กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต•ตอนที่ 1

กระบี่หักในวันวสันต์

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ความกตัญญูกตเวทีคือรากฐานของมนุษย์... แต่สำนักกระบี่เมฆาคารวะของพวกเจ้า กลับใช้มันเป็นโซ่ตรวนเพื่อบดขยี้กระดูกและจิตวิญญาณของผู้บริสุทธิ์!" เสียงคำรามเจือกระแสลมปราณสะท้านสะเทือนจนกระเบื้องหลังคารabกสั่นไหว โลหิตสีแดงฉานสายหนึ่งไหลรินจากมุมปากของบุรุษหนุ่มชุดดำผู้ยืนหยัดอย่างทระนงกลางลานพิธี ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความเย็นชาและสมเพช เฟยเทียนหลง ไม่ได้ก้มหน้าลงแม้แต่น้อย สันหลังของเขายังคงเหยียดตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้าที่ปักค้ำฟ้า ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวภูเขาจ้องมองไปยังผู้อาวุโสสูงสุดที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มังกรสลัก มือซ้ายของเขากำป้ายไม้ศิษย์สำนักที่บัดนี้ถูกหั่นเป็นสองท่อนไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "เฟยเทียนหลง! เจ้าบังอาจลบหลู่กฎระเบียบของสำนัก ก่อเรื่องทะเลาะวิวาทและสังหารศิษย์ร่วมสำนักถึงสามคน เพียงเพราะเรื่องความยุติธรรมอันไร้สาระของเจ้า ความเมตตาที่สำนักเคยมีให้ บัดนี้ได้หมดสิ้นลงแล้ว!" ผู้อาวุโสใหญ่สะบัดแขนเสื้ออย่างเกรี้ยวกราด พลังปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดแผ่พุ่งออกมากดทับร่างของเฟยเทียนหลงจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยแยก "ยุติธรรมอันไร้สาระงั้นหรือ?" เฟยเทียนหลงแค่นหัวเราะออกมาอย่างเยียบเย็น น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังจนผู้คนในลานพิธีต้องหนาวสะท้าน "พวกเจ้าต่างหากที่ใช้คัมภีร์วิชาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน บีบบังคับชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ข้า... เฟยเทียนหลง ต่อให้ต้องกระดูกแหลกสลายเป็นผุยผง ก็ไม่มีวันก้มหัวให้สุนัขรับใช้เช่นพวกเจ้า!" *เปรี้ยง!* แรงกดดันจากพลังปราณมหาศาลถาโถมเข้าใส่ร่างของเฟยเทียนหลงอย่างรุนแรง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นลั่นราวกับจะแตกหัก โลหิตสดๆ พ่นออกจากปากของเขาอีกครา แต่แววตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาวในยามวิกาล ความทะนงตนในวิถีกระบี่ไม่เคยสั่นคลอน แม้ในยามที่เขาถูกขับไล่ออกจากสำนักที่ตนเคยอุทิศกายใจให้ ผู้อาวุโสใหญ่หรี่ตาลงอย่างอำมหิต "ในเมื่อเจ้าเลือกเส้นทางนี้เอง ก็ไสมือออกไปจากสำนักกระบี่เมฆาคารวะเสีย! นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าไม่ใช่ศิษย์ของที่นี่อีก และวิชาปราณกระบี่ที่เจ้าฝึกฝนมา... จงฝากไว้ที่นี่เสียเถอะ!" สิ้นคำพูดนั้น ฝ่ามือปราณอัคคีพุ่งเข้าหากลุ่มตานันของเฟยเทียนหลงอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด หวังจะทำลายจุดตันเถียนและผนึกเส้นชีพจรลมปราณของเขาให้กลายเป็นคนพิการไปชั่วชีวิต ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง โลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่ง *ตู้ม!* พลังปราณลึกลับสายหนึ่งพุ่งทะยานมาจากฟากฟ้า ราวกับอสนีบาตจากสรวงสวรรค์ มันเข้าปะทะกับฝ่ามืออัคคีของผู้อาวุโสใหญ่อย่างจังจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท คลื่นกระแทกกระจายออกไปเป็นวงกว้างพัดพาร่างของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาคารวะจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว ความเงียบสงบเข้าปกคลุมลานพิธีชั่วขณะ ทุกผู้คนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ท้องน้ายามเที่ยงวันที่เคยแจ่มใส บัดนี้กลับปรากฏกลุ่มเมฆสีครามหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น พร้อมกับเงาร่างอันสง่างามเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีที่ร่อนลงมาประทับยืนอยู่เบื้องหน้าของเฟยเทียนหลงอย่างแผ่วเบา นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดาราจักรดิ้นเงิน เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่หมุนรอบกาย ใบหน้ารูปไข่ไร้ที่ติทว่าเย็นชาดั่งเทพเซียนที่มองมวลมนุษย์ดั่งธุลีดิน นางคือ 'เซียนจื่อเวย' เจ้าสำนักดาราจันทร์ ผู้ทรงอิทธิพลและน่าสะพรึงกลัวแห่งดินแดนรกร้างบูรพา "เจ้าสำนักจื่อเวย..." ผู้อาวุโสใหญ่หน้าถอดสี รีบประสานมือคำนับด้วยความหวาดหวั่น แม้ว่าสำนักกระบี่เมฆาคารวะจะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ต่อหน้าสตรีผู้กุมชะตากรรมของสำนักดาราจันทร์ผู้นี้ เขากลับเป็นได้แค่เพียงมดปลวกเท่านั้น "เหตุใดท่านจึง..." เซียนจื่อเวยมิได้เหลือบสายตาแลมองผู้อาวุโสใหญ่แม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่คามจับจ้องมองไปยังบุรุษชุดดำที่บาดเจ็บสาหัสเบื้องหลังนาง ภายในแววตาที่ปกติเยียบเย็นราวน้ำแข็งหมื่นปี บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสราวกับระฆังแก้ว แต่กลับกดดันจนทุกคนแทบหยุดหายใจ "คนผู้นี้... สำนักกระบี่เมฆาคารวะไม่ต้องการ แต่อาณาจักรดาราจันทร์ของข้า... ต้องการ" คำพูดนั้นสร้างความโกลาหลขึ้นในใจของทุกคน เฟยเทียนหลงเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง ความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างไหลผ่านหัวใจของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด เซียนจื่อเวยยื่นมือเรียวงามดั่งหยกขาวออกไป เบื้องหน้าฝ่ามือของนางปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ตัวกระบี่ปกคลุมด้วยอักขระโบราณสีทองเรืองรอง กลิ่นอายความกดดันดุจบรรพกาลแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยว มันคือ 'กระบี่จันทรานิรันดร์' อาวุธวิเศษระดับตำนานที่สาบสูญไปนับพันปี "รับมันไป..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา มีเพียงเขากับนางที่ได้ยิน "แล้วก้าวเดินไปบนเส้นทางที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องสั่นกลัวเคียงข้างข้า" เฟยเทียนหลงมองกระบี่ตรงหน้า ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและความเด็ดเดี่ยว เขาเอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่นั้นแน่น ทันใดนั้น กระแสลมปราณมหาศาลก็ทะลักเข้าสู่ร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง แผลฉกรรจ์ทั่วร่างสมานเข้าหากันในพริบตา ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าเดินตามนางออกไปจากที่นี่ เสียงคำรามก้องจากห้วงมิติเบื้องบนก็ดังขึ้นพร้อมกับเงาดำทมิฬที่ฉีกกระชากท้องฟ้าลงมา... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%