“อย่าเพิ่งเปิดมันตอนนี้”
ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงกระแสสั่งการที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เขาคว้าข้อมือของภัทรินไว้ทันควันในวินาทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสลงบนบานพับเหล็กขึ้นสนิมของตู้เซฟฝังผนัง ภายในห้องใต้ดินของสถานสงเคราะห์ร้างที่ดูราวกับหลุมศพของกาลเวลา
ภัทรินสะดุ้งสุดตัว ลมหายใจของเธอหอบถี่ ความเงียบงันในห้องใต้ดินนี้กดทับจนหูอื้ออึง เธอไม่ได้คาดคิดเลยว่า เบาะแสที่ไล่ตามมาตลอดสามเดือน—ร่องรอยของพ่อผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับของตระกูล—จะมาลงเอยในที่ที่อับชื้นและกลิ่นสาบปูนเก่าเช่นนี้
“คุณกลัวอะไร?” ภัทรินถาม พยายามดึงมือออก แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก “เรามาไกลเกินกว่าจะหยุดแค่หน้าประตูบานนี้แล้วนะ ธันวา”
ธันวาปล่อยมือช้าๆ เขามองเธอด้วยสายตาที่ภัทรินอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความเย็นชาที่เขาใช้สร้างกำแพงกั้นผู้คน แต่มันคือความกังวลที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้ใบหน้าเรียบเฉย “ผมกลัวว่าเมื่อเปิดมันออกไปแล้ว สิ่งที่คุณจะพบ... อาจทำลายตัวตนที่คุณพยายามรักษาไว้จนถึงตอนนี้”
ภัทรินแค่นหัวเราะ เสียงนั้นก้องสะท้อนไปตามผนังคอนกรีต “ตัวตนที่ว่าคืออะไรหรือ? ลูกสาวที่ไร้ตัวตนในบ้านที่เข้มงวดน่ะหรือ? พ่อทิ้งคำใบ้ไว้ในรอยจารึกนั่น เพื่อให้ฉันมาถึงที่นี่ ถ้าฉันไม่เปิด... ฉันก็คงเป็นแค่เงาในบ้านหลังเดิมไปตลอดชีวิต”
เธอไม่รอให้เขาโต้ตอบ สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดก่อนจะหมุนรหัสตามตัวเลขที่พ่อเคยเขียนทิ้งไว้ในสมุดบันทึกที่ซ่อนอยู่ในกรอบรูปเก่า
*คลิก*
เสียงกลไกเหล็กขบกันฟังดูราวกับเสียงกระดูกลั่น บานประตูเซฟค่อยๆ แง้มออก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผงจางๆ พุ่งออกมาปะทะใบหน้า ภายในนั้นไม่ได้บรรจุทองคำหรือเครื่องเพชรอย่างที่ใครจะคาดคิด แต่มีเพียงกล่องเหล็กใบเล็ก และซองจดหมายที่ถูกประทับตราครั่งสีแดงสด
มือของภัทรินสั่นเทา เธอหยิบจดหมายขึ้นมา ในขณะที่ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเธอ เขาไม่ได้ห้ามอีกต่อไป แต่จ้องมองสิ่งที่อยู่ในมือเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
“ลายมือพ่อ...” ภัทรินพึมพำ น้ำตาเอ่อล้นคลอหน่วย “นี่คือลายมือของพ่อจริงๆ”
เธอคลี่จดหมายออก อ่านข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีดำเข้มข้น แต่มันกลับไม่ใช่จดหมายรักหรือคำอธิบายถึงการจากไป มันเป็นที่อยู่... ที่อยู่ของสถานที่แห่งหนึ่งที่เธอมองปราดเดียวก็จำได้ทันที มันคือ 'เรือนรับรองท้ายไร่' ที่พ่อสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าใกล้มาตลอดชีวิต
“เขายังมีชีวิตอยู่...” ภัทรินเงยหน้าขึ้นมองธันวา แววตาของเธอสับสนระหว่างความดีใจและความหวาดกลัว “ในที่ที่ฉันเคยวิ่งเล่นตอนเด็กๆ แต่พ่อกลับบอกว่ามันเป็นเขตหวงห้าม... ทำไมล่ะธันวา? ทำไมต้องเก็บเขาไว้ที่นั่น?”
ธันวาเม้มปากแน่น ก่อนจะขยับตัวไปหยิบเศษกระดาษอีกแผ่นที่ร่วงหล่นอยู่ในตู้เซฟ เขาคลี่มันออก แสงไฟจากไฟฉายคาดหัวของเขาส่องกระทบข้อความสั้นๆ บนนั้น และทันทีที่เขาเห็นข้อความ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความเงียบที่น่าขนลุกเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง
“ภัทริน” เขากล่าวเสียงต่ำ “อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่คุณเห็น”
“หมายความว่าอย่างไร?”
ธันวายื่นกระดาษแผ่นนั้นให้เธอ มันไม่ใช่ลายมือของพ่อเธอ แต่เป็นลายมือที่ภัทรินจำได้ดีที่สุดในฐานะคนที่เธอต้องเจอทุกวันที่โต๊ะอาหาร... ลายมือของแม่
*‘ถ้าแกหาที่นี่เจอ แสดงว่าความอดทนของแกสิ้นสุดลงแล้ว และถึงเวลาที่ต้องรู้ว่า พ่อของแกไม่ได้จากไป... แต่เขาถูกจองจำเพื่อปกป้องสิ่งที่แกกำลังตามหา’*
ภัทรินอ่านทวนซ้ำไปซ้ำมา หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความจริงที่ว่าพ่อของเธออยู่ใกล้แค่เอื้อม กลับดูเหมือนเป็นกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น
“เราต้องไปที่นั่นเดี๋ยวนี้” ภัทรินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและเด็ดเดี่ยว เธอเก็บจดหมายเข้ากระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ทางออกโดยไม่รอคำคัดค้านจากชายหนุ่ม
ธันวารีบก้าวตามไปคว้าแขนเธอไว้อีกครั้ง “คุณยังไม่พร้อม! ถ้าคุณไปตอนนี้ คุณจะเดินเข้าสู่วงล้อมของคนที่คอยจับตาดูคุณอยู่ทุกฝีก้าว คุณคิดว่าพ่อคุณจะทิ้งคำใบ้ไว้ในที่ที่ศัตรูหาเจอง่ายๆ ได้อย่างไรถ้าเขาไม่ได้ต้องการให้คุณตกหลุมพราง?”
ภัทรินหันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาของเธอฉายแวววาวด้วยความโกรธและพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมา “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอคอยคำอนุญาตจากใครอีกแล้ว ธันวา! ถ้ามันเป็นหลุมพราง ฉันก็จะกระโดดลงไป เพราะอย่างน้อยฉันก็จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเงาพวกนี้!”
เธอสะบัดตัวหลุดจากพันธนาการของเขาและก้าวออกไปสู่โถงทางเดินที่มืดมิด ทิ้งให้ธันวายืนนิ่งอยู่กลางห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความลับที่ถูกเปิดเผยเพียงครึ่งเดียว
เขามองตามหลังเธอไป ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องจิ๋วออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดส่งข้อความสั้นๆ ไปยังปลายทางที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ
*‘เธอกำลังไปที่นั่น... แผนที่สอง เริ่มต้นได้’*
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะจากทางเข้าสถานสงเคราะห์ก็ดังขึ้น ไม่ใช่ฝีเท้าของภัทริน... แต่เป็นฝีเท้าของคนจำนวนมากที่ดูเหมือนจะล้อมกรอบที่นี่ไว้หมดแล้ว แสงไฟฉายจำนวนนับไม่ถ้วนส่องลอดผ่านรอยแตกของประตูห้องใต้ดินลงมา
ภัทรินที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องใต้ดินหยุดกะทันหัน เมื่อร่างเงาสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พร้อมด้วยบุคคลที่เธอไม่คาดฝันว่าจะได้พบในสถานที่ทุรกันดารเช่นนี้... ชายสูงวัยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับพ่อของเธอทุกประการ กำลังยืนประสานมือรอคอยการมาถึงของเธออยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้คุ้มกัน
เขายิ้มให้เธอ ยิ้มที่เป็นมิตร ทว่าแววตาของเขากลับว่างเปล่าจนน่าสยองขวัญ “ในที่สุด... ลูกสาวของพ่อ ก็ตามหาความจริงจนพบเสียที”
ภัทรินตัวแข็งทื่อ เมื่อชายที่เธอตามหามาตลอดชีวิต กลับเป็นคนเดียวกับที่กำลังสั่งให้คนของเขาจ่ออาวุธมาที่เธอและธันวาในวินาทีนี้เอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยจารึกนี้ไปด้วยกันนะครับ - ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 22
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!