“พี่รู้ไหมว่าการที่พี่มายืนอยู่ตรงนี้ มันไม่ได้ทำให้เรื่องทุกอย่างง่ายขึ้นเลยสำหรับมินตรา”
ธาราเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองร่างสูงที่ยืนพิงกรอบประตูบ้านพักผ่อนหลังเก่า กลิ่นอายของความกดดันที่เขาพยายามสลัดทิ้งมาตลอดหลายเดือนดูเหมือนจะหวนคืนมาพร้อมกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ‘ธันวา’ พี่ชายของเขาไม่ได้ตอบทันที เขายังคงยืนนิ่ง คล้ายกับต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึก แม้พายุจะพัดกระหน่ำเพียงใดก็ยังคงความสงบไว้ได้อย่างน่าประหลาด
“มินตราเป็นคนจัดการชีวิตตัวเองได้ดีกว่าที่แกคิดนะธารา” ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยเศษซากของงานศิลปะที่ทำไม่เสร็จ “ที่ฉันมา ไม่ใช่เพราะเรื่องของมินตรา แต่เป็นเรื่องของ ‘สิ่งที่จะต้องสูญเสีย’ ต่างหาก”
ธาราแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาหลังบ้าน โดยไม่สนใจเสียงเรียกของพี่ชาย เขาต้องการอากาศหายใจ และอากาศที่ดีที่สุดในยามนี้คือการได้อยู่ใกล้กับลุงบุญ ชายชราที่กำลังนั่งขัดจอบอยู่ใต้ต้นหูกวาง
ลุงบุญไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่เขารู้ว่าธารากำลังเดินมาด้วยก้าวย่างที่ไร้น้ำหนักและสับสน “ใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้ ต่อให้ปลูกต้นไม้กี่ต้น มันก็แห้งตายหมดหรอกเจ้าธารา”
“ถ้าผมปล่อยให้มันตายจริงๆ แล้วธรรมชาติจะว่ายังไงครับลุง?” ธาราถามพลางทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มองดูแปลงผักสวนครัวที่ลุงบุญฟูมฟักมานาน “ผมพยายามรดน้ำ พยายามใส่ปุ๋ย คอยกางตาข่ายกันแมลงทุกเช้าเย็น แต่สุดท้าย ดอกมะเขือพวกนี้ก็ร่วงกราวลงพื้นดินเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากแบบผมไม่มีผิด”
ลุงบุญหยุดมือจากการขัดจอบ เงยหน้าขึ้นมองกลุ่มเมฆที่เริ่มก่อตัวเป็นก้อนหนาที่ขอบฟ้า “ธรรมชาติมันไม่ได้ต้องการให้เรา ‘สั่ง’ แต่มันต้องการให้เรา ‘สังเกต’ เจ้าไปกางตาข่ายเพราะกลัวมันจะเสียหาย เจ้าไปรดน้ำมากเกินไปเพราะกลัวมันจะขาดน้ำ แต่เจ้าลืมไปหรือเปล่าว่า มะเขือพวกนี้มันมีจังหวะชีวิตของมัน... บางทีที่มันร่วง เพราะมันกำลังบอกว่าดินตรงนี้เริ่มหมดสารอาหาร หรือไม่ก็เพราะน้ำที่เจ้าใจร้อนราดลงไปนั้น มันทำร้ายรากของมันมากกว่าจะช่วย”
ธารานิ่งอึ้ง คำพูดของลุงบุญแทรกซึมเข้าไปในใจอย่างช้าๆ ราวกับน้ำที่ซึมลงสู่ดินที่แห้งผาก
“เรามักจะคิดว่าเราคือพระเจ้าของสวนแห่งนี้” ลุงบุญพูดต่อ น้ำเสียงราบเรียบเหมือนสายน้ำ “เราคิดว่าเราบงการความเติบโตได้ แต่ความจริงคือ เราเป็นได้แค่ผู้ดูแล ถ้าเราไม่อาจยอมรับความล้มเหลวที่เกิดจากธรรมชาติได้ เราก็ไม่มีวันเห็นความงดงามของการผลิดอกใหม่ในฤดูกาลที่ถูกต้อง”
ธาราหลุบตามองมือที่สั่นเทาของตนเอง “แล้วถ้าความล้มเหลวนั้น ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่มันเกิดจากความลับที่คนอื่นยัดเยียดให้ล่ะครับลุง? ถ้าผมไม่ได้เป็นคนทำลาย แต่มันพังเพราะคนอื่นพยายามจะเข้ามาบงการสวนของผม?”
ลุงบุญยิ้ม มุมปากเหี่ยวย่นนั้นปรากฏรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหมาย “สวนหลังบ้านมันก็คือชีวิตคนนั่นแหละธารา บางวันลมพายุจะพัดพาทรายจากที่อื่นมาทับถม บางวันฝนจะตกลงมาจนรากเน่า ความโชคร้ายไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด แต่มันคือส่วนประกอบของสวน ชีวิตที่ไร้พายุ ไม่ใช่ชีวิตที่มีความสุข แต่มันคือชีวิตที่ขาดสีสัน”
ขณะที่ธารากำลังจะเอ่ยปากถามถึง ‘พายุ’ ในความหมายของพี่ชาย เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาใกล้ ลุงบุญหันไปมองแล้วขยิบตาให้ธาราเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน
“พี่ชายแกมาแล้วนะ” ลุงบุญพูดเบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น ทิ้งให้ธาราเผชิญหน้ากับธันวาเพียงลำพัง
ธันวาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังธารา เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ มันเป็นเอกสารเก่าๆ ที่มีรอยยับย่น ขอบกระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกรอบ ธาราหยิบมันขึ้นมาอ่าน ลมหายใจของเขาติดขัดทันทีที่กวาดสายตาผ่านเนื้อหาด้านใน
“นี่ไม่ใช่เรื่องของมะเขือที่ร่วงจากต้นหรอกนะธารา” ธันวาพูดเสียงเครียด “นี่คือเรื่องของที่ดินผืนนี้... และความลับที่พ่อฝังไว้ใต้รากต้นไม้ที่คุณตาเคยปลูก”
ธาราเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ธันวาถืออยู่ในมืออีกข้าง มันคือ ‘กุญแจ’ ดอกเก่าที่เขาเคยเห็นแค่ในรูปถ่ายสมัยเด็ก กุญแจที่ไขเข้าสู่ห้องเก็บของใต้ดินของบ้านหลังนี้ ซึ่งพ่อเคยสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใครเข้าไปแตะต้อง
“มินตราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเยี่ยมแก” ธันวาพูดต่อ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ “มินตรามาที่นี่เพื่อมาเอา ‘ของ’ ที่พ่อทิ้งไว้ให้ ซึ่งถ้าแกเปิดประตูบานนั้น... แกจะเข้าใจว่าทำไมครอบครัวเราถึงต้องแตกแยกกันตั้งแต่แรก”
ธารามองกุญแจในมือพี่ชาย ก่อนจะหันไปมองบ้านพักที่ดูเหมือนจะกักเก็บความลับมืดดำไว้ใต้พื้นไม้ เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังมาจากทางเดินหลังบ้านไม่ใช่ลุงบุญ และไม่ใช่ธันวา แต่เป็นเสียงส้นรองเท้าที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก... มินตรามาถึงแล้ว และเธอก็ไม่ได้มาคนเดียว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เงียบงันไปด้วยกันนะครับ - ต้นไม้ริมระเบียง
ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 9
บทเรียนจากลุงบุญ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!