นาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานบอกเวลาตีสองสี่สิบหนาวๆ ขอบตาก작ร้อนผ่าวจนต้องกะพริบถี่ๆ เพื่อขับไล่ความล้า หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างจ้าสะท้อนแว่นสายตาของผม เป็นเวลาเกือบห ชั่วโมงแล้วที่ผมจดจ้องอยู่กับไฟล์โมเดลสามมิติของร้าน 'Pastry Box'
"ดื้อด้าน เป็นเด็กดื้อที่เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ นะครับคุณพาย"
ผมพึมพำกับหน้าจอเบาๆ ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะ ขณะที่สายตาคมกวาดมองแปลนร้านที่เพิ่งตรวจแก้รอบที่ห้า
ความจริงในฐานะสถาปนิกมือรางวัล แปลนที่ผมออกแบบส่งไปตอนแรกนั้นสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติแล้ว ตามหลักสถาัตยกรรมและการไหลเวียนของลูกค้า (Circulation) มันคือมาสเตอร์พีซที่ผ่านการคำนวณสัดส่วนทองคำมาอย่างดี แต่ปัญหามันติดอยู่ตรงที่... เจ้าของร้านตัวเล็กๆ คนนั้นไม่ได้อยากได้ความสมบูรณ์แบบแบบหุ่นยนต์ เธอต้องการพื้นที่ที่อบอุ่นและเป็นมิตรกับผู้คน
พื้นที่ที่ถ้าหากคนตัวเล็กๆ อย่างพายต้องเดินถือถาดอบร้อนๆ วิ่งวุ่นระหว่างเตาอบกับเคาน์เตอร์บริการในแปลนเดิม เธอคงต้องเดินชนมุมโต๊ะหรือเดินอ้อมไกลจนเหนื่อยหอบโดยใช่เหตุ
ผมถอนหายใจยาวเหยียด มือข้างหนึ่งเสยผมที่เริ่มยุ่งเหยิงขึ้นลวกๆ ก่อนจะกดเปิดเลเยอร์ซ่อนที่ตัวเองร่างเก็บไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เลเยอร์ที่ผมเคยคัดค้านหัวชนฝาว่ามันจะทำให้ความสมมาตรของร้านพังทลาย
"ถ้าทุบผนังเบaบตรงนี้ออกนิด แล้วขยายเคาน์เตอร์บาร์โค้งให้รับกับมุมแขนเวลาเธอยกถาด... มันคงจะใช้งานง่ายขึ้นสินะครับ"
ผมพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะลงมือขยับเส้นสายในโปรแกรม CAD อย่างเงียบเชียบ จากเดิมที่ประตูห้องครัวอยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งบังคับให้ต้องเดินอ้อมตู้เย็นเพื่อมาส่งขนม ผมย้ายมันมาไว้ฝั่งตรงข้าม เพิ่มช่องสอดขนมบิวท์อินแบบบานเปิดปิดอัตโนมัติ เพื่อให้พายหยิบเสิร์ฟได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินไปเดินมาให้ขาขวิด
มันเป็นการปรับแก้ที่ขัดกับอีโก้ของสถาปนิกอย่างสิ้นเชิง
ใครๆ ก็รู้ว่าแทนคุณคนนี้หวงผลงานออกแบบแค่ไหน ทุกเส้นที่ขีดลงไปคืองานศิลปะที่ห้ามแตะต้อง แต่พอเป็นยัยตัวแสบปากเก่งคนนั้น... ผมกลับยอมแหกกฎทุกข้อที่ตัวเองเคยตั้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"ถ้าเธอรู้เข้า คงได้ใจใหญ่ คิดว่าตัวเองชนะผมราบคาบแน่ๆ เลยนะครับ"
ผมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในความเงียบสงัดยามวิกาล เมื่อจินตนาการถึงใบหน้าเชิดๆ ของพายเวลาที่เธอรู้ว่าผมยอมทำตามใจเธอ (แถมยังแอบทำให้อย่างเงียบๆ โดยไม่ยอมบอกตรงๆ อีกต่างหาก)
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย หน้าจอมือถือที่คว่ำอยู่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับชื่อของคนที่เพิ่งวนเวียนอยู่ในความคิดเมื่อครู่
'Pastry_Pye': นอนหรือยังคะคุณสถาปนิก หรือกำลังนั่งเคาะคีย์บอร์ดแช่งฉันอยู่ในใจ?
ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อ่านข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ตัว ยัยนี่... ดึกดื่นค่อนคืนแล้วทำไมยังไม่ยอมนอนอีก หรือกำลังอบขนมล็อตใหม่อยู่กันแน่นะ
นิ้วของผมขยับพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
'Tan_Architect': ยังไม่นอนครับ กำลังนั่งแก้แบบให้คุณใหม่อยู่... เผื่อว่าพรุ่งนี้ตื่นมาคุณจะเลิกบ่นเรื่องแปลนร้านของผมเสียที
ส่งข้อความเสร็จ ผมก็รอดูท่าทีของอีกฝ่ายผ่านจุดสามจุดที่กำลังกระพริบอยู่บนหน้าจอ แสดงว่าเธอกำลังพิมพ์ตอบกลับมาทันทีชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องหายใจหายคอกันเลยทีเดียว
'Pastry_Pye': หา? แก้แบบใหม่เหรอคะ? ไหนคุณเคยบอกว่างานของคุณคือศิลปะที่แตะต้องไม่ได้ไง ปากแข็งชะมัด
'Tan_Architect': ผมไม่ได้เรียกว่ายอมจำนนครับ แค่... สงสารพื้นห้องครัวของคุณที่จะต้องมาพังเพราะรอยรองเท้าผ้าใบที่คุณเดินกระแทกกระทั้นใส่ผมต่างหากล่ะครับ
'Pastry_Pye': ปากคอเราะร้ายจริงนะคะคุณแทนคุณ งั้นไหนล่ะ ส่งแบบที่แก้มาให้ดูหน่อยซิ ถ้าไม่ถูกใจ ฉันจะหักเงินค่าออกแบบของคุณจริงๆ ด้วยนะ!
ผมส่ายหัวเบาๆ ให้กับความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว ก่อนจะกดส่งไฟล์ภาพสามมิติของเลเยอร์ใหม่ที่เพิ่งนั่งหลังขดหลังแข็งแก้จนเสร็จเมื่อครู่ไปให้เธอ พร้อมกับแนบข้อความทิ้งท้ายที่ตั้งใจจะกวนประสาทเธอกลับสักหน่อย
'Tan_Architect': ลองเปิดดูสครับ... แล้วเตรียมคำขอบคุณไว้ล่วงหน้าได้เลย เพราะถ้าคุณได้เห็นฟังก์ชันใหม่ที่คุณจะได้ใช้ คุณอาจจะซาบซึ้งจนอยากจะเลี้ยงกาแฟผมสักร้อยแก้วเลยก็ได้นะครับ
ผมกดส่งไฟล์ไป ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ ไม่มีแม้แต่จุดสามจุดที่กำลังพิมพ์ แสดงว่าเธียคงกำลังเปิดไฟล์ภาพที่ผมเพิ่งส่งไปดูอย่างละเอียดแน่ๆ
ผ่านไปเกือบนาทีเต็มๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้นอีกครั้ง พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
'Pastry_Pye': ...คุณแทนคุณคะ
'Tan_Architect': หмื ? ว่าไงครับ หรือซาบซึ้งจนพูดไม่ออกแล้วล่ะสิ
ผมพิมพ์หยอกเย้ากลับไปทันทีโดยไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติในน้ำเสียงหรือข้อความที่เธอกำลังจะพิมพ์ต่อจากนั้น
'Pastry_Pye': เปล่าค่ะ... แต่คือว่า...
หน้าจอขึ้นสถานะกำลังพิมพ์ค้างไว้นานผิดปกติ ก่อนที่ข้อความยาวเหยียดจะเด้งขึ้นมาพรวดเดียวจนผมอ่านแทบไม่ทัน
'Pastry_Pye': คือไฟล์ที่คุณส่งมาให้ฉันเนี่ย... มันไม่ใช่ไฟล์แบบแปลนร้านขนมค่ะ...
ผมขมวดคิ้วแน่น รู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นแปลบขึ้นมาจากปลายนิ้ว
'Tan_Architect': อะไรนะ? แล้วมันเป็นไฟล์อะไร?
'Pastry_Pye': มันคือไฟล์รูปถ่ายอัลบั้มลับ... ที่คุณแอบถ่ายฉันตอนเผลอหลับคาเคาน์เตอร์เมื่อสัปดาห์ก่อนค่ะ... และที่สำคัญที่สุด...
ดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายที่เธอกดส่งเข้ามาแบบรัวๆ
'Pastry_Pye': คุณเผลอกดส่งมันเข้ามาในแชตส่วนตัวของฉัน... แทนที่จะส่งให้ตัวเองค่ะคุณสถาปนิก!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอุ่นๆ ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าด้วยรอยยิ้มนะครับ
-- สายลมแผ่วเบา --
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่ไม่ยอมหวานตาม•ตอนที่ 6
สถาปนิกผู้ใจอ่อน?
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่ไม่ยอมหวานตาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!