"ถ้าความพยายามนับพันครั้งของผมยังไม่สามารถแก้ไขความผิดพลาดได้ นั่นย่อมหมายความว่าสมการที่ผมถืออยู่ในมือนี่คือขยะชิ้นหนึ่ง หรือไม่ก็... โลกใบนี้ไม่เคยต้องการให้มันถูกแก้ไข"
เคนจิกระแทกแก้วกาแฟเย็นชืดลงบนโต๊ะโลหะ เสียงแก้วกระทบพื้นผิวดังสนั่นสะท้อนไปมาในห้องแล็บที่เงียบงัน เอลาร่ายืนกอดอกพิงผนังเบื้องหลังเขา นัยน์ตาของเธอไม่ได้ฉายแววสงสาร มันเป็นแววตาของผู้สังเกตการณ์ที่กำลังดูหนูทดลองวิ่งวนในเขาวงกตไฟฟ้า
"ความพยายามไม่ใช่ความสำเร็จเสมอไปหรอกเคนจิ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ "นายมัวแต่คำนวณหาตัวแปรที่ผิดพลาด แต่กลับมองข้ามความจริงที่ว่า 'จุดจบ' ของนายไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยโค้ด แต่ถูกเขียนด้วยเลือด"
เคนจิไม่ตอบ เขาเอื้อมมือไปคว้าคันโยกของโปรโตคอล 'โอเมก้า' ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาไม่ได้กดเพื่อย้อนเวลากลับไปเริ่มลูปใหม่เหมือนทุกครั้ง แต่เขากำลังกดเพื่อ 'ข้าม' ไปยังเส้นเวลาที่ห่างออกไปอีกหนึ่งร้อยปีตามพิกัดที่เขาฝังไว้ในอัลกอริทึมลับ
*ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด...*
เสียงสัญญาณชีพของเครื่องจักรดังถี่ขึ้น อากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว รสชาติของโลหะปรากฏชัดในปากเหมือนคนกำลังจะอาเจียน เขาหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อเตรียมรับแรงปะทะจากการกระชากของมิติ
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ลมหายใจของเคนจิก็สะดุดกึก
เขาไม่ได้อยู่ในห้องแล็บ พื้นที่ตรงหน้าไม่ใช่ภาพโฮโลแกรมที่เขาเคยจำลองไว้ แต่มันคือความเป็นจริงที่พังทลาย ท้องฟ้าไม่ใช่สีฟ้าหรือสีเทาอย่างที่เคยเห็น แต่มันคือผืนผ้าสีสนิมที่ถูกฉีกขาดเป็นทางยาว ซากปรักหักพังของเมืองที่เคยเจริญรุ่งเรืองบัดนี้กลายเป็นเพียงโครงกระดูกเหล็กที่ถูกเถาวัลย์แห่งความตายคลุมทับ
ไร้เสียงนก ไร้เสียงผู้คน มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านรูโหว่ของอาคาร คล้ายเสียงกรีดร้องของมนุษยชาติที่ไม่มีวันไปถึงจุดหมาย
"นี่หรือ... ผลลัพธ์ของสมการที่ผมพยายามปกป้อง?" เคนจิพึมพำ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสแท่งหินที่ตั้งตระหง่านกลางซากเมือง มันคือแผ่นจารึกที่สลักชื่อของผู้คนนับล้าน และหนึ่งในชื่อนั้น... เขาแทบหยุดหายใจเมื่อพบชื่อของเขาเอง ชื่อของคนที่เขารัก... และชื่อของเอลาร่าที่สลักไว้ด้วยอักษรสีทองที่เริ่มซีดจาง
เอลาร่าเดินออกมาจากความว่างเปล่าข้างหลังเขา ราวกับเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิมิตนี้ เธอไม่ได้ดูแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบที่แท้จริง เคนจิ" เธอเดินผ่านร่างของเขาไป ก่อนจะหยุดยืนหน้าจารึกนั้น "ที่นี่ไม่มีอัลกอริทึมตัวไหนช่วยเราได้ เพราะในลูปสุดท้าย ทุกคนถูกกำหนดให้ตายตั้งแต่ตอนที่นายเริ่มก้าวเท้าก้าวแรกเพื่อแก้ไขมันแล้ว"
เคนจิหันขวับมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววแตกสลาย "เธอรู้... เธอรู้มาตลอดว่าทุกครั้งที่ผมย้อนเวลา ผมคือคนที่ทำให้มันล่มสลายเร็วขึ้น?"
เอลาร่าค่อยๆ หันกลับมา แสงจากฟ้าสีสนิมตกกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา เธอไม่ได้หยิบอาวุธขึ้นมา แต่เธอกลับยื่นมือที่สั่นเทาออกมาเบื้องหน้า
"ฉันไม่ได้เป็นคนทำลายมัน เคนจิ... แต่นายต่างหากที่ทำลายตัวตนของนายเองในลูปที่ 47 โดยไม่รู้ตัว"
ในจังหวะที่เคนจิเอื้อมมือจะคว้ามือของเธอเพื่อเค้นความจริง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาดำมืดขนาดมหึมาพุ่งขึ้นมาจากใต้ซากปรักหักพัง มันไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากข้อผิดพลาดของเวลาที่ทับซ้อนกันนับร้อยลูป ดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งจ้องมองมาที่เคนจิ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไม่ใช่ความน่าสะพรึงกลัวของอสูรกายตัวนั้น
แต่เป็นใบหน้าของอสูรกายตัวนั้น... ใบหน้าของเคนจิเองที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจากการถูกขังอยู่ในกาลเวลามานานแสนนาน
มันไม่ได้จะฆ่าเขา แต่มันกำลังเดินเข้ามาหาเพื่อที่จะ 'กลืนกิน' ตัวเขา แล้วสวมรอยเป็นเคนจิคนใหม่ที่จะกลับไปเริ่มลูปที่ 49 โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวว่าคนคนนั้นไม่ใช่เขาอีกต่อไป
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามากับผมในตอนนี้นะครับ ควอนตัมคอร์
ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล•ตอนที่ 48
รอยร้าวของเวลา
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!