ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 27

แสงแดดกลางทุ่ง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"รอยแตกของกระถางใบนี้ ไม่ได้แปลว่ามันใช้งานไม่ได้หรอกนะธารา มันแค่บอกเราว่า... มันเคยผ่านอะไรมาบ้างเท่านั้นเอง" ลุงบุญเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง มือเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยรอยคราบดินบรรจงใช้ปูนสมานรอยร้าวของกระถางดินเผาอย่างใจเย็น ธารานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหญ้า มือของเธอกำกรรไกรตัดแต่งกิ่งแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอมองตามรอยแตกนั้นด้วยแววตาที่สั่นไหว ปมในใจที่เคยถูกกดทับไว้ด้วยความคาดหวังของครอบครัวตลอดหลายปีที่ผ่านมา กำลังถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งจากการจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้ๆ "ถ้ามันแตกไปแล้ว ต่อให้ซ่อมยังไง รอยร้าวก็ยังอยู่ค่ะลุงบุญ" ธาราโต้ตอบ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความนัย "เหมือนคนเรา พอมีแผลในใจแล้ว ต่อให้ทำเป็นมองไม่เห็น... มันก็ยังส่งผลต่อทุกการตัดสินใจในชีวิตอยู่ดี" ลุงบุญวางกระถางลงช้าๆ ท่านเงยหน้าขึ้นมองธารา แววตาของชายชราดูสุขุมและลึกซึ้งเหมือนบ่อน้ำที่นิ่งสนิท "รอยร้าวไม่ได้มีไว้เพื่อให้เราขุดคุ้ยหาต้นตอว่าใครทำพลาด แต่มันมีไว้เพื่อให้เราเห็นว่า ความเปราะบางนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เธอแบกความคาดหวังของคนอื่นมานานเกินไปจนลืมไปว่า... เธอไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเพื่อที่จะได้รับอนุญาตให้หายใจได้อย่างมีความสุขหรอกนะ" คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนความพยายามเข้มแข็งของธารา เธอเบือนหน้าหนีไปทางทุ่งหญ้ากว้างที่แสงแดดยามบ่ายกำลังทอประกายทองระยิบระยับ ลมพัดเอากลิ่นดินกลิ่นหญ้าจางๆ มาปะทะจมูก แต่มันกลับไม่ทำให้ความรู้สึกอึดอัดในอกลดน้อยลงเลย วันเวลาที่ผ่านมาที่นี่อย่างเชื่องช้า ช่วยให้เธอได้ตระหนักว่า 'ความสงบ' ไม่ใช่การที่ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่มันคือการที่เราไม่เอาใจไปวิ่งไล่ตามเงาของปัญหาเหล่านั้นต่างหาก "หนูแค่รู้สึกว่า... ถ้าหนูปล่อยวางทุกอย่างไปจริงๆ แล้วหนูจะเป็นใครล่ะคะ ถ้าไม่ใช่คนเก่งที่ครอบครัวต้องการ" ธารายอมรับความอ่อนแอออกมาในที่สุด เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "เธอจะเป็น 'ธารา' ไง" ลุงบุญยิ้ม บางและอ่อนโยน "คนที่จะได้รู้จักรสชาติของความสุขที่ไม่ได้เกิดจากการยอมรับของใคร แต่เกิดจากการที่เธอยอมรับตัวเอง... ดูนั่นสิ แสงแดดกลางทุ่งนั่น ไม่ว่าจะส่องลงบนดอกหญ้าที่ไม่มีใครมอง หรือส่องลงบนต้นไม้ใหญ่ มันก็ไม่เคยเลือกปฏิบัติ มันมอบความอบอุ่นให้เท่ากันเสมอ ชีวิตเธอก็เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านกว้างขวางเพื่อใครหรอก แค่เติบโตให้ได้ตามฤดูกาลของตัวเองก็งดงามมากแล้ว" ธาราเงียบไปนาน สายตาจับจ้องไปที่แสงแดดกลางทุ่งที่ค่อยๆ เคลื่อนคล้อยคล้ายจะเตือนว่าเวลาของแต่ละวันนั้นมีจำกัด เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าความเชื่องช้าไม่ใช่ความเฉื่อยชา แต่มันคือการให้โอกาสตัวเองได้หายใจ ได้สังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอมองข้ามไปตลอดชีวิตในเมืองใหญ่ เธอวางกรรไกรในมือลง แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ความหนักอึ้งในอกเริ่มเบาบางลงอย่างประหลาด แต่ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณลุงบุญ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและไม่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าสวน เป็นเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นดินแห้งผากอย่างจงใจ ธาราหันกลับไปมองด้วยหัวใจที่กระตุกวูบ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศสวนหลังบ้านอย่างสิ้นเชิงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ชายคนนั้นคือคนเดียวกับที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดหลายเดือน... พี่ชายของเธอเอง เขามองมาที่ธาราด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกที่แสนสงบของธาราต้องสั่นคลอนไปถึงรากฐาน "แม่ไม่ได้ต้องการให้เธอเป็นคนเก่งหรอกนะธารา... แต่ตอนนี้ บริษัทกำลังจะพังทลาย และเธอเป็นคนเดียวที่จะกู้มันกลับมาได้" มือของธาราสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ราวกับว่าแสงแดดกลางทุ่งที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาความตั้งใจของเธอจนมอดไหม้ไปในพริบตา เธอจะก้าวเดินไปข้างหน้าในวิถีที่เธอเลือก หรือจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับพันธนาการที่เธอเพิ่งจะปลดเปลื้องมันออกไปได้ไม่นาน? ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับธารานะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%