่างไร้ร่องรอย แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายรัศมีออกไปร้อยวา สรรพสัตว์ในป่าลึกต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัวต่อจิตวิญญาณกระบี่อันเกรียงไกร
ในห้วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมด้วยสัจธรรมนั้นเอง...
*ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!*
เสียงแหวกอากาศแหลมคมนับสิบสายดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง เงาร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มเจ็ดร่างพุ่งทะยานขึ้นมาเกาะกุมอยู่บนชะง่อนผาโดยรอบอย่างไร้สุ้มเสียง ไอสังหารที่เย็นยะเยือกและกลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทั้งเจ็ดคนล้วนเป็นมือสังหารระดับสูงจากแดนรกร้างบูรพา แววตาของพวกมันคมกริบดั่งเหยี่ยวและเต็มไปด้วยความกระหายเลือด
"ไป๋จิงเฉิน! เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว จงมอบคัมภีร์กระบี่เทวะและหัวใจมังกรฟ้ามาแต่โดยดี มิฉะนั้น... วันนี้คือวันตายของเจ้า!"
เสียงแหบพร่าดั่งอีกาจากหัวหน้ากลุ่มมือสังหารดังขึ้น มันแฝงไว้ด้วยพลังปราณขั้นกำเนิดวิญญาณ ซึ่งกดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
ไป๋จิงเฉินไม่ได้หันกลับไปมองแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่งสงบดั่งรูปปั้นหิน ปลายกระบี่ในมือยังคงจดจ่ออยู่กับการโคจรพลังในร่าง ความทะนงตนฉายชัดผ่านแผ่นหลังที่เหยียดตรง เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม
สำหรับเขาแล้ว มือสังหารเหล่านี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่คู่ควรจะเอ่ยปากสนทนาด้วยซ้ำ พวกมันเป็นเพียงแค่ก้อนกรวดที่บังอาจขวางทางเดินของกระบี่ที่จะทะยานขึ้นสู่ฟ้า
"พวกเจ้า... รบกวนเวลาที่ข้ากำลังสนทนากับจันทร์เจ้าขา" ไป๋จิงเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นับว่าเป็นความโชคดี... ที่กระบี่เล่มนี้ยังไม่ได้ดื่มกินเลือดมนุษย์มานานแรมเดือน"
หัวหน้ามือสังหารแค่นเสียงเย็นชา "เด็กน้อยปากกล้า! ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์เพียงใด แต่การเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นกำเนิดวิญญาณถึงเจ็ดคนพร้อมกัน วันนี้เจ้าก็มีแต่ต้องร่างแหลกเป็นจุล!"
สิ้นเสียงคำราม มือสังหารทั้งเจ็ดก็ขยับพร้อมกัน ประหนึ่งฝูงหมาป่าหิวกระหายที่พุ่งเข้าขย้ำเหยื่อ คมกระบี่และอาวุธลับนับร้อยพุ่งแหวกอากาศเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ปิดตาย Mإนทรีย์หนีรอดทุกช่องทาง ประกายแสงสีเขียวมรกตจากพิษร้ายอาบไล้คมอาวุธจนน่าสะพรึงกลัว
กลางวงล้อมแห่งความตาย ไป๋จิงเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาคู่นั้นสะท้อนภาพแสงจันทร์สีเงินและคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาใกล้เพียงชั่วลมหายใจ
เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย... เป็นรอยยิ้มที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า
ในเสี้ยววินาทีที่ความตายมาเยือนถึงคอหอยนั้นเอง ท้องฟ้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับปรากฏเสียงคำรามก้องกังวานของสายฟ้าสีทองคำม่วงผ่าแหวกเมฆหมอกลงมาตรงจุดที่เขายืนอยู่พอดี! พร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปราย นางก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นอายความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งวิญญาณแผ่ขยายออกไปจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา
ดวงตากลมโตคู่สวยของนางเย็นชาไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า ทว่าเมื่อกวาดสายมามองไป๋จิงเฉิน แววตานั้นกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด นางคือมู่หรงหลาน... นางเซียนแห่งวังน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าผู้ไม่เคยชายตานองผู้ใดในใต้หล้า
"ใครก็ตามที่แตะต้องเขา... ต้องตาย"
เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกน้ำแข็งเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้มือสังหารทั้งเจ็ดหยุดชะงักงันด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับสตรีปริศนาผู้ทรงพลัง ไป๋จิงเฉินกลับขยับตัวพุ่งสวนทางนางออกไปอย่างไร้เสียง ปลายกระบี่สนิมเขรอะในมือของเขาเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้ากลบรัศมีจันทร์เพ็ญจนมิด!
กระบวนท่าแรกถูกปลดปล่อยออกไป และสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้า... หาใช่ศัตรูที่ถูกสังหารไม่ แต่เป็นเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากม่านหมอก พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้หัวใจของไป๋จิงเฉินต้องกระตุกวูบ!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กระบี่ทะยานฟ้าท้าสัจธรรม•ตอนที่ 1
เงากระบี่สะท้อนจันทรา
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะยานฟ้าท้าสัจธรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!