"ธารา... นายกำลังทำลายอนาคตที่คนนับล้านในตึกนี้โหยหา ด้วยกระดาษแผ่นเดียวเนี่ยนะ?"
เสียงของก้องภพ หัวหน้าแผนกการตลาดระดับสูง ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน เขาวางใบลาออกสีขาวสะอาดตาลงบนโต๊ะทำงานกระจกเงาวับ ราวกับมันเป็นวัตถุแปลกปลอมที่น่ารังเกียจ ธารานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังปรับระดับ เขาไม่ได้มองหน้าก้องภพ แต่สายตาทอดผ่านกระจกบานยักษ์ของตึกระฟ้าชั้นที่ 42 ลงไปยังถนนเบื้องล่างที่ดูราวกับเส้นเลือดฝอยที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงชีวิต
"อนาคตเหรอครับ?" ธาราถามกลับ เสียงของเขาเรียบเรื่อยจนน่าประหลาดใจ "หรือแค่ตารางเวลาที่ขีดเส้นไว้ให้เราวิ่งไปเรื่อยๆ จนกว่าหัวใจจะหยุดเต้นในห้องประชุมสักห้อง"
เพื่อนร่วมงานรอบข้างหยุดชะงัก เสียงพิมพ์ดีดที่เคยดังก้องราวกับกองทัพมดเงียบกริบลงทันที บรรยากาศในออฟฟิศระดับหรูแห่งนี้เย็นเฉียบด้วยระบบปรับอากาศ แต่ความหนาวเย็นที่แท้จริงกลับแผ่ออกมาจากแววตาของทุกคนที่มองมายังธารา—แววตาของคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อ 'การอยู่รอด' มากกว่า 'การมีชีวิต'
ก้องภพโน้มตัวลงมา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาปะทะจมูกธารา "คุณมีความคาดหวังของพ่อแม่ที่แบกไว้ ธารา อย่าทำตัวเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองหน่อยเลย การตัดสินใจวันนี้ไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือการทรยศต่อความเหนื่อยยากของคนที่ส่งเสียคุณมา"
คำพูดนั้นสะกิดแผลเก่า ธาราหลับตาลง ภาพเงาของพ่อที่นั่งมองเกรดเฉลี่ยของเขาด้วยแววตาสมเพชยามที่เขาสอบตกวิชาเศรษฐศาสตร์ย้อนกลับมา ความคาดหวังคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น มันหนักอึ้งจนเขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขารู้สึก 'เบา' ในหัวใจคือเมื่อไหร่
เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโล่งมหาศาลที่จู่โจมเข้ามา ธาราไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่ถอดป้ายพนักงานที่มีชื่อของเขาคล้องคอออก แล้ววางมันทับลงบนใบลาออกชิ้นนั้น
"ผมไม่ได้ลาออกเพื่อทรยศใครครับก้องภพ" ธาราพูดขณะเดินไปที่ลิฟต์ "ผมแค่เพิ่งรู้ตัวว่า... ผมลืมวิธีหายใจในที่ที่อากาศถูกจำกัดมานานเกินไปแล้ว"
ประตูลิฟต์เปิดออก เขาเดินเข้าไปโดยไม่หันกลับไปมองความสับสนหรือเสียงซุบซิบที่เริ่มดังขึ้นดุจฝูงผึ้งแตกรัง ทันทีที่ลิฟต์เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่าง ธารารู้สึกเหมือนร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ของคนเมืองลงสู่ความจริงที่เขาเฝ้าถวิลหา
เขารีบเร่งกลับไปยังบ้านหลังเก่าที่ตั้งอยู่อีกฟากของเมือง พื้นที่ตรงนั้นคือความแตกต่างที่สิ้นเชิงกับตึกกระจกที่เขาจากมา สวนหลังบ้านของลุงบุญคือจุดหมายเดียวที่เขานึกถึง—สถานที่ที่กาลเวลาดูเหมือนจะเดินช้าลงจนหยุดนิ่ง
ลุงบุญกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มือเหี่ยวย่นถือจอบขุดดินอย่างใจเย็น สายตาของชายชราละจากต้นมะลิที่เพิ่งแตกยอดอ่อนขึ้นมามองธาราที่หอบหายใจอยู่ข้างรั้วไม้
"ลมอะไรหอบเอาคนเมืองมาทิ้งไว้ที่นี่ในเวลางานล่ะ เจ้าธารา?" ลุงบุญเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องรอคำทักทาย
ธาราทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ข้างกายชายชรา "ผมลาออกแล้วครับลุง... วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมต้องใส่หน้ากากใบนั้น"
ลุงบุญหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนใบไม้แห้งกระทบกัน "คนเรามักจะคิดว่าการทิ้งสิ่งที่จับถืออยู่คือความสูญเสีย แต่บางที การกำมือแน่นเกินไปต่างหากที่ทำให้เราไม่เหลือพื้นที่ไว้รับความสุขใหม่ๆ"
ธารามองมือตัวเองที่ยังคงสั่นเทา "แต่ถ้าข้างหน้ามันไม่มีอะไรเลยล่ะครับลุง? ถ้าสิ่งที่ผมตามหามันไม่มีอยู่จริง และผมทำลายอนาคตที่ทุกคนสร้างให้ผมไปเปล่าๆ?"
ลุงบุญไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ หยิบเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ในกำมือยื่นให้ธารา "ลองดูนี่สิ... มันไม่มีอะไรเลยนอกจากเปลือกแข็งๆ แต่ข้างในมันมีแผนที่ของต้นไม้ทั้งต้นซ่อนอยู่ สิ่งที่เจ้าต้องทำไม่ใช่การถามว่ามันจะโตไหม แต่คือการถามว่าเจ้าพร้อมจะรดน้ำให้มันหรือเปล่า"
ในขณะที่ธารากำลังจะเอ่ยปากถามต่อถึงความหมายที่ลึกซึ้งนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็แผดเสียงดังขึ้น มันเป็นหมายเลขที่เขาคุ้นเคยดี—หมายเลขโทรศัพท์ของบ้านที่เขาไม่ได้ติดต่อมานานกว่าครึ่งปี
ธารามองหน้าจอนิ่ง ความลังเลวิ่งผ่านแววตา เขาตัดสินใจกดรับสาย เสียงปลายสายไม่ใช่เสียงของพ่อหรือแม่ตามที่เขาคาดไว้ แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยและเย็นยะเยือก
"คุณธาราครับ... ผมว่าคุณควรรีบกลับไปที่ออฟฟิศเดี๋ยวนี้" เสียงนั้นเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายธาราเย็นเฉียบ "เพราะสิ่งที่อยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ ไม่ใช่แค่ใบลาออกที่คุณทิ้งไว้ แต่มันคือหลักฐานบางอย่างที่ตำรวจเพิ่งมาขอค้นหา และตอนนี้ชื่อของคุณกำลังถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฉ้อโกงระดับองค์กรที่ใหญ่ที่สุดของปี"
ต้นไม้ริมระเบียง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับธาราในบทแรกนี้ครับ
ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 1
จุดสิ้นสุดบนตึกระฟ้า
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!