เซฟโซนคนซึน กับคุณนักวิจารณ์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 6

กลิ่นไอความไม่ลงรอย

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงชัตเตอร์รัวระรัวราวกับฝนตกในฤดูมรสุม เสียงแฟลชวบวาบสาดส่องเข้ามาจนกวินทร์ต้องหรี่ตาลงด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวหนาที่กำลังคีบตะเกียบเตรียมคีบชิ้นปลาซาบะย่างซีอิ๊วชะงักกึก บรรยากาศเงียบสงบในมุมลึกของร้านอาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินสตาร์ถูกทำลายลงในพริบตาโดยเหล่าสื่อมวลชนสายบันเทิงและไลฟ์สไตล์ที่กรูเข้ามาล้อมโต๊ะของพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "คุณกวินทร์ครับ! ทางเราได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า โปรเจกต์คอลลาบอเรชันลับระหว่างเชฟหนุ่มไฟแรงกับนักวิจารณ์สาวฝีปากกล้า... ที่จริงแล้วเป็นแผนการสร้างกระแสโปรโมท หรือเป็นเพราะพวกคุณกำลังซุ่มคบหาดูใจกันแน่ครับ?" คำถามพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ รินรดาที่กำลังยกแก้วชาเขียวขึ้นจิบถึงกับสำลัก เธอไอค็อกแคกหน้าดำหน้าแดง รีบวางแก้วลงแล้วคว้าทิชชูมาเช็ดมุมปากอย่างลนลาน ดวงตากลมโตตวัดมองไอ้คนต้นเรื่องที่นั่งทำหน้าตายอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที "คบหากบเกลืออะไรล่ะครับ!" รินรดาแหวใส่ไมโครโฟนตัวจิ๋วที่จ่อเข้ามาใกล้ปากจนเกือบชนปลายจมูก "พวกคุณตาฝาดกันไปหมดแล้ว ฉันกับเชฟปากจัดนี่... เป็นแค่คู่กรณีที่รอเวลาฆ่ากันให้ตายไปข้างต่างหาก!" "แต่ภาพที่พวกเราเห็นเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่คุณกวินทร์อุ้มคุณรินรดาออกจากห้องครัวเพราะไฟไหม้เล็กน้อย... มันดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่าคู่กรณีนะครับ" นักข่าวสาวอีกคนเสริมพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นไมค์มาทางกวินทร์ กวินทร์วางตะเกียบลงบนจานช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ระหว่างไม้กับเซรามิกกลับดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนรอคอยคำตอบ เชฟหนุ่มปรายตามองกลุ่มนักข่าวด้วยแววตานิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบโต๊ะลดฮวบลงทันที "ถ้าพวกคุณว่างมากจนไม่มีข่าวอะไรจะเล่น..." กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบเฉยจนน่ากลัว "ผมแนะนำให้ไปทำข่าวเรื่องราคาผักชีในตลาดสดแพงขึ้นน่าจะสร้างประโยชน์ให้สังคมมากกว่ามานั่งจินตนาการเรื่องความสัมพันธ์ไร้สาระของผมกับ... ยัยปากเสียคนนี้" "นี่คุณ!" รินรดาหันขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธ "ใครปากเสียยะ! ฉันพูดความจริงต่างหากเล่า!" "อ้าว หรือไม่ใช่?" กวินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง หันมามองเธอด้วยสายตากวนประสาทที่ทำเอาเส้นเลือดที่ขมับของหญิงสาวเต้นตุบๆ "เมื่อคืนก่อนใครเป็นคนโทรศัพท์มาโวยวายหาว่าซุปมิโซะของผมเค็มเกินไปจนลิ้นจะพังล่ะครับคุณนักวิจารณ์?" "ก็มันเค็มจริงๆ นี่! ถ้าลิ้นฉันไม่พังเพราะความเค็มฝีมือคุณป่านนี้คงได้ไปนอนโรงพยาบาลแล้ว!" ภาพการปะทะฝีปากกันอย่างไม่มีใครยอมใคร สะท้อนผ่านเลนส์กล้องนับสิบทิศทาง เสียงรัวชัตเตอร์ดังถี่ขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มของเหล่าสื่อมวลชนกว้างขึ้นเพราะพวกเขารู้ดีว่าภาพและเสียงเหล่านี้แหละ คือเรตติ้งชั้นยอดที่จะทำให้พาดหัวข่าวในวันพรุ่งนี้ติดเทรนด์อันดับหนึ่ง "สรุปคือ... ปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมครับว่าพวกคุณ 'เคมีเข้ากัน' มากเป็นพิเศษ?" นักข่าวหนุ่มคนเดิมสรุปด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า กวินทร์หันกลับไปมองกล้อง ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังร่างเพรียวของรินรดาที่ยังคงฮึดฮัดไม่เลิก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ "เรื่องความสัมพันธ์... ผมไม่เคยปิดบัง" กวินทร์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบเหลือบมองคนข้างตัวที่ตอนนี้อ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง "แต่ถ้าจะให้เป็น 'คู่จิ้น' อย่างที่พวกคุณว่า... ผมเกรงว่าทางนี้คงต้องพิจารณาอีกที เพราะลำพังแค่เถียงกันเรื่องรสชาติอาหาร ผมก็ปวดหัวจะแย่แล้วครับ" "ไอ้... ไอ้คนเจ้าเล่ห์!" รินรดาฟาดมือลงบนโต๊ะเบาๆ หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนโมโหที่ถูกต้อนให้จนมุมต่อหน้าสาธารณชน ท่าทีฮึดฮัดราวกับแมวขู่ของเธอกลับยิ่งทำให้กวินทร์ลอบยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดีอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ลึกๆ ในอกข้างซ้ายกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ได้ต่อปากต่อคำกับเธอแบบนี้ ความวุ่นวายดำเนินต่อไปอีกเกือบสิบนาที ก่อนที่ผู้จัดการร้านจะเข้ามาช่วยกันตัวนักข่าวออกไปจากโซนส่วนตัว ทิ้งให้ทั้งคู่นั่งหายใจฮึดฮัดอยู่ตามลำพังท่ามกลางเศษซากอาหารที่ยังทานไม่หมด รินรดากระแทกตัวพิงพนักเก้าอี้ กอดอกแน่น ใบหน้าสวยหวานบึ้งตึง เธอหันไปค้อนวงใหญ่ใส่คนที่ยังคงนั่งจิบชาเขียวหน้าตาเฉย "นายตั้งใจใช่ไหม? นายจงใจพูดให้พวกนั้นเอาไปเขียนข่าวเสี้ยมเราชัดๆ!" "ผมพูดความจริง" กวินทร์ตอบเสียงเรียบ วางถ้วยแช่ลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ ชandสบตากับเธอตรงๆ "หรือคุณคิดว่า... ที่ผมพูดมันไม่จริงล่ะครับ?" "นายมัน..." รินรดาอ้าปากจะเถียง แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่พราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก หัวใจเจ้ากรรมก็ดันกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความร้อนผ่าวพุ่งขึ้นมาที่พวงแก้มจนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น "เลิกกินข้าวได้แล้ว" กวินทร์เอ่ยเสียงนุ่มขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะมองเสี้ยวหน้าหวานที่พยายามหลบสายตา "เดี๋ยวผมพาไปกินของหวานที่ร้านโปรด... ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำให้คุณต้องตกเป็นข่าวกับเชฟปากจัดคนนี้ก็แล้วกัน" "ใครอยากไปกินกับนาย..." รินรดากระซิบเสียงเบาหวิวในลำคอ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ปฏิเสธคำชวน ประตูห้องอาหารส่วน "อ้าว เชฟกวินทร์! บังเอิญจังเลยนะคะที่ได้เจอที่นี่..." เสียงหวานใสที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมองพร้อมกัน ร่างระหงของ 'มีน' เซเลบสาวไฮโซทายาทเจ้าของโรงแรมชื่อดัง ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองระหว่างกวินทร์และรินรดาด้วยประกายความสงสัยระคนไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ชายหนุ่ม "มีนเพิ่งเห็นข่าวในโซเชียลเมื่อกี้เองค่ะ ไม่คิดว่าเชฟจะอยู่ที่นี่จริงๆ... สนใจไปทานมื้อค่ำต่อกับมีนไหมคะ พอดีมีเรื่องอยากปรึกษาเรื่องเมนูใหม่ของโรงแรมพอดีเลย" บรรยากาศรอบโต๊ะที่เพิ่งจะผ่อนคลายลง กลับมาอึมครึมและเย็นเยียบขึ้นมาในทันที กวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด ขณะที่รินรดาหันขวับกลับมามองหน้าชายหนุ่มทันที พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนซึน กับคุณนักวิจารณ์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%