"ขยะก็คือขยะวันยังค่ำ ต่อให้เจ้ากราบกรานวิงวอนไปถึงเบื้องบน สวรรค์ก็ไม่แลตาดูหรอก!"
เสียงรองเท้าบูทหนักๆ กระทืบลงบนอกซ้ายดัง ‘กรอบ’ เสียงกระดูกซี่โครงที่หักร้าวสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทที่มืดมิด ความเจ็บปวดแหลมคมดุจเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าสู่ห้วงวิญญาณ
หลี่มู่ไป๋กระอักเลือดสีคล้ำออกมาคำโต กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เขาพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาหนักอึ้งดั่งถูกผนึกด้วยโซ่ตรวนแห่งความตาย ทว่าในความมืดมิดนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รุนแรงและลมปราณที่ไหลเวียนอย่างบิดเบี้ยวในร่างนี้... ร่างที่ไม่ใช่ร่างเซียนอมตะที่เขาเคยครอบครองเมื่อครั้งบรรพกาล
"ตายเสียเถอะไอ้สวะหลี่มู่ไป๋! ครั้งหน้าถ้าข้าเห็นเจ้าปรากฏตัวที่หอคัมภีร์อีก อย่าหาว่าข้าไร้ความปรานี!"
เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมของศิษย์ร่วมสำนักดังห่างออกไป ก่อนฝีเท้าเหล่านั้นจะเลือนหายไปในเงามืดของเขตหุบเขาตกระกำ หลี่มู่ไป๋นอนนิ่งแน่นิ่งอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ ความรู้สึกเย็นเยียบแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่ขาดวิ่น
*ข้า... หลี่มู่ไป๋ จ้าวแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์ ผู้พิชิตเก้าชั้นฟ้า... บัดนี้กลับต้องมาอาศัยในเศษซากเนื้อหนังของมดปลวกผู้หนึ่งงั้นหรือ?*
เขาเค้นพลังปราณที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดในจุดตันเถียนที่แตกร้าว ทว่าสิ่งที่พบกลับเป็นเพียงความว่างเปล่าที่หดหู่ วิญญาณเทพเซียนของเขาถูกกักขังอยู่ในกรงขังเนื้อหนังที่อ่อนแออย่างถึงที่สุด ร่างนี้ไม่ได้แค่ไร้พรสวรรค์ แต่เส้นลมปราณทั่วร่างยังถูกทำลายจนหมดสิ้น เปรียบเสมือนกระบี่ชั้นยอดที่ถูกหลอมละลายจนเหลือเพียงเหล็กเศษเดน
เขาพยายามยันกายลุกขึ้น ความเจ็บปวดฉีกกระชากกล้ามเนื้อจนเขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แต่ในดวงตาที่เคยสงบนิ่งดุจสระน้ำลึกกลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายคมปลาบดุจแสงจันทร์กระทบคมดาบ
"เจ้าของร่างคนเก่า... เจ้าตายไปเพราะความอ่อนแอ แต่ข้ามาที่นี่เพื่อลิขิตมันใหม่"
หลี่มู่ไป๋พึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าแต่ทรงอำนาจจนอากาศรอบข้างดูจะสั่นไหวเล็กน้อย เขาใช้มือที่สั่นเทาสัมผัสรอยแผลฉกรรจ์บนหน้าอก ก่อนจะหลับตาลงเพื่อโคจรพลังลมปราณที่ริบหรี่ให้หมุนเวียนในรูปแบบที่ผิดแผกไปจากศิษย์ทั่วไปในยุทธภพนี้
ในชั่วพริบตาที่เขากำลังจะหลอมรวมวิญญาณเข้ากับเนื้อหนังอย่างสมบูรณ์ แรงกดดันมหาศาลจากเบื้องบนก็ถาโถมลงมา! ท้องฟ้าเหนือหุบเขาตกระกำพลันมืดครึ้ม อักขระสีทองประหลาดปรากฏขึ้นบนม่านเมฆดุจดวงตาแห่งสวรรค์ที่เฝ้ามอง
ทว่าในจังหวะนั้นเอง... กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยท่ามกลางหิมะก็ลอยมาแตะจมูก
เงาร่างหนึ่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกตก ปรากฏขึ้นบนโขดหินเหนือร่างของเขา นางยืนตระหง่านดั่งเซียนผู้สูงส่งเหนือปุถุชน รัศมีรอบกายเย็นเยียบและเย่อหยิ่งทว่าแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยที่ไม่อาจปิดบัง
"เจ้ายังไม่ตาย..." เสียงของนางกังวานกังวานดุจแก้วมณีสั่นไหว แต่ทว่าแฝงความเย็นชาจนน่าสะพรึง
หลี่มู่ไป๋เงยหน้าขึ้น ดวงตาสบประสานกับนัยน์ตาสีครามที่ลุ่มลึกและอ้างว้างของนาง ในวินาทีนั้น หัวใจที่เคยตายด้านไปแล้วของหญิงสาวผู้เป็นถึง 'เซียนจื่อเวย' แห่งสำนักดาราจรัสกลับเต้นผิดจังหวะ ราวกับนางกำลังมองเห็น 'บางสิ่ง' ที่คุ้นเคย... ราวกับเงาของจอมยุทธ์ผู้หนึ่งที่นางเฝ้ารอคอยมานับพันปี
"ศิษย์พี่หญิง... ท่านมาที่นี่เพื่อซ้ำเติม หรือเพื่อเก็บศพข้ากันแน่?" หลี่มู่ไป๋แค่นยิ้ม มุมปากมีเลือดซึมออกมา แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย
เซียนจื่อเวยชะงัก ฝ่ามือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้างสั่นระริก นางก้าวลงจากโขดหินเข้าหาเขาอย่างแช่มช้า ทันใดนั้น นางก็ชักกระบี่หยกข้างกายออกมา... ปลายกระบี่คมกริบชี้มาที่ลำคอของเขา!
"บอกข้ามา... เจ้ารู้จักเคล็ดวิชากระบี่ทำลายสวรรค์ได้อย่างไร?"
หลี่มู่ไป๋ไม่ถอยหนี กลับเอื้อมมือขึ้นจับปลายกระบี่ที่แตะคอหอยตนเองไว้แน่น เลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านคมกระบี่หยดลงบนพื้นดินดุจหยาดน้ำค้าง ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ เสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่ทรงพลังก็ดังขึ้น
"เพราะข้า... คือคนที่สอนวิชานี้ให้ท่านเมื่อห้าร้อยปีก่อนอย่างไรเล่า"
กระบี่ในมือเซียนจื่อเวยร่วงหล่นจากมือทันที ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความสั่นสะท้าน ขณะที่ท้องฟ้าที่เคยสงบกลับแปรปรวนขึ้นอย่างกะทันหัน อักขระเวทนับหมื่นพุ่งลงมายังร่างของหลี่มู่ไป๋ในเสี้ยววินาทีนั้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของยอดคนผู้ฝืนชะตาฟ้าในบทแรกนี้นะครับ ผมกระบี่ไร้ลักษณ์จะนำพาท่านไปสู่โลกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปครับ
บรรลุจ้าวศิลา: หนึ่งกระบี่ดับสูญหมื่นสวรรค์•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในร่างสวะ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บรรลุจ้าวศิลา: หนึ่งกระบี่ดับสูญหมื่นสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
