กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับอบอวลผสมปนเปกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานวีไอพี แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศน่ารื่นรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย รันต์รวี (รัน) ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานกระจกใส ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสะท้อนความสตรองและความมั่นใจ แต่แววตากลับกำลังไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความตระหนก
บนหน้าจอแท็บเล็ตและเอกสารบนโต๊ะ... คือภาพถ่ายและข้อความแชทที่ถูกจัดฉากอย่างแนบเนียน ภาพของคิมหันต์ในมุมที่ดูคล้ายกำลังโอบกอดผู้หญิงอีกคน แนบชิดสนิทสนมจนแทบไม่ต้องแปลความหมาย และคนที่ยืนยันความสัมพันธ์นั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับผู้ถูกกระทำ ก็คือ ‘มีน’
"รัน... มีนไม่อยากพูดเลยค่ะ แต่พี่คิมเขา... เขาไม่ได้มีแค่รันคนเดียวนะคะ" มีนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่บีบเค้นจนเกือบจะสมบูรณ์แบบ ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่พร้อมจะร่วงหล่นได้ทุกเมื่อ "พี่คิมบอกมีนเองว่าสิ่งที่ทำกับรัน มันก็แค่เกมธุรกิจที่เขาต้องเล่นให้จบๆ ไป"
รันแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย็นชาที่ถูกส่งผ่านปลายลิ้น เธอปรายตามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่าข้างในกลับรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงหัวใจ ปากเก่งๆ ของเธอมักจะตอบโต้คนอื่นได้อย่างเจ็บแสบเสมอ แต่ในวินาทีนี้ คำพูดมันกลับจุกอยู่ที่ลำคอ
"เกมธุรกิจงั้นเหรอ?" รันเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงเรียบนิ่งจนน่ากลัว "หึ... ถ้ามันเป็นแค่เกม ทำไมฉันต้องเสียเวลาเล่นกับผู้ชายปากร้ายคนนั้นด้วยล่ะ"
"รันอาจจะไม่เชื่อมีน แต่หลักฐานมันฟ้องนะคะ..." มีนรีบสอดมือเข้ามาหยิบแท็บเล็ตเพื่อเลื่อนภาพหลักฐานเพิ่มเติมให้เห็นจะๆ ตา "พี่คิมเขาไม่เคยรักใครจริงหรอกค่ะ รันก็รู้ว่าเขามันคนเจ้าชู้แค่ไหน"
รันเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอไม่ใช่คนงี่เง่าที่จะเชื่ออะไรง่ายๆ แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้า บวกกับประวัติความปากร้ายและความซึนเดระที่ชอบผลักไสไล่ส่งเธออยู่บ่อยครั้งของคิมหันต์ มันก็เริ่มทำให้ความมั่นใจที่เคยมีสั่นคลอน ปากบอกว่าเกลียด ปากบอกว่ารำคาญ แต่ลับหลังเขาอาจจะกำลังสนุกอยู่กับผู้หญิงคนอื่นจริงๆ อย่างที่เขาลือกันใช่ไหม?
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าห้องทำงานนั้นเอง คิมหันต์กำลังก้าวเดินมาด้วยฝีเท้ามั่นคง มือหนาถือแฟ้มเอกสารสำคัญที่ตั้งใจจะเอามาสะสางกับดีไซเนอร์สาวคนเก่งเพื่อเคลียร์งานโปรเจกต์ใหญ่ให้จบ วันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ... ดีจนถึงขั้นที่กรณ์เพื่อนสนิทแทบจะเอามืออัคนีมาทาบอกเพราะไม่เคยเห็นประธานหนุ่มยิ้มมุมปากด้วยความคลั่งรักได้ชัดเจนขนาดนี้
แต่รอยยิ้มนั้นกลับต้องสะดุดกึ้ง เมื่อเขาผลักประตูห้องทำงานเข้ามาโดยไม่ได้เคาะ...
ภาพที่สะท้อนเข้าสู่เรตินาของคิมหันต์ในเสี้ยววินาทีนั้น คือภาพของรันที่กำลังยืนโน้มตัวลงฟังคำพูดจากมีนอย่างตั้งใจ บนโต๊ะมีแท็บเล็ตที่เปิดภาพคู่รักแนบชิดระหว่างเขากับมีนคาไว้ และเสียงสะื้นไห้เบาๆ ของมีนที่ดังขึ้นพอดีกับจังหวะที่เขาเปิดประตู
"รัน... พี่คิมเขาทำร้ายความรู้สึกรันมามากพอแล้วนะคะ ถ้ารันยังดึงดันจะอยู่ต่อ มีนเกรงว่ารันจะเจ็บหนักกว่าเดิม"
คิมหันต์ยืนแข็งทื่อ เลือดในกายพุ่งพล่านขึ้นมาที่ขมับทันที สัญชาตญาณดิบของประธานหนุ่มผู้ไม่ยอมให้ใครมาลูบคมกำลังเดือดพล่าน เขามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ มันมีความโกรธ ความไม่เข้าใจ และความระแวงที่ตีรวนขึ้นมาในอก
ทางด้านรันที่หันขวับมาตามเสียงเปิดประตู หัวใจก็กระตุกวูบเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความผิดหวังและเกรี้ยวกราดของคิมหันต์ ภาพที่เห็นในตอนนี้สำหรับเธอ... มันช่างประจวบเหมาะและตอกย้ำความจริงที่เธอเพิ่งได้รับรู้มาสดๆ ร้อนๆ เหลือเกิน
คิมหันต์มาปรากฏตัวที่นี่ ในเวลาที่ผู้หญิงของเขากำลังยืนยันความสัมพันธ์พอดิบพอดี!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาสองคู่ประสานกันอย่างเชือดเฉือน รันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเปราะบางในแววตา เธอยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเองที่เคยเผลอใจไปให้กับผู้ชายปากร้ายตรงหน้า
"อ้าว... มาพอดีเลยนี่คะ" รันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ปลายเสียงสั่นน้อยๆ แต่เธอพยายามบังคับมันให้มั่นคงที่สุด "ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายหรอกค่ะเฮีย... ภาพมันฟ้องชัดเจนขนาดนี้แล้ว"
คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องด้วยความเร็ว แรงกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนมีนต้องแอบยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ
"เธอพูดบ้าอะไรของเธอ รัน?" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงห้วนจัดตามประสาคนปากร้ายที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ "อยากหาเรื่องหาลาภปากอะไรอีก ถึงได้ยืนทำหน้าโง่เชื่อคำพูดคนอื่นแบบนี้!"
คำว่า 'หน้าโง่' จากปากเขา กระแทกใจรันอย่างจัง แทนที่เธอจะยอมถอย เธอกลับพุ่งชนด้วยความถือดีที่สูงส่งไม่แพ้กัน
"ใช่! ฉันมันโง่เองที่คิดว่าเฮียปากร้ายแต่ใจดี!" รันสวนกลับเสียงดังลั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวไม่แพ้กัน เธอกวาดตามองหน้าเขาอย่างผิดหวัง "แต่คนฉลาดอย่างเฮียคงสนุกมากสินะ ที่หลอกให้ฉันวิ่งตามเกมของเฮียสนุกๆ แบบนี้!"
"รันต์รวี! เธอพูดจาอะไรระวังปากไว้บ้าง!" คิมหันต์คำรามลั่น ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะประชิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแรงบีบนั้นจะทำให้เธอเจ็บขนาดไหน อารมณ์หึงหวงและทิฐิพุ่งชนกันจนขาดผึ่ง "คิดว่าฉันว่างมากจนต้องเอาเวลามาเล่นเกมบ้าบออะไรกับเธองั้นเหรอ!"
"ปล่อยนะ!" รันสะบัดแขนออกสุดแรง เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเจ็บแปลบจนแทบทนไม่ไหว "ถ้าไม่ได้เล่นเกม แล้วภาพพวกนี้มันคืออะไร? หรือว่าเฮียจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้โกหก... ทั้งที่หลักฐานมันคาตาอยู่เนี่ยนะ!"
มีนที่ยืนอยู่ข้างๆ แกล้งทำเป็นสะดุ้งตกใจ เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดผัวะ "พี่คิมคะ... อย่าดุรันเลยค่ะ มีนไม่อยากให้พี่กับรันต้องทะเลาะกันเพราะมีนเลย..."
"หุบปากไปซะ!" คิมหันต์ตวัดสายตาดุดันไปยังมีนจนหญิงสาวหุบปากฉับแทบไม่ทัน แต่ความเสียหายมันเกิดขึ้นไปแล้ว เพราะในสายตาของรัน ความเดือดดาลของเขาในตอนนี้มันคืออาการ 'ร้อนตัว' ของคนทำผิดชัดๆ
รันแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพช เธอพยักหน้ารับช้าๆ แววตาแข็งกร้าวขึ้นจนน่ากลัว "เออ ดี... ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแค่เกมธุรกิจงี่เง่าของเฮีย งั้นเราก็จบกันแค่นี้เถอะค่ะ"
คิมหันต์ชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม คำว่า 'จบกัน' จากปากเธอมันหนักอึ้งราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบเข้าที่อกซ้าย ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาแทนที่
"เธอหมายความว่ายังไง... รัน!" คิมหันต์พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอไว้ แต่รันกลับถอยหลังกวาดสายตามองเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความเย็นชา
"หมายความว่า... นับจากวินาทีนี้ไป ฉันกับเฮีย... ทางใครทางมันค่ะ!"
รันสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้คิมหันต์ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบแตกสลาย
ทว่า... ในจังหวะที่รันกำลังจะเอื้อมมือผลักประตูห้องทำงานเพื่อเดินออกไปให้พ้นจากผู้ชายใจร้ายคนนี้ เสียงแจ้งเตือนข้อความบนแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" ขัดจังหวะความตึงเครียดทั้งหมด
มีนหน้าถอดสีในเสี้ยววินาที รีบพุ่งตัวจะเข้าไปคว้าแท็บเล็ตเครื่องนั้น แต่มือหนาของคิมหันต์ไวกว่า เขาคว้ามันขึ้นมาเปิดดูด้วยสายตาดุดันที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกลมหายใจ
ภาพและข้อความเสียงที่ถูกส่งเข้ามาล่าสุด... ไม่ใช่ภาพของเขากับมีน แต่เป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในห้องนี้เอง ที่บันทึกภาพทุกวินาทีของการ 'จัดฉาก' โดยฝีมือของมีนอย่างชัดเจนจะแจ้ง พร้อมกับเสียงสนทนาระหว่างมีนกับบุคคลปริศนาที่วางแผนจะทำลายความสัมพันธ์ของเขากับรันตั้งแต่ต้นจนจบ!
คิมหันต์หันขวับกลับมามองมีนด้วยแววตาดุร้ายราวกับราชสีห์ที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวมีนในพริบตาเดียว มือหนากระชากปกเสื้อของหญิงสาวขึ้นมาอย่างหมดความอดทน ขณะที่รันซึ่งหยุดชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู ค่อยๆ หันกลับมามองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ดวงตาคมกริบของคิมหันต์หันกลับมาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความตกใจของรันพอดี ในวินาทีที่ความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผย คิมหันต์ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย
"รัน... หยุดตรงนั้นก่อน... เดี๋ยวนี้นะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรมาโดยตลอดนะครับ
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 33
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!