เซฟโซนคนซึน กับคุณนักวิจารณ์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 1

เมื่อรสชาติปะทะฝีปาก

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
ห้าดาว? ไม่ สำหรับผม รีวิวติดลบสิถึงจะถูก เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีดัง *ปึง!* จนสมุดบันทึกและแก้วกาแฟเซรามิกสั่นสะเทือน รินรดาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจนเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญยืนค้ำหัวอยู่ โต๊ะทำงานในกองบรรณาธิการนิตยสารอาหารชื่อดังแห่งนี้ไม่เคยต้อนรับใครด้วยกิริยาไร้มารยาทแบบนี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้ชายในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรงและเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธด้วยแล้ว เธอยิ่งอยากจะกดอินเตอร์คอมเรียก รปภ. ให้มาลากตัวออกไปเสียเดี๋ยวนี้ "คุณเป็นใคร? และมีสิทธิ์อะไรมารicวกร้านคนอื่นด้วยแฟ้มเอกสารแบบนี้" รินรดาถามเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับคมกริบไม่แพ้ปลายปากกาที่เธอใช้เขียนวิจารณ์ "ผมคือกวินทร์ เชฟและเจ้าของร้าน 'The Hearth' ที่คุณเพิ่งเขียนบทความจิกกัดลงในคอลัมน์ล่าสุดว่า 'เนื้อแกะย่างรสชาติเหมือนยางรถยนต์เก่าๆ และซอสไวน์แดงที่พยายามกลบเกลื่อนความซับซ้อนด้วยความเค็มปี๋' คุณใช้ลิ้นหรือใช้ข้อศอกชิมอาหารจานนั้นกันแน่ คุณรินรดา" น้ำเสียงของกวินทร์ต่ำทุบและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ดวงตาคมกราบจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงมาทาบ-ทับโต๊ะทำงานทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แต่มีหรือที่คนอย่างรินรดาจะก้มหัวให้ หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอ เธอหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น ท่าทีที่ไม่สะทกสะทกสะท้านของเธอยิ่งทำให้เชฟหนุ่มไฟแรงรู้สึกเหมือนโดนน้ำร้อนลวก "อ๋อ... คุณคือเชฟกวินทร์ เจ้าของอีโก้ที่สูงกว่าตึกใบหยกสินะครับ เอ้ย... ค่ะ" รินรดาเกือบหลุดปากแก้คำ แต่เธอก็เปลี่ยนสรรพนามกลับมาเชือดเฉือนต่อทันที "ฉันเขียนไปตามความจริงที่ลิ้นมนุษย์ปกติเขาพึงรับรสได้ ถ้าคุณรับคำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาไม่ได้ แนะนำให้ไปเปิดร้านขายยางรถยนต์แทนที่จะมาเปิดร้านอาหารดีกว่านะครับ จะได้ไม่ต้องเปลืองวัตถุดิบดีๆ" "ปากคอเราะร้ายสมกับบทความไม่มีผิด!" กวินทร์กัดฟันกรอด สันกรามคมชัดขยับเกร็งจนเห็นเป็นสันนูน เขาไม่เคยเจอใครที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยสายตาเย่อหยิ่งขนาดนี้มาก่อน ปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือผู้จัดการร้านอาหารคนไหน ต่างก็ก้มหน้าฟังคำบัญชาจากเขาด้วยความเกรงกลัวทั้งสิ้น แต่นี่... ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้ากลับทำตัวเหมือนแมวป่าพยศที่พร้อมจะตะปบหน้าเขาได้ทุกเมื่อ "ขอบคุณที่ชมครับ ฉันถือว่านั่นคือคำยอจากเชฟผู้สอบตกวิชาประสาทสัมผัส" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อลดช่องว่างความได้เปรียบด้านส่วนสูง แม้เธอจะเตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ แต่รัศมีแผ่ซ่านความอวดดีของเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด "ถ้าไม่มีธุระอะไรอื่น เชิญออกไปจากห้องทำงานของฉันด้วยค่ะ งานฉันยุ่ง ไม่อยากเสียเวลากับคนแพ้ที่ไม่ยอมรับความจริง" "ใครแพ้?" กวินทร์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างกายที่กำยำตามแบบฉบับคนทำงานในครัวมาอย่างโชกโชนกดดันให้รินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ลิ้นของคุณมันพังต่างหากรินรดา! อาหารจานนั้นผมใช้เวลาหมักสามวัน คัดสรรวัตถุดิบนำเข้าจากออสเตรเลียอย่างดี แต่คุณกลับบอกว่ามันเหมือนยางรถยนต์เนี่ยนะ? ถ้าคุณไม่พิสูจน์ให้เห็นคาตาว่าคุณเข้าใจศิลปะการทำอาหารจริงๆ ผมจะฟ้องหมิ่นประมานเรียกค่าเสียหายจนนิตยสารคุณเจ๊งแน่" รินรดาชะงัก ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวง "คุณหมายความว่ายังไง?" "คืนนี้... ครัวที่ The Hearth จะปิดให้บริการสำหรับแขกทั่วไป แต่ผมจะเปิดมันให้คุณคนเดียว" กวินทร์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหางตาของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความท้าทายที่อันตรายที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน "มาพิสูจน์ให้ผมเห็นสิว่าที่คุณวิจารณ์มาทั้งหมด เพราะคุณเป็นนักวิจารณ์มืออาชีพจริงๆ... หรือเพราะคุณแค่อิจฉาที่ทำอาหารไม่อร่อยเท่าผมกันแน่" กลิ่นอายความเย่อหยิ่งผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ และกลิ่นอายความร้อนระอุจากเตาไฟที่ติดตัวเขามา ทำให้รินรดาใจเต้นรัวอย่างผิดจังหวะ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายตาที่ดุดันแต่ซ่อนความท้าทายบางอย่างไว้ข้างในของเชฟหนุ่มคนนี้ กำลังดึงดูดเธอเข้าสู่วังวนที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นโครมครามจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน กวินทร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของเขาไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม รอยยิ้มมุมปากของเขาดูเจ้าเล่ห์และท้าทายในเวลาเดียวกัน "ห้าโมงเย็นตรง... หวังว่าคุณจะมีความกล้าพอที่จะก้าวเข้ามาในอาณาจักรของผมนะ รินรดา" พูดจบ กวินทร์ก็ผละตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับพายุที่พัดผ่าน ทิ้งร่องรอยความปั่นป่วนไว้กลางห้องทำงาน รินรดายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องแผ่นหลังกว้างที่เดินลับหายออกไปจากประตู โดยที่เธอยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธแม้แต่คำเดียว ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้ตั้งสติและสบถด่าตามหลัง ประตูห้องทำงานที่เพิ่งปิดลงก็ถูกผลเปิดผางขึ้นอีกครั้งอย่างแรง ร่างของบรรณาธิการบริหารก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่แสดงข้อความแจ้งเตือนข่าวด่วน "รินรดา! แย่แล้ว! คลิปที่คุณปะทะคารมกับเชฟกวินทร์ที่หน้าลิฟต์เมื่อกี้ มีคนถ่ายคลิปเอาไปลง TikTok แล้วตอนนี้ยอดวิวทะลุหลักล้าน แถมชาวเน็ตกำลังแห่กันไปทายว่าพวกคุณสองคนเป็นคู่กัดหรือคู่จิ้นกันแน่!" รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าจอแท็บเล็ตทันที ภาพที่ปรากฏคือเธอกำลังยืนจ้องหน้ากับเชฟปากจัดคนนั้นในระยะประชิด โดยมีข้อความพาดหัวตัวเบ้อเริ่มว่า: *'เมื่อนักวิจารณ์ปากแจ๋วปะทะเชฟซึนเดเระ งานนี้มีสิทธิ์เปลี่ยนจากโรงพักเป็นเตียงนอน!'* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของนาโนบอทมาสเตอร์เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนซึน กับคุณนักวิจารณ์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%