โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นแต้มผืนหิมะขาวโพลนราวกับดอกเหมันต์บานสะพรั่งกลางฤดูวิปโยค กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับไอเย็นยะเยือกของยอดเขาเทียนซานจนแทบทำให้ลมหายใจแข็งค้าง
"เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของพวกเรา 'ห้าอสูรโลหิตโลกันตร์' ไปได้เช่นนั้นหรือ?"
เสียงหัวeเราะเย้ยหยันแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ เบื้องหน้าคือเด็กชายวัยแปดขวบผู้หนึ่ง ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว เสื้อผ้าขาดวิ่นเปื้อนโคลนและโลหิต สองมือเล็กๆ กอดห่อผ้าเก่าๆ แนบกายไว้แน่นราวกับมันคือสิ่งเดียวในโลกที่เขายังพอจะปกป้องได้
รายล้อมรอบตัวเด็กน้อยคือชายฉกรรจ์ร่างกำยำห้าคน สวมชุดหนังสีดำสนิท ใบหน้าสักลายอสูรน่าสะพรึงกลัว ในมือถือดาบยาววาววับที่สะท้อนแสงประกายอำมหิต พวกมันคือมือสังหารเดนตายแห่งพรรคมารโลหิต พรรคชั่วช้าที่สร้างความหวาดผวาไปทั่วทั้งยุทธภพในยุคสมัยนี้
"ปล่อย... ปล่อยข้าไปเถอะ..." เสียงเล็กๆ สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"หึ! คัมภีร์กระดูกมังกรที่พ่อแม่เจ้าขโมยไปอยู่ที่ใด? บอกมาแต่โดยดี แล้วข้าจะสงเคราะห์ความตายอันรวดเร็วให้เจ้า!" หนการะดับหัวหน้ากลุ่มย่างสามขุมเข้าหา ปลายดาบชี้ตรงไปที่ลำคอระหงของเด็กน้อยอย่างไร้ความปรานี
ไม่มีความลังเล ไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้ปาฏิหาริย์
ในยุทธภพแห่งนี้ กฎมีเพียงข้อเดียว... ผู้ที่อ่อนแอย่อมเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า และความเมตตาคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่ไม่มีใครมีสิทธิ์ครอบครอง
*ฉับ!*
ประกายกระบวนท่าดาบพุ่งแหวกอากาศเข้าหาเป้าหมายหมายปลิดชีพ ทว่า... ก่อนที่คมดาบจะทันได้สัมผัสผิวเนื้อของเด็กน้อย กลับมีเสียงวัตถุบางอย่างแหวกฝ่าพายุหิมะด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าเสียงคำรามของสายฟ้าฟาด!
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกอันมหาศาลที่สะท้อนคมดาบของมือสังหารพรรคมารจนกระเด็นหลุดจากมือ ร่างของมันเซถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตื่นตระหนก ดวงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา
เบื้องหน้าเด็กน้อย ปรากฏเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนตระหง่านราวกับขุนเขา
เขาไม่ได้สวมชุดหรูหราอลังการ อาภรณ์ที่สวมใส่เป็นเพียงชุดผ้าฝ้ายสีครามเก่าคร่ำคร่าคลุมทับด้วยเสื้อคลุมกันหนาวที่ผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบไว้ด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือบรรยากาศรอบตัวเขา... มันสงบนิ่ง ทรงพลัง และแฝงไว้ด้วยความทะนงองอาจราวกับพยัคฆ์ผู้รอคอยเหยื่อในพงไพร
มือขวาของเขาถือฝักกระบี่ไม้ธรรมดาๆ เล่มหนึ่ง นิ้วเรียวยาววางอยู่บนโกร่งกระบี่อย่างเป็นธรรมชาติ
เขาคือหลี่เฟยเทียน... ยอดฝีมือพเนจรผู้แบกรับปมในใจและการไล่ล่าจากสำนักมาร แต่ในยามนี้ ดวงตาคู่คมกริบของเขากำลังจ้องมองกลุ่มคนเบื้องหน้าด้วยประกายตาดุดันเย็นชา
"พวกเจ้า... รังแกเด็กที่ไม่มีทางสู้ ไม่ละอายแก่ใจบ้างเลยหรือ?" หลี่เฟยเทียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานก้องแข่งกับเสียงพายุหิมะ
หัวหน้าพรรคมารโลหิตหรี่ตามองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์ แม้จะเห็นว่าอีกฝ่ายมาเพียงลำพังและอายุยังน้อย แต่สัญชาตญาณดิบในฐานะฆาตกรบอกมันว่า บุรุษชุดครามผู้นี้อันตรายยิ่ง!
"ไอ้สวะที่ไหนกัน กล้ามายุ่งเรื่องของพรรคมารโลหิตเรา! อยากรนหาที่ตายนักใช่ไหม? จัดการมัน!"
สิ้นคำสั่ง มือสังหารอีกสี่คนที่เหลือทะยานเข้าใส่พร้อมกัน ดาบยาวทั้งสี่เล่มแผ่พุ่งจิตสังหารอันเข้มข้น ประสานเป็นค่ายกลสังหารปิดตายทุกเส้นทางหนี
หลี่เฟยเทียนไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี ร่างกายของเขานิ่งค้างราวกับรูปสลัก ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คมดาบเล่มแรกจวนเจียนจะถึงตัว ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง!
*ชิ้ง!*
เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังกังวานกังวาลดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ขาวสะท้านฟ้าดิน!
ประกายกระบี่สีเงินยวงวาดผ่านความมืดมิดของพายุหิมะ รวดเร็ว ดุดัน และงดงามราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางผืนป่า มันคือวิชากระบี่มุทะลุที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา
*ฉับ! ฉับ! ฉับ!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังติดต่อกันสามครั้ง ร่างของมือสังหารพรรคมารทั้งสามหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนที่ร่างจะแยกออกเป็นสองส่วนและร่วงหล่นลงจมกองหิมะ โลหิตสีแดงฉานย้อมพื้นหิมะสีขาวให้กลายเป็นสีเลือดในพริบตาเดียว
หัวหน้าพรรคมารโลหิตหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวจนสะดุดก้อนหิมะล้มลงไปกองกับพื้น มันไม่เคยเห็นกระบี่ที่เร็วและเด็ดขาดเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?" มันละล่ำละลักถาม เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง
หลี่เฟยเทียนก้าวเดินเข้าไปช้าๆ ฝ่ายตรงข้ามคุกเข่าอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัว แต่หลี่เฟยเทียนหาได้สนใจไม่ เขายกกระบี่ขึ้นชี้หน้ามัน แววตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกียรติและคุณธรรมที่ยึดมั่น
"ข้าคือผู้ที่จะส่งพวกเจ้าลงไปชดใช้กรรมในขุมนรก"
เขาสะบัดกระบี่เพียงครั้งเดียว ปิดฉากชีวิตของหัวหน้าพรรคมารโลหิตลงอย่างเด็ดขาด ก่อนจะเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความเงียบสงบกลับคืนสู่หุบเขาอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเด็กน้อยที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตะลึงงัน หลี่เฟยเทียนเก็บกระบี่เสร็จจึงหันกลับมามองเด็กชาย เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนายื่นออกไปลูบศีรษะเล็กๆ นั้นอย่างอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มบางที่หาได้ยากยิ่ง
"ไม่เป็นไรแล้ว เจ้าปลอดภัยดี..." หลี่เฟยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอบอุ่น
ทว่า ในขณะที่หลี่เฟยเทียนกำลังจะประคองเด็กน้อยให้ลุกขึ้นยืนนั้นเอง สัมผัสแห่งจิตปราณอันเย็นเยียบสายหนึ่งก็พุ่งวาบเข้ามาจากด้านหลังอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว!
มันไม่ใช่จิตสังหารของพรรคมาร... แต่มันคือไอเย็นจากวิชาปราณระดับสูงที่ทรงพลังจนหยาดน้ำค้างในรัศมีร้อยเมตรกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา!
"หลี่เฟยเทียน... ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบ"
เสียงหวานใสแต่เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีดังขึ้นจากยอดกิ่งสนเบื้องบน หลี่เฟยเทียนสะارتเล็กน้อย รีบหันกลับไปมองพร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักตั้งรับสัญชาตญาณ
บนกิ่งไม้สูง ปรากฏร่างระหงของสตรีชุดขาวบริสุทธิ์นางหนึ่ง ใบหน้างดงามล่มเมืองแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาดั่งหยกคริสตัลจ้องมองเขาด้วยความเย็นชา และที่สำคัญที่สุด... ปลายดัชนีเรียวงามของนางกำลังชี้ตรงมาที่หว่างคิ้วของเขา โดยมีไอเย็นหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นพร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกเมื่อ!
ตอนนั้นเองที่หลี่เฟยเทียนตระหนักได้ว่า... ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในชีวิตของเขา ได้มาเยือนถึงที่แล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
รอยเท้าในพายุหิมะ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!