ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 46

ฟ้าเปลี่ยนสี

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"เธอคิดจริงๆ หรือธารา ว่าการหลบซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใบหญ้าเหล่านี้ จะทำให้ความจริงที่วิ่งไล่ตามหลังมามันเหนื่อยและหยุดวิ่งไปเอง?" เสียงของพิมพ์มาда ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับแขกของบ้านหลังเล็ก หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปยืนกอดอก ใบหน้าที่เคยเรียบเนียนบัดนี้ฉายแววความเหนื่อยล้าและผิดหวังอย่างปิดไม่มิด แววตาของเธอมองตรงมายังธาราที่กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้คุมโทนสีอบอุ่น บนโต๊ะนั้นมีเอกสารกองโตเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ และจดหมายเตือนครั้งสุดท้ายจากธนาคารที่ธาราจงใจซ่อนมันไว้ใต้กองสมุดบันทึก ธาราไม่ตอบทันที เธอก้มมองปลายนิ้วของตัวเองที่กำลังสัมผัสขอบแก้วเซรามิกอุ่นๆ ไอความร้อนจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะปลายนิ้ว เสมือนความอุ่นสุดท้ายก่อนที่ฤดูหนาวอันยาวนานจะมาเยือน "ธาราไม่ได้หลบหนีค่ะพี่พิมพ์" เสียงของธาราราบเรียบ แต่มันสั่นไหวเล็กน้อยตรงปลายเสียง "ธาราแค่วิ่งมานานเกินไป จนลืมไปแล้วว่าการเดินด้วยเท้าเปล่าบนพื้นดินมันรู้สึกอย่างไร" "แต่หนี้สินและภาระที่บ้านมันไม่ได้หยุดเดินตามเธอมาด้วย!" พิมพ์มาดาถอนหายใจยาวนานด้วยความอัดอั้น เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน มือเรียวบางคว้าซองจดหมายสีน้ำตาลขึ้นมาสะบัดเบาๆ "คุณพ่อโทรหาฉัน ท่านบอกว่าถ้าเธอไม่ยอมเซ็นเอกสารมอบอำนาจขายบ้านที่กรุงเทพฯ ภายในสัปดาห์นี้ ท่านอาจจะต้อง... เสียทุกอย่าง แม้กระทั่ง..." พิมพ์มาดาชะงักคำพูดไว้แค่นั้น แต่มันเพียงพอที่จะทำให้หัวใจของธารากระตุกวูบ บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของฝนแรกที่เพิ่งผ่านพ้นไปถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอื้นไอน้ำจากภายนอก ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างบานกว้างค่อยๆ แปรเปลี่ยนจากสีเทาหม่นเป็นสีม่วงเข้มอมดำ เมฆฝนก้อนมหึมาตั้งเค้าทะมึนทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ราวกับภูเขายักษ์ที่พร้อมจะถล่มลงมาทับหมู่บ้านแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ ลุงบุญซึ่งยืนพิงเสารเบียงบ้านอยู่เงียบๆ ตั้งแต่ต้น ค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ ชายชราไม่ได้เข้ามาแทรก บทสนทนา แต่สายตาฝ้าฟางผ่านกาลเวลาคู่นั้นมองออกไปที่ยอดไม้ใหญ่ในสวนที่เริ่มเอนลู่ไปตามกระแสลมกระโชกแรกที่พัดโหมเข้ามาอย่างรุนแรง "พายุไม่ได้มาเพื่อทำลายต้นไม้ที่รากแข็งแรงหรอกนะแม่นักเขียน" เสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวลของลุงบุญดังแทรกเข้ามาเบาๆ ทว่าดึงสติของทั้งสองคนให้หันไปมอง "แต่มันมาเพื่อพิสูจน์ว่า กิ่งก้านไหนที่มันแห้งกรอบและยึดติดกับอดีตมากเกินไป... สมควรแก่เวลาที่จะต้องหักสะบั้นลง เพื่อให้ต้นไม้ได้แตกใบใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม" ธาราหันไปมองหน้าลุงบุญ ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำตาแต่เธอพยายามสะกดกลั้นมันไว้ ความกลัวที่เคยซุกซ่อนอยู่ใต้ความสงบสุขของสวนหลังบ้านกำลังถูกลมพายุพัดกระชากจนหน้ากากแห่งความนิ่งงันหลุดร่วง ในวินาทีนั้นเอง เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก แสงสว่างวาบจากสายฟ้าฟาดผ่าลงมาใกล้บริเวณสวนหลังบ้านจนเกิดประกายไฟสีขาวโพลนสะท้อนกระจกหน้าต่าง เพล้ง! กิ่งไม้ขนาดใหญ่จากต้นฉำฉาหน้าบ้านถูกแรงลมกระโชกฟาดเข้าใส่กระจกห้องรับแขกจนแตกละเอียด เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับกระแสลมเย็นจัดที่พัดกรรโชกเข้ามาจนเอกสารบนโต๊ะปลิวว่อนไปทั่วห้อง พิมพ์มาดาหวีดร้องด้วยความตกใจและก้าวถอยหลังไปชนมุมห้อง ธารายืนนิ่งท่ามกลางลมพายุที่กำลังโหมกระหน่ำพัดเส้นผมและชายเสื้อของเธอปลิวสะบัด หัวใจของเธอเต้นรัวระรัว สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่ความเสียหายตรงหน้า แต่มันกลับมองทะลุผ่านความมืดมัวของพายุออกไปที่สวนหลังบ้าน... ที่ซึ่งรังนกกระจาบเล็กๆ บนกิ่งไผ่กำลังสั่นคลอนอย่างน่าเวทนา แต่ในความมืดมิดและเสียงคำรามของสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน โดยไม่มีใครคาดคิด... รีกเดอร์ที่รักคะ มาร่วมลุ้นและก้าวผ่านพายุลูกนี้ไปพร้อมกับธารากันนะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%